เจ้าพระยาเจืองหาญออกรบ ตอนที่หนึ่ง

เจ้าพระยาเจืองหาญออกรบ ตอนที่หนึ่ง

                เจ้ากุมารน้อยนั่งสร้างสรรค์ปกครองเสวยเมือยองมหิยังกะบุรีได้ 49 พรรษา ก็ได้
สวรรณคตไปในปี ค.. 1136  เมื่ออายุได้ 61 พรรษา แล้วเจ้าราชบุตรผู้เป็นลูกชายองค์โตก็นั่งสืบราชบัลลังค์เป็นเจ้าหลวงเสวยเมืองยองรัฐบุรีในปีนั้น, ต่อมาต้นปี ค.. 1160  เจ้าหลวงเมืองยองให้เจ้าแปงเมืองผู้เป็นน้องชายยกกองทัพขึ้นไปช่วยเจ้าแผ่นดินเมืองอาระวีเชียงรุ่งสมเด็จท้ามุงเมือง และเจ้าพระยาเจืองหาน  รบต่อต้านกองทัพข้าศึกห้อและปลดปล่อยเอกราชแห่งชาติไตยเมืองอาระวีได้อย่างสำเร็จมีไชย  และในปีนั้นเจ้าหลวงเมืองยองขึ้นไปนครหลวงเชียงรุ่งตามตัวเมืองเข้าพิธีราชาภิเษกยกเอาจอมศึกเจ้าพระยาหานขึ้นเป็นพระเจ้าแผ่นดินอาณาจักรไตยแห่งเมืองอาระวีเชียงรุ่ง  และตั้งแต่นั้นมาสมเด็จเจ้าพระยาเจืองหานก็เปลี่ยชื่อเมืองอาระวีเชียงรุ่ง มาเรียกเป็นเมืองแสนหวีฟ้าเชียงรุ่งเหมือนเดิม   จึงเป็นการสิ้นสุดราชวงศ์อาระวีเสียที่ราชการเจ้าแผ่นดินท้าวมูงเมือง

                มาในต้นปี ค.. 1161  เจ้าหม่อมแปงเมือง ผู้สืบเป็นเจ้าหลวงเมืองยองรัฐบุรีองค์ใหม่  ได้นำกองทหารเมืองยอง 7 พันคน ร่วมกับกองทหารแสนหวีฟ้าเชียงรุ่ง 7 หมื่นคน ของสมเด็จเจ้าพระยาเจืองหาน ยกลงไปช่วยเจ้ามหาไชย ผู้เป็นเจ้าแผ่นดิน เมืองโยณกนครเชียงแสนรบต่อต้านกองทหารข้าศึก ลัวะ ขอม แห่งเมืองหริภุญชัย เมืองสุโก เมืองละโว้  ที่ยกกองทัพใหญ่ขึ้นมายึดเอาเมืองกาหลง (เวียงป่าเป้าปัจจุบัน) เมืองพเยา  เมืองปวง อันเป็นเมืองหน้าด่านของอาณาจักไตยโยณกสมัยนั้น  ภายในสามสี่เดือนสมเด็จเจ้าพระยาเจืองหาน กับสมเด็จเจ้ามหาไชย  ก็สามารถนำกองทัพไตยตีกองทัพหน้าของพวก ลวะ  ขอม แตกแล้วเข้ายึดได้เมืองหริภุญชัย (ลำพูน  เมืองเขลาง (ลำปาง)  เมืองแพร่  เมืองน่าน  เมืองสุโก (สุโขทัย)  เมืองพิชัย  เมืองตาก  เมืองปางยาง (พิษณุโลก) ต่อถึงเมืองซากังลาว  (กำแพงเพชร)  จนพระเจ้าแผ่นดินขอมแห่งเมืองละโว้ (เมืองลพบุรี)  ยอมเจรจาอย่าศึกกับเจ้าพระยาเองหานด้วยการขอขมาโทษ  ยอมให้จ่ายค่าเสียหายตกเป็นเงินสามหมื่นชั่งและยอมยกหัวเมืองเหนือให้ ถวายเครื่องปรรณาการต่อพระเจ้าแผ่นดินเมืองแสนหวีฟ้าเชียงรุ่งทุก ๆ ปี ฯ