การปฏิเสธไม่รับรักคนที่มาติดพัน แล้วปรากฏว่าเขาเสียใจมาก เห็นแล้วสงสารและทำให้พลอยรู้สึกเศร้าใจตาม อย่างนี้แปลว่าการปฏิเสธของเราเป็นบาปหรือไม่?

เตรียมเสบียงไว้เลี้ยงตัว
ถาม – การปฏิเสธไม่รับรักคนที่มาติดพัน แล้วปรากฏว่าเขาเสียใจมาก เห็นแล้วสงสารและทำให้พลอยรู้สึกเศร้าใจตาม อย่างนี้แปลว่าการปฏิเสธของเราเป็นบาปหรือไม่?
บาปหรือไม่บาป บาปมากหรือบาปน้อย ต้องมองหลายแง่ หลายวาระครับ
๑) คุณมีปฏิกิริยาอย่างไรเมื่อเขามาชอบข้างเดียว หากยังมีลักษณะอนุญาตให้เขามีความหวัง หรือซ้ำร้ายทำเอาเขาอาการหนักขึ้นด้วยการให้ความหวังลมๆแล้งๆ โดยอาจใช้ภาษาพูดหรือภาษากายอ่อยเหยื่อ อย่างนี้ถือว่าเข้าข่ายหลอกลวง กฎหมายบ้านเมืองเอาผิดไม่ได้ แต่ตามกฎแห่งกรรมจะตามล่าคุณในวันใดวันหนึ่ง ช้าหรือเร็ว คือมีเหตุบีบให้ต้องไปหลงชอบคนอื่นข้างเดียวด้วยความทรมานใจเข้าบ้าง
๒) คุณมีท่าทีอย่างไรในขณะพยายามปฏิเสธ หากเต็มไปด้วยโทสะ พูดจาทิ่มตำให้เจ็บใจ ให้เขารู้สึกไร้ค่า อย่างนี้เข้าข่ายทำร้ายกัน กฎหมายเอาผิดคุณไม่ได้อีก แต่กฎแห่งกรรมจ้องจะคัดสรรคนมาทำร้ายจิตใจคุณคืนบ้าง หรืออาจเป็นเขาคนนั้นย้อนกลับมาเอง นี่เป็นเรื่องไม่แน่ไม่นอน ผลัดกันหักอกนี่เยอะนะครับ เห็นๆเลยล่ะว่าเปลี่ยนผลัดกันก่อเวรในชาติเดียวกันนี่เอง ไม่ต้องรอชาติหน้า
๓) คุณมีความรู้สึกอย่างไรเมื่อรู้ว่าเขาเศร้าจัด หากกระหยิ่มยิ้มย่อง เกิดความสะใจ ภูมิใจในเสน่ห์ของตนเอง อย่างนี้ก็เข้าข่ายเป็นเศษกรรมได้เหมือนกัน คือถึงแม้ทีแรกคุณไม่เจตนายั่วให้หลง แล้วก็ไม่ได้ปฏิเสธห้วนๆแบบมะนาวไม่มีน้ำ ขอเพียงมีใจยินดีที่เห็นเขาเจ็บเพราะคุณ เท่านี้ก็จัดเป็นกรรมทางใจซึ่งมีผลแล้วแต่ผลอันเกิดจากกรรมทางใจอาจรอคิวกันนาน แตกต่างจากที่ลงมือทำหรือออกปากพูดด้วยเจตนาประทุษร้ายมาก
หากสำรวจตัวเองแล้วเห็นว่าไม่มีจิตคิดประทุษร้ายสักขณะเดียว ก็โล่งใจไปได้เปลาะหนึ่งครับ เห็นเขาเศร้าก็อย่าไปเศร้าตามเขา แค่ทำใจเป็นกลาง เป็นอุเบกขา ว่ามโนกรรมของเขาผูกมัดตัวเอง ร้อยรัดตัวเอง เขาก็ต้องทุกข์เอง คุณมีหน้าที่รักษาความสุข ความปลอดโปร่งของตนเองไว้ แล้วคิดกับเขาในทางดี พูดกับเขาในทางดีให้ได้สบายใจตามคุณ ส่วนจะสำเร็จหรือไม่สำเร็จก็ขึ้นอยู่กับมโนกรรมของเขาเองเป็นหลัก
หมายเหตุทิ้งท้ายไว้หน่อย บางคนนี่ตอนไหนๆดีหมด ไม่แกล้งยั่วให้หลง ไม่ปฏิเสธแบบทิ่มแทง แต่ด้วยความไม่รู้ ยังพลาดนิดหนึ่งตรงคิดกระหยิ่มยิ้มย่อง ยังยินดีที่มีคนบาดเจ็บทางใจเพราะตนเป็นต้นเหตุ อย่างนี้เป็นกตัตตากรรม คือไม่ได้เจตนาให้เขาเจ็บแต่แรก ทว่าเมื่อเขาเจ็บแล้วยินดีเสมือนได้ลงมือทำ นี่ก็เรียกว่าเป็นกรรมทางใจในภายหลัง ผลอาจเป็นการเจอคนแล้งน้ำใจเมื่อต้องการความช่วยเหลือ หรืออาจถูกเหยียบย่ำซ้ำเติมในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง
ถาม – การเลี้ยงสัตว์ที่ชีวิตธรรมชาติควรจะอยู่ในป่าอย่างมีอิสระ เช่น นกป่าหรืออีกัวน่า เป็นบาปหรือไม่คะ?
ถ้าเลี้ยงแล้วสัตว์เป็นทุกข์ มีความเดือดร้อนทรมาน ก็เป็นอันว่าได้บาปทั้งนั้นครับ ไม่จำกัดว่าต้องเป็นสัตว์ป่าหรือสัตว์บ้านหรอก แต่ถ้าเลี้ยงแล้วสัตว์มีความสุข มีความอบอุ่น อย่างนี้ก็ได้บุญอย่างเดียว ไม่มีบาปเลย
สัตว์ป่าโดยมากถูกกรรมเก่ากำหนดให้อยู่ป่า เติบโตในป่า และปรับสภาพตามสมดุลของป่า หากเอามาเลี้ยงในกรงก็มักเกิดความทรมานบางอย่างขึ้น อันนี้ก็ต้องดูเป็นตัวๆ หรือเป็นพันธุ์ๆไปครับ เจาะจงตายตัวยาก
ถาม – เจ้าของโรงฆ่าสัตว์ที่ทำมาหาเลี้ยงชีพโดยสุจริต แต่ไม่เคยฆ่าสัตว์เอง ถือว่าเป็นบาปหรือไม่คะ?
เป็นบาปในฐานะจ้างวานฆ่า มีลักษณะเป็นปาณาติบาตเหมือนกัน แต่การไม่ลงมือเองก็ให้ผลต่าง คือจิตจะไม่หม่นหมองทันตาเห็นเหมือนคนลงมือฆ่า
วิบากจากการจ้างวานฆ่าจะทำให้เป็นผู้มีอายุสั้นในชาติถัดๆไป หรือเป็นโรคภูมิแพ้เรื้อรังไม่หายขาด รักษาด้วยการแพทย์ยุคนั้นๆไม่ได้ หรือประสบกับชะตากรรมที่โหดร้าย เช่นหากอยู่ในเหตุการณ์ที่มีการคัดเลือกคนมาลงโทษ ก็จะโดนก่อนเพื่อน เพราะกรรมที่ทำในฐานะผู้บงการฆ่านั้นใหญ่กว่าคนอื่น
บางทีมันขึ้นอยู่กับความเกี่ยวข้องด้วยนะครับ เจ้าของโรงฆ่าวางนโยบายฆ่าไว้อย่างไร ทำให้สัตว์ทรมานมากน้อยแค่ไหน สัตว์ในโรงฆ่านั้นรับรู้นะครับ บรรยากาศฟ้องทีเดียวว่ามันอยู่ในห้วงชะตากรรมแบบไหน สิ่งมีชีวิตทั้งหลายย่อมกลัวตาย กลัวความเจ็บปวด กลัวความทรมานในนาทีสุดท้ายของชีวิตเหมือนกันหมด ใครวางนโยบายให้พวกมันกลัวน้อยที่สุด เจ็บน้อยที่สุด ก็ชะลอการให้ผลออกไปได้นานที่สุด
เท่าที่เคยเห็นแม่ค้าจับสุนัขเพื่อนำไปฆ่าขาย แม้ไม่ได้ฆ่าเอง เขาก็ได้รับผลทันตาในชาติปัจจุบันนะครับ คือเขาจับด้วยห่วงคล้องคอและกักขังให้ทรมานก่อนตาย ก็ต้องเผชิญวิบากที่สะท้อนความทรมานนั้นๆ คือประสบอุบัติเหตุให้ต้องใช้เฝือกคอ และมีเหตุไม่คาดฝันที่เขาไม่ได้ทำผิดแต่ต้องติดคุก และนั่นก็ทำให้เขาเฝ้านึกถึงแต่สิ่งที่เคยทำกับสุนัขจรจัด ผมจำเรื่องราวไม่ได้ถนัดนัก จำได้แต่ว่าในภายหลังเมื่อสำนึกแล้ว เธอก็ทำคุณใหญ่หลวงเพื่อชดใช้ความผิด ความจริงก็นับว่าดีเหมือนกันที่รู้ๆเสียในชาติปัจจุบันว่าผลกรรมมีจริง ไม่อย่างนั้นไปรับผลเอาชาติหน้าก็ลืมไปแล้วว่าเคยทำอะไรมา พอลืมก็ย่อมไม่สำนึกผิด แล้วโทษดินโทษฟ้า น้อยใจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตนนับถือ แล้วก็ตั้งหน้าตั้งตาประกอบอกุศลกรรมกันต่อไปโดยไม่ได้เรียนรู้ ไม่มีความสำนึกหลังรับโทษกันเอาเลย
ถาม – ศีลข้อสุราเมรัยนั้น หมายรวมถึงบุหรี่ด้วยหรือไม่ หากไม่รวม เหตุใดจึงไม่รวม ในเมื่อการสูบบุหรี่น่าจะเป็นพิษเป็นภัยและก่อความรำคาญให้กับผู้อื่นมากกว่าผู้ที่ดื่มสุราอย่างมีสติ?
บุหรี่ไม่ได้ทำให้ขาดสติ เพราะฉะนั้นไม่ใช่ยามึนเมาเหมือนสุรา แต่บุหรี่มีพิษ หากสูบทั้งรู้ว่าคนอื่นรังเกียจและจะได้รับพิษ วิบากย่อมทำให้เป็นผู้ได้รับความรำคาญ เป็นผู้มีสุขภาพเสื่อมโทรม ส่วนจะหนักเบาก็ขึ้นอยู่กับขณะสูบครับ ต้องดูว่าใจเขามีความเย็นชา ไม่นำพาความเดือดร้อนผู้อื่นหรือเปล่าด้วย
ถาม – การไปบอกข้อมูลกับผู้อื่นโดยมีเจตนาดีว่าจะทำให้เขาไม่ถูกหลอก แต่กลับกลายเป็นเหตุให้เกิดความขัดแย้งกับบุคคลที่สามจะเป็นบาปหรือไม่?
เป็นบุญที่คิดช่วยเหลือครับ แต่อาจเข้าสู่กระแสภัยเวรได้ หากคนที่เขาเสียประโยชน์เกิดโมโหและผูกใจเจ็บ แต่หากไม่ทำอะไรเลย ก็ได้ชื่อว่าทำกรรมข้อที่ว่าด้วยการดูดาย คือขาดจิตคิดเมตตากรุณา ถ้าดูดายบ่อยๆก็ได้วิบากคือเป็นผู้ไม่มีใครเห็นใจ หรือตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่มีใครอยากช่วยเหลือ
กรรมในโลกนี้ยากจะทำให้สะอาดหมดจดโดยไม่มีผลกระทบครับ ไปๆมาๆก็ต้องบอกว่านี่คือภัย นี่คือโทษของการอยู่ในสังสารวัฏ เวียนว่ายตายเกิดอยู่ในท่ามกลางเงื่อนไขร้อยแปดที่บีบให้ทำอะไรคล้ายผิดหมด เพียงแต่จะผิดมากหรือผิดน้อย ให้ผลเป็นทุกข์เป็นโทษหนักเบากว่ากันเพียงใดเท่านั้น
ตัวหนังสืออ่านยากไปหน่อย....
ขอบคุณครับ...สำหรับเรื่องดีๆ
ดีมากคะ ขอบคุณสำหรับเนื้อหา
ขอบคุณนะฮะ รักเสมอ..จุ๊กกรู้