
จากการที่มีความพยายามเชื่อมโยงสามโรคนี้เข้าด้วยกัน ด้วยเหตุผลที่ว่า "โรคเบาหวาน" เป็นโรคที่มีอุบัติการณ์เกิดขึ้นมาก และสาเหตุมาจากสุราและบุหรี่ ข้าพเจ้าไม่ค่อยเห็นด้วยต่อเหตุผลที่ว่าดังกล่าว สุราและบุหรี่เป็นเหตุให้เกิดโรคได้จริง แต่ไม่ใช่เหตุหลักที่ทำให้เกิดโรคเบาหวานในชุมชนคนยโสธร ยังมีปัจจัยอื่นที่เหนี่ยวนำในเรื่องนี้อยู่ แต่ถ้าหากนำสามโรคที่ไม่ติดต่อนี้มาขับเคลื่อนเพราะเป็นเรื่องที่ถูกกำหนดมาจากระดับนโยบาย เห็นด้วยว่าควรนำสามเรื่องนี้มาขับเคลื่อน แต่เหตุผลที่นำมาสนับสนุนต่อการขับเคลื่อนเรื่องนี้ ข้าพเจ้าขอนำข้อมูลเชิงประจักษ์ในชุมชนที่มีปรากฏขึ้นจริงมานำเพื่อไปสู่การขับเคลื่อน
ด้วยบริบทของคนในพื้นที่...ที่มีวัฒนธรรม ความคิด ความเชื่อเป็น back up อยู่นี้ ความรื่นเริงเถิดเทิง ความเชื่อต่อการดื่มสุราที่แทรกเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชุมชน และมองว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดา เด็กเมื่อโตขึ้นมาหน่อยก็จะถูกปลูกฝังให้ดื่ม ยิ่งมีงานประเพณีประจำปี เป็นต้นว่า งานบุญบั้งไฟ ด้วยแล้ว... เด็กจนถึงผู้ใหญ่จะดื่มร่วมกัน ในครอบครัวนี่ลูกผู้ชายจะถูกสอนให้ดื่มเมื่ออายุเริ่มเข้าวัยรุ่น ดังนั้นหากนำข้อมูลต่างๆ เหล่านี้มาสนับสนุนต่อทิศทางการทำงานที่จะดำเนินไป น่าจะเป็นการตอบสนองต่อปัญหาในพื้นที่ได้จริง และเป็นการทำงานอย่างมีเป้าหมายมากขึ้นกว่าการที่ทำงานแบบเป็นไฟไหม้ฟางเท่านั้น
ในส่วนของบุหรี่ นี่จะเป็นเงาตามตัวมากับสุรา...และเป็นเรื่องที่ระบาดกันอย่างมากในบุคคล ทุกเพศทุกวัย
สำหรับเรื่องเบาหวาน เป็นความเรื้อรังของโลก และเป็นเรื่องที่น่าทำอยู่แล้ว แต่เราต้องลงไปค้นหาสาเหตุในเชิงสุขภาพ วิถีชีวิต ความคิดความเชื่อ ตลอดจนรูปแบบการสร้างความรู้อย่างแท้จริง ว่ามีสาเหตุอะไรกันเล่าที่ทำให้คนที่ป่วยเป็นเบาหวานไม่สามารถดูแลตนเองได้และส่งผลไปสู่การเกิดโรคแทรกซ้อนไปสู่วงจรแห่งชีวิตการเจ็บป่วยต่อไป
เบาหวานเป็นโรคเรื้อรัง สู่การเกิดเป็น "โลกเรื้อรัง"
มันไม่ได้เป็นเพียงแค่ปัญหาของประเทศเพียงอย่างเดียวเท่านั้นแต่ตอนนี้เป็นเรื่องของทุกผู้คนในทุกมุมโลกแล้ว
ข้าพเจ้าขอนำข้อมูลเชิงประจักษ์ในชุมชนมานำเพื่อไปสู่การขับเคลื่อนการทำงาน และยกเวทีในการขับเคลื่อนเรื่องนี้ให้กับชุมชนเป็นคนต้นเรื่องและเดินเรื่องนี้เองแทนการทำงานแบบคนสา'สุขไปบอกให้ทำ เปลี่ยนบทบาทให้คนสา'สุขมาทำหน้าที่ในการเป็นพี่เลี้ยง เป็นโค้ช เป็นผู้สนับสนุนหรือรวมเรียกว่าเป็นคุณอำนวย และหากใช้กรอบการทำงานมามองก็จะเป็นการทำงานในมิติ Health Promotion หากเป็นประเด็นนี้คงตอบโจทย์นโยบายได้ และมีตัวเลขให้ด้วย
แต่การทำงานเราก็ยังคงเน้นกระบวนการเรียนรู้ที่เกิดขึ้น ตลอดจนคุณค่าของความเป็นมนุษย์ของคนในชุมชนว่าเป็นผู้มีกระบวนการทางปัญญา ==> การแก้ไขปัญหาสุขภาพต้องเริ่มจากปัจเจคบุคคลอันมีแรงขับมาจากภายในไปสู่ความเชื่อมต่อภายนอกนี้น่าจะได้ยั่งยืน