ข้าพเจ้าได้มีโอกาสได้ถามว่าท่านมีเป้าหมายการทำงานและขับเคลื่อนเรื่องนี้ และการมาในวันนี้เพื่ออะไร ... สิ่งที่ได้รับคำตอบคือ เราต้องมีข้อมูลตอบตัวชี้วัดตามเกณฑ์ของกรมให้ได้ อืม!!!

วันนี้ข้าพเจ้าเกิดข้อกังขา ต่อกระบวนการทำงานที่เป็นภาพๆ หนึ่งของระบบสาธารณสุขที่ขับเคลื่อนการทำงานทางด้านสุขภาพ ทำให้ข้าพเจ้าไม่แน่ใจ จึงต้องกลับมาใคร่ครวญและพิจารณาอีกครั้งระหว่างความรู้และข้อมูล...ที่ส่งผลไปถึงกระบวนการของการจัดการข้อมูลและการจัดการความรู้นั้น หาใช่สิ่งเดียวกันหรือไม่...อย่างไร

การจัดการข้อมูล = Data/Information Management

การจัดการความรู้ = Knowledge Management

สืบเนื่องมาจากที่...มีการมาติดตามกำกับ นิเทศ การทำงานของ "ศูนย์ควบคุมโรคไม่ติดต่อที่ 7 " สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค ที่มีการแจ้งมาว่าจะมากำกับนิเทศติดตามงาน "การจัดการความรู้ในโรคที่ไม่ติดต่อ" ระบุออกมาสามโรค คือ โรคเบาหวาน สุรา และบุหรี่... น้องๆ และทีมงานที่รับผิดชอบในเรื่องนี้ ได้ถอดบทเรียนเกี่ยวกับการทำงานในเรื่องนี้เพื่อนำเสนอต่อผู้นิเทศ...แต่กับปรากฏว่าถูก comment ว่าเรานั้นไม่สามารถนำเสนอข้อมูลที่เป็นรูปธรรมชัดเจน ทางทีมก็เลยงงกันว่า คืออะไร? และเมื่อได้กลับมาที่ office ข้าพเจ้ากับน้องๆ ก็ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้และถอดบทเรียนกันว่า สิ่งที่เรานำเสนอในวันนี้นั้นก็ชัดเจนนี่...

โมเดลปลาทู นำมาจากสไลด์ของ ดร.ประพนธ์ ผาสุขยืดค่ะ

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ...การกำหนด Knowledge Vision หรือ KV ที่เราได้มาจากการถอดบทเรียนร่วมกันระหว่างคนหน้างาน และคนในพื้นที่ รวมถึงข้อมูลเชิงประจักษ์ที่สะท้อนถึงสภาพการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในบริบท จากนั้นนำมาสู่กระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Knowledge sharing; KS) เพื่อนำไปสู่การค้นหารูปแบบที่เหมาะสมเพื่อการขับเคลื่อนการทำงานกันต่อ ตลอดรวมไปถึงการกำหนดให้มีในส่วนที่เป็น Knowledge Assets หรือ KA เมื่อวิเคราะห์และร่วมกันถอดบทเรียนแล้ว กระบวนการขับเคลื่อนการทำงานที่เกิดขึ้นจนมาถึงปัจจุบันนี้ เราได้เปลี่ยนมิติของการทำงานเปลี่ยนไปจากการที่มุ่งแต่เก็บข้อมูลหรือสถิติไว้รายงานตามระบบ แต่เรานำข้อมูลที่เรามีมาร่วมประกอบเป็นฐานในการทำงาน ... จากการกอดข้อมูลแต่เปลี่ยนมาเป็นการคืนกลับข้อมูลสู่ชุมชน เพื่อขับเคลื่อนเรื่องสุขภาพอย่างแท้จริง

หากจะว่าไปแล้วในกลุ่มงานจิตเวช และเครือข่ายโรงพยาบาลยโสธร ที่ทำงานทางด้านสุขภาพจิตและยาเสพติด ได้นำกระบวนการจัดการความรู้มาใช้ตั้งแต่เมื่อประมาณสามปีก่อน เราจำได้ว่าเราไปบอกไปพูดกับใคร ก็ไม่มีใครรู้จักหรือเข้าใจ จนมาถึงปัจจุบันที่ภาครัฐประกาศการให้ทำ KM ในวงราชการ และมาถึงวันนี้ที่ทางผู้นิเทศมากำกับติดตามการทำงาน หลังจากที่ได้จัดตลาดนัดความรู้ขึ้นที่ จังหวัดอุบลราชธานีเมื่อหลายเดือนก่อน พอมาวันนี้แจ้งมาเพื่อมากำกับติดตามการทำงาน...

แต่แล้ว...สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากการทำงานครั้งนี้ร่วมกับผู้นิเทศ คือ ... เขาต้องการเพียงแค่ตัวเลข สถิติและข้อมูลเท่านั้น แต่ไม่ได้สนใจในกระบวนการเรียนรู้ที่เกิดขึ้น ตลอดจนวงเคลื่อนไปของการจัดการความรู้ เราถูกประเมินว่าไม่ได้นำเสนอ ในเรื่องของสถิติและตัวเลขที่เป็นกราฟหรือแผนภูมิ ไม่มีโครงการที่นับเป็นจำนวนชิ้นๆ...ว่ามีกี่โครงการ

ยอมรับค่ะว่า...ตกใจเหมือนกัน ข้าพเจ้าเข้าใจในเรื่องการจัดการความรู้หรือ Knowledge Management ผิดไปหรือเปล่า ข้าพเจ้าศึกษาในเรื่องนี้มาห้าปีแล้วในการทำดุษฎีนิพนธ์ใบที่สอง ที่เน้นในเรื่องการสร้างความรู้ของมนุษย์หรือ Knowledge Construction และ การจัดการความรู้ หรือ KM แต่มาเจอกระบวนการนิเทศก็ทำให้งง และตะลึงได้เช่นกัน

จนเมื่อผู้นิเทศมาถึงที่ห้องทำงานของข้าพเข้า จึงได้มีโอกาสนั่งพูดคุยกัน...

จึงได้เกิดเป็นความเข้าใจว่า จริงๆ แล้วสิ่งที่ทางผู้นิเทศมาติดตาม กำกับ นั้นเพื่อต้องการเพียงตัวเลขและข้อมูลเพื่อนำไปสู่การติดตามการทำงานและรายงานผลต่อกรมและกระทรวงต่อไป แต่กลับเรียกว่า มาจัดการความรู้ สำหรับข้าพเจ้ามองว่านี่เป็นเพียงการมาจัดการข้อมูล และรวบรวมข้อมูลเท่านั้น ...หาใช่การมาจัดการความรู้!!!

เมื่อเข้าใจเป้าหมายของผู้มานิเทศชัดแล้ว...ข้าพเจ้าและทีมการทำงานสามารถสนอง need ของผู้นิเทศได้ เรามีเอกสารมากมายที่เป็นตัวเลข แต่สิ่งที่เราเสนอเพิ่มเติม คือ การชี้ให้เห็นว่า จากข้อมูลดังกล่าวเราคืนข้อมูลกลับมาสู่การทำงานและการพัฒนางานของเราอย่างไร และเครื่องมือที่เรานำมาใช้ในการพัฒนางานและจัดการข้อมูลเพื่อนำไปสู่การเรียนรู้นั้น คือ เครื่องมือที่เรียกว่า การจัดการความรู้ และเราไม่หยุดเพียงเท่านั้น เรายังต่อยอดเพื่อนำไปสู่การสร้างความรู้จากหน้างานของเราต่อไปอีก ด้วยการทำ R2R หรือ Routine to Research พอคุยกันมาถึงตรงนี้ ผู้นิเทศบอกว่า ที่ทางกรมก็ทำ R2R แต่  R2R บางอย่างไม่ยอมรับ หรือยอมรับไม่ได้ ข้าพเจ้างง ซ้ำสอง...จนที่สุดได้ช่องทางและโอกาส ข้าพเจ้าได้ทีพูดถึงการขับเคลื่อน R2R ให้ทางผู้นิเทศได้ทราบว่า กระบวนการขับเคลื่อนนั้นเป็นอย่างไร ไม่ได้เป็นเพียงแค่การสร้างงานวิจัยขึ้นมา เป็นชิ้นเป็นเรื่อง แต่เราเน้นกระบวนการเรียนรู้ อันนำไปสู่การสร้างความรู้...เพื่อก่อให้เกิดการพัฒนางานประจำ

ยอมรับค่ะว่า วันนี้...ได้พยายามปรับจูนความเข้าใจที่เริ่มเสียสมดุลย์ทางปัญญา ไปสู่การปรับสมดุลย์ทางปัญญา ความเข้าใจในการเรื่องทำ KM ระหว่างที่ข้าพเจ้าเข้าใจกับทางผู้นิเทศนั้นเข้าใจกันคนละมิติ

แต่อย่างไร ก็ตามข้าพเจ้าก็ยังเชื่อว่า กระบวนการจัดการความรู้มีอะไรที่มากกว่า การนำตัวเลขมากอดหรือเก็บไว้...