ข้าวสวย ตอน 10


"ชาวนาจะต้องทำความสะอาดแยกเอาสิ่งที่ป่นมากับเมล็ดข้าวออกเสียก่อน แล้วจึงนำเอาข้าวไปเก็บในยุ้งฉาง"

ขั้นตอนต่อไปเอาเมล็ดข้าวดี ออกจากแกลบ ละอองข้าว และเศษฟางเล็กๆ

ธรรมชาติเป็นส่วนหนึ่งในการแยกเมล็ดข้าวออกจากสิ่งที่มากับเมล็ดข้าว

เมล็ดข้าวที่ทำการนวดเรียบร้อยแล้วยังมีเศษฟางใบข้าว ละอองข้าว(ฝุ่นที่เกิดจากการนวดข้าว) ข้าวลีบ(ข้าวที่มีแต่เปลือกไม่มีเมล็ดข้าว) เศษวัชพืช  และอื่นๆ ปะปนอยู่ โดยเฉพาะในที่ที่ใช้ลานดินนวดจะมีเศษดินฝุ่นปะปนมา จำเป็นที่ชาวนาจะต้องทำความสะอาดแยกเอาสิ่งที่ป่นมากับเมล็ดข้าวออกเสียก่อน แล้วจึงนำเอาข้าวไปเก็บในยุ้งฉาง  การทำความสะอาดเมล็ดนั้นที่บ้านผมพ่อ แม่พี่จะทำหลายวิธี คือ
                   1. โดยการสาดข้าวให้สูงขึ้นบนฟ้า โดยพ่อ-แม่และพี่ๆใช้ไม้หนาดที่ทำด้วยไม้เบาสาดข้าวในอากาศให้กระจายอาศัยลมว่าวที่พัดจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือไปทางตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดมาแรงในช่วงเดือนธันวาคมและมกราคม ลมก็จะพัดเอาสิ่งที่ป่นมากับเมล็ดข้าวที่เบากว่าลอยไปไกลกว่าเมล็ดข้าวที่สมบูรณ์ซึ่งหนักกว่า ก็จะตกลงใกล้ๆทำให้สามารถแยกข้าวเปลือกออกจากสิ่งที่ปนมา 

2. ในปีหลังก่อนที่ผมจะเข้ามาเรียนที่กรุงเทพฯทางบ้านน้าผมดัดแปลงเอาเครื่องสูบน้ำมาติดใบพัดเพื่อใชแทนแรงลมตามธรรมชาติ และไม่ต้องออกแรงสาดเมล็ดข้าวแต่ก็ใช้ตะแกรงสี่เหลี่ยมกว้างประมาณ 2 เมตร ยาวสัก 3 เมตร และเอาข้าวใส่กระบุงและเอามาเทที่ตะแกรงเมล็ดข้าวจะตกลงมาที่พื้น แรงลมจากใบพัดก็จะพัดเอาสิ่งที่ปนเมล็ดข้าวออกไป ข้อดีตรงนี้ก็คือสามารถทำงานได้รวดเร็วขึ้นและทำงานตอนกลางคืนได้ซึ่งไม่ร้อนอย่างตอนกลางวัน

3.ใช้เครื่องนวดข้าวโดยเอาข้าวที่เป็นฟ่อนแล้วใช้มีดฟันให้ปอ คะเน็ดที่มัดรวงข้าวแตกออก และใช้มือกวาดข้าวเข้าเครื่องและเครื่องก็แยกเมล็ดข้าวออกมาเลย เวลาเอารวงข้าวใส่ต้องระวังเป็นอย่างมาก และต้องใช้เครื่องยนต์ในการขับเคลื่อน ใช้เครื่องจักรทำงาน

หลังจากเอาสิ่งที่ปนมากับเมล็ดข้าวออกแล้ว พ่อ แม่และพี่ๆและบางครั้งก็จะมีน้าๆผม มาช่วยเอาข้าวเปลือกจากลานเข้าสู่ยุ้ง ที่อยู่ติดกับบ้าน  แม่ผมเล่าให้ฟังว่ายุ้งข้าวที่บ้านมีสองส่วนส่วนแรกจุข้าวได้ 40-50 เกวียน (ตัน) เป็นที่เก็บข้าวของบ้านเราเอง อีกส่วนหนึ่งอีกจุประมาณ 20 เกวียน เป็นที่เก็บของอาที่เป็นน้องชายของพ่อ ในปีไหนหากที่บ้านไม่รีบขายข้าวเราก็จะเห็นข้าวเกือบเต็มยุ้ง มีบางปีข้าวราคาดีพ่อก็จะขายข้าวที่ลานนวดข้าวไปส่วนหนึ่งและที่เหลือก็จะขนเอามาเก็บในยุ้งที่บ้าน พร้อมทั้งทะยอยขายตามราคาข้าวที่ขยับขึ้น และความจำเป็นที่ทางบ้านต้องใช้เงิน

คำสำคัญ (Tags): #จิตวิวัฒน์
หมายเลขบันทึก: 266205เขียนเมื่อ 5 มิถุนายน 2009 21:15 น. ()แก้ไขเมื่อ 24 มิถุนายน 2012 02:11 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกันจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี