• เป็นเดือนแห่งวันหยุด และการเดินทาง
• เรื่องใหญ่ที่สุดของ สคส. ในเดือนนี้ คือการประชุมเพื่อเริ่มต้น CoKF (ชุมชนคุณอำนวย)    จุดยืนของ สคส. คือ สคส. ไม่ได้เป็นเจ้าของชุมชนนี้    สมาชิกของชุมชนร่วมกันเป็นเจ้าของ ร่วมกันคิด  ร่วมกันทำ ร่วมกันหาทรัพยากรมาทำ     ไม่ใช่หันมาถาม สคส. ว่าจะให้ทำอะไร    ทำอย่างไร   งบประมาณอยู่ที่ไหน     เราหวังให้ CoKF เป็นชุมชนคุณอำนวยของประเทศไทย    เป็นชุมชนเปิด (inclusive) ไม่ใช่ชุมชนปิด (exclusive)    เป็นชุมชนที่มีอิสระ สมาชิกรวมตัวกันเพื่อทำประโยชน์ให้แก่สังคมไทย     ร่วมกันขับเคลื่อน KM ประเทศไทย สู่สังคมอุดมปัญญา
• ช่วงปลายเดือนเดินทางไปต่างประเทศใกล้ๆ ๒ ครั้ง    คือหลวงพระบาง กับไต้หวัน
• ไปหลวงพระบาง ได้เรียนรู้บทบาทและวิธีการสร้างชุมชนนักสังคมศาสตร์ เพื่อขับเคลื่อนการปรับตัว สร้างเอกลักษณ์ใหม่ ของภูมิภาคลุ่มน้ำโขง     ได้ชื่นชมกับความสำเร็จของ มช. ในการดำเนินการ RCSD
• ไปไต้หวัน เรียนรู้การประยุกต์ใช้ KM เป็นชุมชนที่กว้างใหญ่ที่สุดในโลก ของมูลนิธิพุทธฉือจี้นำโดยท่านธรรมาจารย์เจิ้งเหยียน    เป็น  KM  ด้านการพัฒนาจิตวิญญาณของมนุษย์    ได้เรียนรู้การประยุกต์ใช้ storytelling ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด    ได้เรียนรู้แนวคิด/ปฏิบัติของศาสนาพุทธมหายาน
• มีคนเอางานมาให้ทำเพิ่มขึ้นจนต้องหาทาง  “ลอกคราบ” (แบบผีเสื้อ ไม่ใช่แบบงู) ปรับวิถีชีวิตใหม่
• สคส. ก็เข้าสู่ยุค “ลอกคราบ” เช่นเดียวกัน    เราค้นพบวิธีทำงานแบบ  KM ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ     คือทำงานแบบ “ผู้ไม่รู้”    ทำงานขับเคลื่อน KM ประเทศไทยสู่  LS / KBS (สังคมอุดมปัญญา)    เราทำงานโดยสนับสนุนให้ผู้ปฏิบัติและมีเรื่องราวของความสำเร็จเล็กๆ มา ลปรร. และร่วมกันยกระดับความรู้ (เกี่ยวกับการทำ KM)
• หน่วยงาน / บุคคล ที่ทำ KM มีผลสำเร็จ เริ่มไปเป็นวิทยากรให้แก่หน่วยงานอื่น    แบ่งเบาภาระของ สคส. ไปได้มาก    และทำได้ดีกว่า สคส. เพราะท่านเหล่านั้นทำมากับมือ ย่อมรู้ดีกว่า     KM ประเทศไทยแสดงลักษณะ “เพื่อนช่วยเพื่อน”    ในขณะที่ KM ของตะวันตกเป็นธุรกิจ
• KMIA เริ่มมีความชัดเจนขึ้น
• UKM เริ่มแสดงพลังของเครือข่าย
• เตรียมจัด มหกรรม KM ราชการไทยสู่ LO  วันที่ 21  กค. 49  ร่วมกับ กพร. และสถาบันเพิ่มผลผลิต    ที่โรงแรม มิราเคิล แกรนด์ 

วิจารณ์ พานิช
๓ พค. ๔๙