...

นิตยสาร 'Health (= สุขภาพ)' ตีพิมพ์เรื่อง 'Sleeping better in hotels' = "การนอนหลับดีขึ้น(สบายขึ้น)ในโรงแรม" ซึ่งแนะนำโดย อ.ดร.ไมเคิล เบราส์ (Michael Breus, PhD) ผู้เขียนหนังสือเรื่อง 'Beauty Sleep' = "นอนหลับอย่างสง่างาม(ดี)" [ Health ]

อาจารย์ท่านยกวิธีแก้ปัญหาที่พบบ่อย และทางออกไว้ ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ

...

(1). การระบายอากาศไม่ดี แห้ง (พบบ่อยในห้องที่เปิดแอร์นานๆ) และมีกลิ่นโน่นนี่ (มักจะเป็นน้ำยาดับกลิ่น)

  • ถ้าทำได้... ให้เปิดหน้าต่าง ซึ่งต้องระวังโจรปีนเข้า หรือของหายให้มากเช่นกัน
  • ถ้าเปิดหน้าต่างไม่ได้หรือไม่สะดวก เช่น มียุง (ตอนนี้มาลาเรียเขมรกำลังดื้อยาตัวใหม่ แถมยังมีไข้เลือดออกระบาดด้วย) เสียงข้างนอกดัง ฯลฯ ให้เปิดแอร์ เข้าไปในห้องน้ำ เปิดฝักบัวน้ำร้อนสักครู่ ไม่นานอากาศจะชื้นขึ้นเอง

(2). เตียงนุ่มเกินไป

  • ถ้าเป็นไปได้... ควรเลือกเตียงขนาดเล็กลงหน่อย หรือเตียงเดี่ยว หลักการทั่วไป คือ ฟูกเตียงเล็กมักจะแน่น หรือค่อนข้างแข็ง ไม่ยุบตัวง่ายเหมือนเตียงใหญ่

(3). เสียงรบกวน

  • ผนังโรงแรมส่วนใหญ่มักจะบาง หรือเก็บเสียงจากห้องข้างๆ ไม่ได้ เช่น เสียง TV, เสียงคนจู๋จี๊กัน, เสียงคนเปิดปิดประตู ฯลฯ
  • ทางที่ดีคือ จองห้องหัวมุมไว้ หรือไม่ก็เลือกชั้นที่สูงขึ้นหน่อย และปรึกษากับเจ้าหน้าที่โรงแรมตั้งแต่แรกว่า อยากได้ห้องที่ไกลห้องอื่น ไกลบันได ไกลลิฟต์
  • ถ้าเสียงจากห้องอื่นรบกวนมาก... วิธีที่ดีคือ ทำให้ห้องเรามีเสียงดังเรื่อยๆ บ้าง เช่น เปิด TV ช่องที่ฟังไม่รู้เรื่อง เพลงบรรเลง เร่งพัดลมแอร์ ฯลฯ

...

สำนักข่าว BBC ตีพิมพ์คำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับไว้ดังต่อไปนี้ [ BBC ]

...

(1). ออกกำลังเป็นประจำ

  • ออกกำลังเวลาไหนก็ดีทั้งนั้น ทว่า... ถ้าออกตอนเช้าได้จะช่วยให้สดชื่นไปทั้งวัน และหลับสบายตอนกลางคืน
  • ออกกำลังแรงปานกลางหรือหนักในคนที่แข็งแรงหรือฟิตมากใกล้เวลานอนไม่ทำให้นอนไม่หลับ แต่ถ้าไม่ฟิตจริงๆ ควรออกกำลังก่อนเวลานอน 2-3 ชั่วโมง

(2). ลดการทำงานช่วงใกล้นอน

  • ถ้าใช้ห้องนอนสำหรับนอนโดยไม่มี TV, คอมพิวเตอร์, อินเตอร์เน็ต, เกมส์, โทรศัพท์ และสิ่งเร้าอื่นๆ ได้... นั่นดีที่สุด
  • แต่ถ้าทำไม่ได้... ทางที่ดีรองลงไปคือ ลดระดับการทำงานลงก่อนนอนประมาณ 1 ชั่วโมง เช่น หรี่จอคอมพิวเตอร์ให้สว่างน้อยลง หรี่ไฟในห้อง ลดเสียงเพลงหรือ TV ให้เบาลง ฯลฯ เพื่อให้ร่างกายมีเวลาปรับสภาพเตรียมเข้านอน

...

(3). ไม่ดื่มหนัก

  • การดื่มแอลกอฮอล์หนักทำให้หลับเร็ว แต่หลับตื้น ตื่นง่าย และมักจะต้องตื่นมาปัสสาวะ

(4). เลี่ยงกาเฟอีน

  • ถ้าเป็นคนนอนยากควรลดอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีน เช่น กาแฟ ชา ชอคโกแล็ต น้ำอัดลมน้ำดำ เครื่องดื่มบำรุงกำลัง โกโก้ ฯลฯ ก่อนนอน 6 ชั่วโมงขึ้นไป หรือดีกว่านั้นคือ หลังเที่ยงวัน

...

(5). มื้อเย็นเบาๆ

  • การกินอาหารมื้อใหญ่ อาหารไขมันสูง อาหารที่มีเครื่องเทศสูงใกล้เวลานอน (น้อยกว่า 2-3 ชั่วโมง) อาจทำให้แน่นท้อง หรือเกิดกรดไหลย้อน (อาหาร+กรดในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นสู่หลอดอาหาร)ได้

(6). หลีกเลี่ยงอาหารบางอย่าง

  • อาหารบางอย่างมีโปรตีนที่ชื่อ "ไทรามีน (tyramine)" สูง โปรตีนนี้อาจกระตุ้นให้สมองผลิต และหลั่งสารกระตุ้นระบบประสาทได้ เช่น เบคอน เนยแข็ง แฮม ถั่วเปลือกแข็ง ไวน์แดง ซอสถั่วเหลือง ฯลฯ
  • อาหารที่มีแป้งพอประมาณ เช่น ขนมปังโฮลวีท ข้าวกล้อง ฯลฯ ช่วยให้หลับได้ง่ายขึ้น ยิ่งข้าวกล้องงอกยิ่งทำให้หลับสบายใหญ่เลย (คนที่ง่วงง่ายควรระวัง ควรระวังอย่ากินข้าวกล้องงอกมากๆ ก่อนขับรถ เพราะอาจทำให้ง่วงนอนได้ง่ายมาก)

 ... 

(7). ตรงเวลา

  • เข้านอนตรงเวลา และตื่นตรงเวลาด้วย เพื่อให้นาฬิกาชีวิตในสมองทำงานได้ดี

(8). งีบดีกว่าโงก(ง่วงโงนเงน)

  • คนเกือบทุกคนจะรู้สึกง่วงนอนตอนบ่าย 2-4 โมง (14.00-16.00 น.)
  • ถ้าทำได้ (เช่น ไม่เสี่ยงต่อการถูกไล่ออกจากงาน ฯลฯ) อาจจะงีบสั้นๆ เช่น 15-20 นาที ฯลฯ แต่ไม่ควรงีบนานเกิน 20 นาที เนื่องจากจะทำให้หลับตอนกลางคืนได้ยากขึ้น

 ... 

(9). ฝึกหายใจช้าๆ

  • การฝึกหายใจช้าๆ แบบสบายๆ สไตล์ผู้สื่อข่าว คือ แบบ '3-3-3'... เริ่มต้นด้วยการวางมือข้างซ้ายไว้ที่หน้าอก วางมือข้างขวาไว้ที่หน้าท้อง และใช้ "การหายใจด้วยท้อง" ให้มากขึ้น คือ หายใจเข้า-ท้องพองออกเล็กน้อย, หายใจออก-ท้องยุบเข้าเล็กน้อย 
  • หายใจเข้า 3 วินาที, หายใจออก 3 วินาที, หยุดหายใจ 3 วินาที ฝึกอย่างนี้ 5-10 นาที

...

  • ถ้าไม่ถนัดหยุดหายใจ... ผู้เขียนขอเรียนเสนอให้ทำแบบหายใจเข้า 3 วินาที, หายใจออก 3 วินาที แล้วค่อยๆ หายใจให้ช้าลงไปเรื่อยๆ ก็ได้
  • ตรวจสอบการหายใจว่า ช้าลงหรือไม่ โดยการจับเวลา 10 รอบลมหายใจ ถ้าเราหายใจช้าพอ... เวลาจะผ่านไป 1 นาทีหรือนานกว่านั้น ถ้าเวลาผ่านไปน้อยกว่า 1 นาทีให้ฝึกหายใจช้าลงไปอีก

...

  • การฝึกหายใจเข้าช้าๆ ออกช้าๆ นี้... ถ้าทำเป็นประจำ และทำนานพอ เช่น วันละ 15 นาที ฯลฯ จะช่วยลดความดันเลือด ทำให้โอกาสอายุยืนอย่างมีคุณภาพเพิ่มขึ้นด้วย เนื่องจากมีการศึกษาพบว่า คนที่ฝึกหายใจช้าลงเป็นประจำจะทำให้ความดันเลือดลดลงได้
  • พอทำแล้วเริ่มง่วงให้เข้าไปนอนเลย

...

(10). ถ้าเป็นคนนอนหลับยากจริงๆ

  • การใช้ยาแก้แพ้ หรือยาแก้เมารถอาจทำให้ง่วงและหลับได้ง่ายขึ้นในระหว่างเดินทาง ซึ่งควรใช้เป็นครั้งคราว เนื่องจากถ้าใช้ติดต่อกันอาจทำให้ร่างกายดื้อยา ทีนี้เลยไม่หลับเลย

...

ถ้าท่านผู้อ่านนับถือพระพุทธศาสนา... ควรสวดมนต์ก่อนนอน สวดไทยด้วยบาลีด้วย สมองจะได้ดี เนื่องจากได้ใช้ภาษาหลายๆ ภาษาในเวลาใกล้เคียงกัน

โบราณท่านว่า ไปไหนที่แปลกๆ ให้ไหว้พระ สวดมนต์ก่อนนอนทุกครั้ง... แล้วจะหลับดีฝันดี

... 

ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ 

...

 > Thank Health, 'Health Magazine'; Thank BBC 

ที่มา                                                                      

  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ โรงพยาบาลห้างฉัตร ลำปาง สงวนลิขสิทธิ์. ยินดีให้นำไปเผยแพร่โดยอ้างอิงที่มาได้. ห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า >   > 30 พฤษภาคม 2552.
  • ข้อมูลทั้งหมดเป็นไปเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูงจำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.