คำคมคารมปราชญ์ จากหนังสือ อัจฉริยะรอบโลก ของ เวิร์คพอยท์

ธรรมทิพย์
เมื่อจะแต่งอะไรขึ้นมาสักอย่าง สิ่งสุดท้ายที่ค้นพบคือ จะเอาอะไรมาขึ้นต้น

สิ่งที่เราเป็นคือผลของความคิดเราเอง ทุกอย่างอยู่ที่ใจ เราก็เป็นไปตามที่ใจเราคิด (พระพุทธเจ้า)



ผู้ใดอยากจะบินได้ ต้องเริ่มเรียนรู้ที่จะยืน เดิน วิ่ง ปีน และเต้นรำก่อน เพราะไม่มีใครสามารถบินได้ทันที

(ฟรีดริช วิลเฮล์ นิทเช่)

 

ผู้อ่อนแอไม่เคยรู้จักให้อภัย การให้อภัยเป็นคุณลักษณะของผู้เข้มแข็ง
                                           (มหาตมะ คานธี )                                             

 

 

ไม่เริ่มต้นในวันนี้ จะไม่มีทางสำเร็จในวันพรุ่ง
  (โยฮันน์ วูลฟ์กัง ฟอน เกอเต้)

 

เด็กทุกคนล้วนเป็นศิลปิน ปัญหาคือทำอย่างไรให้ความเป็นศิลปินนั้นยังคงอยู่เมื่อเขาเติบใหญ่
                                                    (พาโบล ปิกัสโซ)


การเป็นอัจฉริยะประกอบด้วยแรงบันดาลใจหนึ่งเปอร์เซ็นต์ และหยาดเหงื่ออีกเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์
(โทมัส อัลวา เอดิสัน)

อัจฉริยบุคคล เป็นแรงบันดาลใจให้พวกเรามีความเชื่อมั่นอย่างไร้ขอบเขตในพลังของตัวเอง
(ราล์ฟ วัลโด เอเมอร์สัน)      
                                                                  

ถ้าคุณไม่สามารถอธิบายสิ่งใดให้ผู้อื่นเข้าใจได้โดยง่าย นั่นหมายความว่า ตัวคุณเองยังไม่เข้าใจมันดีพอ
(อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์)

 


เราไม่สามารถสอนอะไรใครได้เลย เราเพียงช่วยให้เขาค้นพบสิ่งที่อยู่ในตัวเขาเท่านั้น
(กาลิเลโอ กาลิเลอี)



ถ้าข้าพเจ้ามีเวลาแปดชั่วโมงในการตัดต้นไม้ ข้าพเจ้าจะใช้เวลาหกชั่วโมงใน
การลับขวานให้คม

(อับราฮัม ลินคอล์น)

                                                         


แม้การใช้เหตุผลจะนำไปสู่การสรุปได้ แต่ก็มิได้ทำให้บทสรุปนั้นเป็นจริงเสมอไป หากปราศจากจิตใจที่ค้นพบด้วยประสบการณ์
  (โรเจอร์ เบคอน)


สิ่งใดที่เราจำต้องเรียนรู้ก่อนที่จะทำเป็น เราเรียนรู้ได้ด้วยการลงมือทำ
  (อริสโตเติล)

 
มนุษย์เรามักกล้าในอันที่จะอดทนต่อเรื่องจุกจิกน้อยกว่าอดทนต่อคราวเคราะห์ที่หนักหนาจริง ๆ (อีสป)

                                                       
นวัตกรรม แบ่งแยกผู้นำออกจากผู้ตาม

 (สตีฟ จอยส์)

ผู้ใดฉลาดล้ำหรือจินตนาการเลิศ แม้เพียบพร้อมทั้งสองประการเพียงใด ก็หาได้เป็นอัจฉริยะไม่             จิตวิญญาณของอัจฉริยะนั้นคือ ความรัก ความรัก และความรักต่างหาก
(โวล์ฟกัง อมาเดอุส โมสาร์ท)


การทำงานช่วยปกป้องเราออกจากปีศาจร้ายทั้งสาม ความน่าเบื่อ ความชั่วร้าย
และความขัดสน
 (วอลแตร์)



เราก้าวเดินไปข้างหน้าเปิดประตูบานใหม่ ๆ และทำสิ่งใหม่ เพราะคนเป็นสิ่งมีชีวิตที่อยากรู้อยากเห็น และเจ้าความอยากรู้อยากเห็นนี่เองที่นำพาเราไปสู่หนทางใหม่ ๆ

(วอลท์ ดิสนีย์)

                                                     

ไม่มีอะไรในชีวิตที่ต้องกลัว ขอแต่เราเข้าใจ
 (มารี คูรี)

 

ผมมักจะทำในสิ่งที่ผมทำไม่ได้ และนั่นแหละทำให้ผมทำสิ่งนั้นได้
(พาโบล ปีกัสโซ)

 

ผมไม่อาจกล่าวได้ว่าพลังอันนี้คืออะไรแน่ รู้แค่ว่ามันมีอยู่จริง และใช้ได้ก็ต่อเมื่อบุคคลมีสภาพจิตใจที่ตระหนักรู้ถึงสิ่งที่ตนต้องการ และมีความมุ่งมั่นหาสิ่งนั้นอย่างไม่ลดละ
(อเล็กซานเดอร์ เกรแฮมเบลล์)


                                                      
ถ้าคุณมีแอปเปิ้ลหนึ่งผล และผมมีแอปเปิ้ลหนึ่งผล เมื่อเราแลกกันเราก็ต่างจะมีแอปเปิ้ลคนละหนึ่งผลแต่ถ้าคุณมีหนึ่งไอเดียและผมมีหนึ่งไอเดียเมื่อเราแลกกันเราก็ต่างจะมีเพิ่มเป็นคนละสองไอเดีย

 (จอร์จ เบอร์นาร์ด ชอว์)


ความหวังเป็นเพียงผืนผ้าคลุมที่ธรรมชาติใช้อำพรางความจริงอันโหดร้าย
  (อัลเฟรด เบิร์นฮาร์ดโนเบล)

ความลับที่ทำให้ผมประสบความสำเร็จได้คือ พละกำลังของผมอยู่ที่ความมุ่งมั่นเท่านั้น
  (หลุยส์ ปาสเตอร์)
                                                        
                                            
ทัศนคติ คือ สิ่งเล็กน้อยที่สร้างความแตกต่างอันใหญ่ยิ่ง
 (เชอร์วินสตัน เชอร์ชิลด์)



เมื่อจะแต่งอะไรขึ้นมาสักอย่าง สิ่งสุดท้ายที่ค้นพบคือ จะเอาอะไรมาขึ้นต้น (เบลส ปาสกาล)


จงกำราบความกระหายให้ได้สหายเอ๋ย เพราะนั่นคือการเอาชัยเหนือธรรมชาติของมนุษย์

(ชารลส์ ดิกเกนส์)



ผู้ที่มีพรสวรรค์อันเหลือล้นนั้นมีอยู่มากมาย แต่ผู้ที่มีพรสวรรค์อันสมดุล พอดีกลับไม่เคยมี
(ราล์ฟ อัลโต เอเมอร์สัน)

                                                 

ไม่มีอะไรจะเกินทนไปกว่า เมื่อเราต้องยอมรับความผิดพลาดของตนกับตัวเอง
(ลุควิก ฟาน เทโทเฟน)



จอมทัพผู้ยิ่งใหญ่ที่สุด คือ ผู้ที่ทำผิดพลาดน้อยที่สุด
(นโปเลียน โบนาปาร์ด)



ที่มา จากหนังสืออัจฉริยะรอบโลก ของ เวิร์ค พอยท์ รวบรวมโดย ธรรมทิพย์

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ทิพย์อักษร

คำสำคัญ (Tags)#ปรัชญาชีวิต#คำคม คารมปราชญ์

หมายเลขบันทึก: 265841, เขียน: 04 Jun 2009 @ 19:21 (), แก้ไข: 23 Jun 2012 @ 19:09 (), สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน, ความเห็น: 2, อ่าน: คลิก


ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

ชอบตรงนี้ครับ

เด็กทุกคนล้วนเป็นศิลปิน ปัญหาคือทำอย่างไรให้ความเป็นศิลปินนั้นยังคงอยู่เมื่อเขาเติบใหญ่
                                                    (พาโบล ปิกัสโซ)

เป็นเรื่องจริงครับคุณวราภรณ์  ผมเห็นเด็กเล็ก ๆ ทุกคน ชอบการวาดภาพ  หลายคนวาดได้ดีมาก ๆ  มีแววเป็นจิตรกรที่เก่งกาจได้ในอนาคต 

แต่พอเรียนชั้นสูงขึ้น ๆ  กลายเป็นว่าความสามารถในการวาดภาพยังเท่าเดิม  หรือ  แย่ลง .....  บางทีครูเราก็ต้องยอมรับนะครับว่า...การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่ไม่สอดคล้องกับความสนใจหรือความสามารถของเด็ก  ทำให้ความสามารถพิเศษในตัวเด็กหายไป  เด็กกลายเป็นเด็ก " พิเศษ "  1 ใน 9 ประเภทไปเลย...น่าเสียดายนะ

 

 

เขียนเมื่อ 
  • สวัสดีค่ะ คุณก้ามกุ้ง
  • ขอบคุณที่ร่วมแสดงความคิดเห็นค่ะ
  • เห็นด้วยทุกประการค่ะ 
    "เด็กทุกคนต่างเป็นศิลปิน ทำ
    อย่างไรที่เราจะสามารถดึง
    ศักยภาพของศิลปินน้อย ๆ ออกมาให้ได้มากที่สุดต่างหากคือปัญหาสำคัญ"