ปัจจุบันใช้ดีเซลสูงถึง 94% ขณะที่สัดส่วนใช้เอ็นจีวีแค่6% ยอมรับต้นทุนพุ่งแต่สถานการณ์ไม่เอื้อให้ปรับค่าขนส่ง
รับมือน้ำมันไต่เหนือระดับ70ดอลลาร์/บาร์เรล บรรดากูรูเชื่อนักเก็งกำไรจะหันมาลงทุนเพิ่ม ภาคผลิต-โลจิสติกส์ ทำใจต้นทุนพุ่งแต่ราคายังปรับไม่ได้
|
กูรูวงการน้ำมันส่งสัญญาณตั้งหลักรับสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบอาจไต่ระดับเหนือ 70 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล ชี้เงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนค่าลงมา ยิ่งทำให้นักเก็งกำไรหันมาลงทุนตลาดน้ำมันเพิ่มมากขึ้น ภาคการผลิตทำใจปัญหารุมเร้า ขณะที่ภาคโลจิสติกส์อ่วมหนัก ลั่นน้ำมันเป็นต้นทุนทางตรง ปัจจุบันใช้ดีเซลสูงถึง 94% ขณะที่สัดส่วนใช้เอ็นจีวีแค่6% ยอมรับต้นทุนพุ่งแต่สถานการณ์ไม่เอื้อให้ปรับค่าขนส่ง
นายมนูญ ศิริวรรณ ผู้เชี่ยวชาญอุตสาหกรรมน้ำมัน เปิดเผย"ฐานเศรษฐกิจ"ถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันในขณะนี้ว่า ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกจะยังมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอีก จากปัจจุบันที่ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ได้ปรับตัวมาอยู่ที่ 68.58 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล เนื่องจากเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนค่าลงมา ทำให้นักเก็งกำไรหันมาลงทุนตลาดน้ำมันเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับสต๊อกน้ำมันในสหรัฐอเมริกาเริ่มปรับตัวลดลง โดยคาดกันว่าปริมาณน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐอเมริกาจะปรับลดลงอีก 1.5 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์นี้ เนื่องจากโรงกลั่นเพิ่มกำลังการผลิต เพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำมันสำเร็จรูปที่จะเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวที่จะถึงนี้
อีกทั้งความพยายามของกลุ่มโอเปก ในการควบคุมการผลิตตามโควตา หากสามารถควบคุมได้จะทำให้กำลังการผลิตน้ำมันดิบลดลงได้อีก 900,000 บาร์เรลต่อวัน เหลืออยู่ 24.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งในระยะอันใกล้นี้ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสจะไปแตะที่ระดับ 70 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรลไม่ใช่เรื่องยาก
นอกจากนี้ มีการมองต่อว่าราคาน้ำมันดิบจะมีการปรับตัวสูงขึ้นไปเหนือระดับ 70 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรลในช่วงปลายปีนี้ อันเป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว มีการเข้ามาเก็งกำไรจากการค้าน้ำมันมากขึ้น รวมถึงสต๊อกน้ำมันของสหรัฐอเมริกาจะปรับตัวอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลมาจากความต้องการใช้ที่เพิ่มขึ้น
แต่อย่างไรก็ตาม หากภาวะเศรษฐกิจยังไม่ส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าจะฟื้นตัวมากนัก อาจจะส่งผลต่อราคาน้ำมันปรับตัวลดลงได้ เพราะอาจจะมีการเทขายน้ำมันจากนักเก็งกำไรออกมามาก ส่วนราคาน้ำมันดิบจะลงไปในระดับไหนนั้น คาดว่าจะยังคงวิ่งอยู่ในระดับ 60-70 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรลหลังจากนี้ไป
ส่วนทางด้านบริษัท ไทยออยล์ จำกัด(มหาชน)(บมจ.) รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส มีโอกาสปรับขึ้นไปแตะระดับ 70 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เนื่องจากนักลงทุนมีความเชื่อมั่นต่อภาวะเศรษฐกิจโลกมากขึ้น โดยตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐอเมริกา เดือน พฤษภาคม (ISM Manufacturing PMI) ออกมาดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 42.8 จาก 40.1 ในเดือน เมษายน บ่งชี้ให้เห็นว่า ภาวะเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐอเมริกาถึงจุดต่ำสุดแล้ว ขณะที่ตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรมของจีนเดือนพฤษภาคม (PMI) ยังคงขยายตัวมาอยู่ที่ 53.1 โดยคำสั่งซื้อจากต่างประเทศ (export order) ขยายตัวครั้งแรกในรอบ 1 ปี
นายวิวรรธน์ เหมมณฑารพ กรรมการผู้จัดการบริษัท ปัญจวัฒนาพลาสติก จำกัด กล่าวว่า ทิศทางราคาน้ำมันที่สูงขึ้นย่อมกระทบต่อต้นทุนวัตถุดิบ แม้ในปีนี้ราคาน้ำมันจะไม่ได้ขยับขึ้นรุนแรงเหมือนปี 2551 ที่ผ่านมา แต่จากสภาพเศรษฐกิจชะลอตัวทำให้ระบบสินเชื่อทำงานไม่เป็นไปตามปกติ ธนาคารพาณิชย์ปล่อยกู้ยาก ทั้งยังไม่มีดีมานด์มารองรับ ทำให้มีผลต่อสภาพคล่องของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่มที่ผลิตเพื่อขายในประเทศซึ่งขณะนี้ยังไม่มีออร์เดอร์และไม่มีเครื่องมือประกันความเสี่ยง เช่น การทำ L/C เหมือนกับผู้ส่งออก
"ปกติน้ำมันขยับขึ้นจาก 50 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรลเป็น 60 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล อุตสาหกรรมพลาสติกไม่สะดุ้ง แต่เนื่องจากขณะนี้ระบบสินเชื่อไม่ปกติ ดีมานด์ก็ไม่ดีถึงราคาน้ำมันไม่ขึ้นก็ค้าขายยากอยู่แล้ว ดังนั้นการที่ราคาน้ำมันขยับขึ้นในช่วงนี้จึงเหมือนกับเป็นการซ้ำเติม"
ขณะที่นายทองอยู่ คงขันธ์ นายกสมาคมขนส่งสินค้าเพื่อการนำเข้าและส่งออก กล่าวว่า สถานการณ์ของราคาน้ำมันที่ปรับราคาสูงขึ้นในขณะนี้เป็นต้นทุนที่กระทบต่อภาคโลจิสติกส์ เพราะเป็นต้นทุนทางตรง โดยภาคขนส่งต้องใช้น้ำมันดีเซลสูงถึง 94% และใช้เอ็นจีวีเพียง 6% เท่านั้น ในขณะที่ต้นทุนสูงขึ้นแต่ผู้ประกอบการยังไม่สามารถปรับราคาค่าขนส่งได้ทันทีเพราะมี 3 ตัวแปรที่ยังเป็นอุปสรรคในระบบขนส่งเพื่ออุตสาหกรรมคือ 1.กลไกตลาดคือผู้ใช้บริการที่มีจำนวนน้อยกว่าผู้ให้บริการขนส่ง 2. การแข่งขันทวีความรุนแรงมากขึ้นเนื่องจากมีผู้ประกอบการโลจิสติกส์รายใหญ่ลงมาแข่งกับผู้ประกอบการโลจิสติกส์ที่เป็นขนาดกลางและขนาดย่อมหรือเป็นเอสเอ็มอีมากขึ้น และ3. ยังมีผู้ประกอบการโลจิสติกส์และขนส่งสินค้าต่างชาติที่เป็นนอมินีประมาณ 24-25 รายลงมาดัมพ์ตลาด โดยให้บริการขนส่งในราคาต่ำกว่าความเป็นจริง
"เวลานี้จะรอดูท่าทีของราคาน้ำมันอีกระยะหนึ่งก่อนโดยยอมแบกภาระต้นทุนที่สูงขึ้นไว้เอง เนื่องจากราคาน้ำมันดีเซลสูงขึ้นมาถึง 25 บาทเศษ/ลิตรแล้ว ดังนั้นปัญหาต้นทุนด้านพลังงานที่สูงขึ้นจะแก้ไขได้อย่างยั่งยืน รัฐบาลจะต้องรณรงค์อย่างจริงจังโดยให้ประชาชนทุกกลุ่มหันไปใช้พลังงานทดแทนให้มากขึ้น โดยที่นโยบายจะต้องต่อเนื่อง "
|