"สรุป KM สิงห์บุรี 1พ.ค.49" http://gotoknow.org/archive/2006/05/02/15/50/12/e26493
การจัดกระบวนการแลกเปลี่ยนประสบการณ์เรื่อง "การถอดความรู้" ขณะทำกระบวนการกลุ่มให้กับจังหวัดสิงห์บุรี เมื่อวันที่ 1-2 พฤษภาคม 2549 ณ ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดสิงห์บุรี ชั้น 5 เพื่อสู่เป้าหมายงาน "Food Safety"
ฉากที่ 1 พิธีการ
@ กล่าวรายงาน โดยท่าน สาธารณสุขจังหวัดสิงห์บุรี
@ กล่าวเปิดงานและสนทนา (ประธาน) โดยท่าน ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี
@ พิธีกรและเจ้าภาพ คือ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสิงห์บุรี
ฉากที่ 2 ให้ความรู้เรื่อง การจัดการความรู้
@ คุณสำราญ สารบรรณ์ ถ่ายทอดเนื้อหาประเด็น "แนวคิดและหลักการการจัดการความรู้"
@ คุณอุษา ทองแจ้ง ถ่ายทอดเนื้อหาประเด็น "กรณีตัวอย่าง KM และการใช้เครื่องมือ ชุดธารปัญญา"
ฉากที่ 3 เชื่อมโยงข้อมูลการจัดการความรู้ สู่การถอดความรู้
@ คุณศิริวรรณ หวังดี ขมวดปมข้อมูลและเชื่อมโยงความรู้สู่การถอดบทเรียน
ฉากที่ 4 ตั้งกระทู้เพื่อให้ทดลองถอดบทเรียนจากสื่อ โดยใช้กรณี อ. บันฑร อ่อนดำ
@ คุณศิริวรรณ หวังดี จัดกระบวนการให้เจ้าหน้าที่ได้ทดลองถอดบทเรียนจากสื่อเทปภาพเป็นรายคน กลุ่มเล็ก และองค์กร
@ คุณยอดธงไชย รอดแก้ว ดำเนินการสร้างบรรยากาศและจัดการให้มีการนำเสนอข้อมูลและแลกเปลี่ยนระหว่างกลุ่มย่อยและกลุ่มใหญ่
@ คุณศิริวรรณ หวังดี จับประเด็นข้อมูลและสรุปความรู้สะท้อนกลับสู่เวทีใหญ่ (ข้อเท็จจริง)
@ คุณศักดา ทวิชศรี เสริมและเติมเต็มข้อมูล (ตีตะปู) ให้กับกลุ่ม
ฉากที่ 5 ค้นหาของดีและคนเก่งที่ทำงานสำเร็จและยอมรับของสังคม
@ คุณยอดธงไชย รอดแก้ว ตั้งประเด็นค้นหาคนเก่งและคนทำงานได้สำเร็จ โดยสังคมเป็นคนตัดสิน และมอบประเด็นการถอดบทเรียนให้แต่ละกลุ่มทำงาน ได้ 6 เรื่อง 6 คน แล้วให้ทุกคนเข้ากลุ่มทำงานตามความสนใจ
หลังจากนั้นเมื่อทำงานกลุ่ม "ถอดบทเรียน" เสร็จแล้วแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนมานำเสนอในเวทีใหญ่
@ คุณศิริวรรณ หวังดี จับประเด็นข้อมูลที่เกิดขึ้น และถอดบทเรียนจากแต่ละกลุ่มนำเสนอเรื่องเล่าเป็นกรณีตัวอย่าง (เล่นกันสด ๆ) หลังจากนั้นสะท้อนเรื่องราวดังกล่าวสู่เวทีใหญ่เป็นการนำข้อเท็จจริงจากทุกกลุ่มมารวมเป็นเนื้อเดียวกัน
ฉากที่ 6 ทุกคนร่วมกันสรุปบทเรียนเป็นของตนเอง กลุ่ม และองค์กร
@ คุณศิริวรรณ หวังดี จัดเวทีให้ทุกคนสรุปบทเรียนของตนเองและกลุ่ม ในประเด็น
"ความรู้คืออะไร? มีกี่อย่าง.....ความรู้ได้มาจากไหนบ้าง?.....และเมื่อได้ความรู้มาแล้วจะนำไปใช้อย่างไร?"
@ คุณยอดธงไชย รอดแก้ว ได้จัดให้แต่ละกลุ่มนำเสนอบทเรียนที่สรุปทุกกลุ่ม
@ คุณศิริวรรณ หวังดี ได้สะท้อนข้อมูลของทุกกลุ่มที่นำเสนอเป็นข้อเท็จจริง และเป็นข้อสรุปที่มาจากทุกกลุ่มในการนิยามความรู้ของตนเอง กลุ่ม และองค์กร
ฉากที่ 7 เสริมและตกแต่งความรู้
@ คุณศักดา ทวิชศรี ได้เชื่อมโยงและขมวดปมความรู้กับงาน Food Safety และการพัฒนาบุคลากร (เจ้าหน้าที่กับเกษตรกร) เพื่อเดินให้ถึงเป้าหมายงานและความรู้
ฉากที่ 8 ประเมินผลงานและการเรียนรู้ AAR
@ คุณศักดา ทวิชศรี ได้ตั้งกระทู้ของการประเมินผล และมอบประเด็นและมอบหมายงานให้ คุณสมนึก จากสำนักงานเกษตรจังหวัดสิงห์บุรี ได้ขึ้นมาทำ AAR แทน ส่วนทีมเราก็เป็นคนจับประเด็นข้อมูลและแสดงให้ที่ประชุมเห็นตลอดเวลา (บรรยากาศดีมาก มีการตอบโต้ แสดงความคิดเห็น และหารือกันเรื่องงาน)
มีคนที่จะตั้งต้นบุกเบิก "การจัดการความรู้" แต่หาเพื่อนร่วมทาง และอยากได้ส่วนกลางมาทำให้ดูทั้งกระบวนการ
ดิฉันก็เลยตอบไปว่า "ส่วนกลางพร้อมที่จะมาเป็นเพื่อนร่วมทางกับท่าน" แต่อยู่ที่ท่านจะพร้อมกันเมื่อไหร่? ลองหารือกันดู... แล้วส่งข่าวให้เราทราบด้วย...ทางเรายินดีเสมอกับการทำงาน
ฉากที่ 10 สรุปจบ
ด้วยการนำเสนอข้อมูลที่ดิฉันได้รายงานสดทาง "Gotoknow.org" ให้ทุกคนได้ดูได้ชม และ ขออภัยเจ้าหน้าที่ในที่สัมมนาฯทุกท่านที่ไม่ได้ขออณุญาต "นำภาพและชื่อของท่าน...เผยแพร่ สู่สาธารณชน" เพื่อให้เพื่อน ๆ พี่ ๆ ทั้งรับทราบกันว่า "ดิฉันและทีมงาน...กำลังทำอะไรกันอยู่เกี่ยวกับ KM ของจังหวัดสิงห์บุรี"
ซึ่งมี คุณวีระยุทธ์ สมป่าสัก ได้ติดตามสถานการณ์ที่ดิฉันและทีมงานกำลังทำงานกันตลอดเวลาโดยมิได้นัดหมาย ทำให้รู้สึกตื่นเต้น....
สิ่งเหล่านี้คือ ภารกิจที่ดิฉันและทีมงานได้ไปร่วมกันทำงานเพื่อองค์กรอีกชิ้นงานหนึ่ง เพราะเราคือ นักส่งเสริมฯ ที่มีใจเป็นนักพัฒนา.
ศิริวรรณ หวังดี
ขอบพระคุณคุณจือมากนะครับที่รายงานได้รวดเร็วมาก ฝากเรียนนักส่งเสริมฯ ที่ต้องการหาเพื่อนร่วมทางในการทำ KM ด้วย ว่ายังพอมีครับ แต่ขอให้เพื่อนๆ ได้มองไปรอบข้างอย่างพินิจพิเคราะห์ก่อน ก็จะเห็นเพื่อนๆ อยู่ในองค์กรที่มีแนวความคิดที่สอดคล้องกันแล้วชวนมาร่วมมือกันก่อนในเบื้องต้น
”ต้องช่วยเหลือตนเองก่อน..ลงมือทำเลย” ก้าวออกมาจากจุดๆ เดิมได้แล้ว แล้วเราจะพบเพื่อนและทางออกอีกมากมาย…
พัฒนาการของคนไม่มีคำว่าหยุดนิ่ง..เพราะแม้ขณะที่เราหยุดนิ่งโลกก็ยังคงหมุน หากเราไม่เปลี่ยนแปลงตัวเองให้ก้าวทันโลก ไม่รู้แม้แต่การเปลี่ยนแปลงที่อยู่ใกล้ตัวเรา คือทำไม่รู้ ไม่เห็นไม่ใช่ ไม่สน ไม่ให้ความสำคัญ หรือคิดว่าจะต้องรอให้ผลของการกระทำกัดกร่อน ร่างกาย จิตใจ ส่งผลกระทบถึงสังคม แวดล้อม ชีวิตเราก็คงจะแย่นะคร้าบ…แต่การเริ่มต้นที่จะพัฒนา ง่ายๆคือสังเกตตัวเองก่อนว่าเรานั้นอยู่ในสภาพอย่างไร เราจำเป็นมั๊ย..ที่จะต้องเปลี่ยนแปลง..ถามใจเรา เชื่อเหอะ..ถ้าเรายังมีปราถนาทางกาย ผมว่าเราจำเป็นต้องพัฒนาตนเอง..ถ้าหลุดพ้นเมื่อไหร่ คำตอบไม่ใช่เรา..
พัฒนาไปอีกขั้นหนึ่งแล้วนะค่ะ ดีใจด้วยค่ะ
ต้องขอขอบพระคุณทีมงานจากกรมส่งเสริมการเกษตรเป็นอย่างสูงที่ไปช่วยปรับแนวคิดของผู้ที่เกี่ยวข้อง ในฐานะผู้ประสานงานเรื่องนี้ตอนแรกรู้สึกหนักใจพอสมควรว่าเราเป็นคนนอก(ทำงานสาธารณสุข)จะทำอย่างไรให้ได้ใจของคนส่วนใหญ่ที่เป็นผู้เกี่ยวข้องโดยตรงกับเรื่องที่จะต้องจัดการความรู้ ทำอย่างไรให้เขาเข้าใจ เห็นความสำคัญและร่วมก้าวเดินไปด้วยกันอย่างเต็มใจ หลังจากผ่านพ้นวันที่ 1-2 พ.ค.ไปแล้ว ดิฉันและพี่ๆทีมงานมีโอกาสได้ไปร่วมสังเกตการณ์เวทีเกษตรกรเพื่อการผลิตข้าวอินทรีย์ เมื่อวันที่ 8 พ.ค. ที่ อบต.สระแจง อ.บางระจัน อ.ศักดา ทวิชศรี ไปช่วยเป็นคุณอำนวย มีท่านเกษตรจังหวัดเป็นประธานประชุม ต้องขอบอกว่าดิฉันทึ่งในการเป็นวิทยากรและเป็นคุณอำนวยของท่านเกษตรจังหวัดมาก นอกจากเกษตรกรแล้วพี่ๆจากเกษตรอำเภออื่นๆ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สนง.เกษตรและสหกรณ์ สถานีพัฒนาที่ดิน โครงการชลประทาน ก็ไปร่วมงานด้วย ทำให้ความรู้สึกท้อในตอนแรกๆหายไปกว่าครึ่ง และแอบหวังไว้ในใจแล้วว่าKMของสิงห์บุรีในปีนี้คงไม่ไกลเกินเอื้อม ตอนนี้กำลังรอนัดหมายจากคุณศรัญญา สนง.เกษตรจังหวัด เลขาคณะทำงาน KM เพื่อพูดคุยเรื่องการบุกเบิกที่จะขอให้ส่วนกลางเข้าไปช่วยเป็นเพื่อนร่วมทางให้ ได้ผลอย่างไรจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งค่ะ
ยินดี กับคุณสิริกรด้วยค่ะ "การจัดการความรู้" ให้มองที่ความสำเร็จ ทำแล้วได้เพื่อนค่ะ