...คราวนี้นอกจากไม่มีคนรับสายแล้วโทรศัพท์ของเขาถูกปิดเครื่อง...เครื่องหมายคำถาม ??? เกิดขึ้นในสมองของเขาทันที...อะไรเกิดขึ้น...
เรื่องนี้เกิดขึ้นกับน้องแม็ค(เจริญ พรหมมินทร์) บรรณารักษ์ร่างสูง ผิวหมึก สุดหล่อ นิสัยดี ใน อบจ.ของเรานี่เอง เขามาเล่าให้ผู้เขียนฟังว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นเวลาเย็นมากแล้ว เขาไปตีแบตมินตันที่สนามสะพานหิน พอขากลับกำลังจะขับมอร์เตอร์ไชด์ ออกไป ปรากฎว่าบนถนนข้างหน้าเขามีอุบัติเหตุ รถมอร์เตอร์ไชด์ชนกันสองคัน คันหนึ่งเป็นผู้หญิงแม่ลูกอ่อน ล้มลงขวดนมกระจุยกระจาย คนที่อยู่บริเวณนั้นมีกันหลายคน แต่ไม่ใครออกไปช่วยผู้หญิงลูกอ่อนคนนั้นเลย มองดูเฉย ๆ เขาจึงจอดรถของเขา แล้วไปช่วยยกรถที่ล้มอยู่ข้างถนน และช่วยไกล่เกลี่ยว่าจะเอาเรื่องกันไหม ต่างคนต่างก็ตกลงกันได้ว่าไม่เอาเรื่อง เพราะถ้าเอาเรื่องกันจริง ๆ คงจะไม่จบอยู่เพียงแค่นั้น
เมื่อตกลงกันได้รถคู่กรณีก็ขับรถหายไป ส่วนรถแม่ลูกอ่อนก็ยังทุลักทุเล รถยังไม่คืนสู่สภาพปกติตะกร้าบุบเบี้ยว น้องแม็คของเราก็เข้าไปช่วยดัดตะกร้าหน้ารถ แต่มือถือโทรศัพท์อยู่ไม่ถนัดนัก จึงวางโทรศัพท์มือถือไว้ในตะกร้า แล้วดัดให้กลับคืนสู่สภาพปกติที่สุด เก็บสัมภาระที่กระจัดกระจายอยู่ใส่ให้เรียบร้อย แม่ลูกอ่อนกล่าวขอบคุณแล้วขับรถจากไป
เมื่อเขากลับมาที่รถตัวเองก็นึกขึ้นมาได้ว่าลืมโทรศัพท์ไว้ในตะกร้าหน้ารถแม่ลูกอ่อนคนนั้น เขาก็ใช้โทรศัพท์สาธารณะโทรกลับไปที่หมายเลขของเขาหลายครั้งก็ไม่มีคนรับสาย ก็คิดในแง่บวกว่าโทรศัพท์ดังอยู่ในตะกร้าหน้ารถผู้หญิงคนนั้นคงไม่ได้ยินเพราะเสียงเครื่องรถกลบเสียงโทรศัพท์อาจจะเป็นไปได้ หรือถ้าได้ยินเขาก็รับไม่ได้เพราะกำลังขับรถอยู่ รอให้เขาถึงบ้านก่อนแล้วค่อยโทรใหม่
เขาทิ้งระยะห่างของเวลาประมาณ ๒๐ นาที ก็โทรเข้าไปใหม่โดยคนที่อยู่บริเวณให้เขายืมโทรศัพท์ใช้เพราะเขาเห็นว่าน้องแม็คไปช่วยผู้หญิงคนนั้นจริง ๆ และที่สำคัญเขาไม่มีเหรียญจะหยอดตู้สาธารณะแล้ว
ปรากฎว่า...คราวนี้นอกจากไม่มีคนรับสายแล้วโทรศัพท์ของเขาถูกปิดเครื่อง...เครื่องหมายคำถาม ??? เกิดขึ้นในสมองของเขาทันที...อะไรเกิดขึ้น...เขารออยู่ตรงนั้นจนมืด...เผื่อว่าผู้หญิงคนที่เขาช่วยเหลือจะเปลี่ยนใจนำโทรศัพท์มาคืนเขา ณ จุดเกิดเหตุ
แต่...เปล่าเลย...มีเพียงความว่างเปล่า...ให้ผู้ที่คิดดีเช่นเขา...ไม่น่าเล้ย...
วันนี้เขาต้องไปซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่ โดยบอกกับผู้เขียนว่า "ผมไม่ได้อยากเปลี่ยนโทรศัพท์ใหม่หรอกครับ แต่เรื่องมันเป็นอย่างที่ผมเล่าในฟังนี่แหละครับ"
อ่านจบแล้ว..ภาวนาอยากให้เรื่องนี้..มีภาคสอง หรือคุณจินตนามาเล่าใหม่ตอน 2 อยากให้น้องเขาได้โทรศัพท์กลับคืนมาค่ะ แต่ถ้าไม่...ก็อยากจะบอกว่า..."อย่าท้อที่จะทำความดี" เหมือนชื่อบันทึกนี้ล่ะค่ะ
สวัสดีค่ะคุณ
เมื่อ อา. 31 พฤษภาคม 2552 @ 18:56
1321820 [ลบ] [แจ้งลบ]
อ่านจบแล้ว..ภาวนาอยากให้เรื่องนี้..มีภาคสอง หรือคุณจินตนามาเล่าใหม่ตอน 2 อยากให้น้องเขาได้โทรศัพท์กลับคืนมาค่ะ แต่ถ้าไม่...ก็อยากจะบอกว่า..."อย่าท้อที่จะทำความดี" เหมือนชื่อบันทึกนี้ล่ะค่ะ
ก็พยายามบอกน้องแม็คและใคร ๆ ว่า "อย่าท้อที่จะทำความดี" แม้บางครั้งเราจะพบเจอผู้คนที่ไม่ดีบ้าง...ก็อย่าท้อทำต่อไป...
สวัสดีครับ ไม่มีเรื่องราวต่อจากนั้น มีแค่เพียงความคิดหลายอย่างที่เข้ามาให้ได้วิเคราะห์ถึงสภาพสังคม และน้ำใจที่เราพยายามไขว่คว้า หากแต่เราไม่เคยคิดที่จะเป็นผู้ให้ เรื่องที่เกิดขึ้นคิดแบบฉบับคนไทยที่ไม่คิดมากว่า ฟาดเคราะห์ สังคมต้องช่วยกันกอบกู้จิตสำนึกที่ดีที่ฝังอยู่ในตัวคนไทยคืนกลับมา ถ้าถามว่าเริ่มที่ใคร...ส่องกระจกดูสิ คนนั้นแหละ
ฮั่นแน่ !... เจ้าตัวปรากฎเอง
ไม่เป็นไรนะน้องแม็คถือว่าฟาดเคราะห์
แต่ฟาดบ่อย ๆ ก็เหนื่อยเหมือนกันนะ
เมื่อ จ. 01 มิ.ย. 2552 @ 09:31
1322847 [ลบ] [แจ้งลบ]
สวัสดีครับ ไม่มีเรื่องราวต่อจากนั้น มีแค่เพียงความคิดหลายอย่างที่เข้ามาให้ได้วิเคราะห์ถึงสภาพสังคม และน้ำใจที่เราพยายามไขว่คว้า หากแต่เราไม่เคยคิดที่จะเป็นผู้ให้ เรื่องที่เกิดขึ้นคิดแบบฉบับคนไทยที่ไม่คิดมากว่า ฟาดเคราะห์ สังคมต้องช่วยกันกอบกู้จิตสำนึกที่ดีที่ฝังอยู่ในตัวคนไทยคืนกลับมา ถ้าถามว่าเริ่มที่ใคร...ส่องกระจกดูสิ คนนั้นแหละ