คนแก่ติดหมาก เด็กติดกล้อง

คืนวันที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๒    ผู้เขียนได้เดินทางไปร่วมงานศพสวดพระอภิธรรมบิดาญาติธรรมท่านหนึ่งซึ่งอยู่ที่  อำเภออู่ทอง  จังหวัดสุพรรณบุรี

ขณะนั่งฟังพระสวดพระอภิธรรมบริเวณเสื่อด้านล่างซึ่งมีญาติมิตรนั่งกันหลายคน (ไม่อยากนั่งเก้าอี้เพราะสูงกว่าพระ)  เหลือบไปทางขวามือเห็นหญิงชราสูงวัย  ผมสีดอกเลาทั้งศีรษะกำลังนั่งตำหมากโดยมีอุปกรณ์เตรียมพร้อม  

 พระก็สวดไปท่านก็ตำหมากไป ตำเสร็จก็ตักเข้าปากหน้าตาเฉย  ผู้เขียนมองแล้วก็งงไม่ได้เปรี้ยวปากแต่อย่างไร    (ได้แต่คิดว่า คนติดหมากมันช่างลำบากเหลือเกิน  น่าเห็นใจจริง ๆจะทนรอให้พระสวดจบก่อนก็ไม่ได้ )   

 เปลี่ยนกลับหันมามองทางซ้ายมือของตนเองเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง   เห็นเด็กชายวัย สิบขวบ รูปร่างอวบ หน้าตาสดใส  ผิวพรรณขาวผ่อง  ดูมีสง่าราศีเพราะพ่อแม่เป็นนักปฏิบัติธรรมคงดูแลดีทำให้มีความสุข   เด็กคนนี้ยิ้มแย้มแจ่มใส  กำลังติดกล้องถ่ายรูป  ถ่ายภาพทางโน้นทีทางนี้ทีอย่างสนุกสนาน

เห็นแล้วก็อดแอบยิ้มน้อย ๆ ไม่ได้ คนแก่ติดหมาก  เด็กติดกล้อง   ผู้เขียนเองซึ่งอยู่ตรงกลางนับเป็นรอยต่อของคนสองวัย  รวมกันก็เป็นสามวัยพอดี  มองอดีตและอนาคตของตนเองจากซ้ายและขวาในเวลาไล่เลี่ยกัน  ดูแล้วก็เกิดปัญญาได้แนวคิดดี ๆ สมดังบทโคลงของ สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ
พระบิดาแห่งประวัติศาสตร์ไทย ที่ว่า

“ยามเยาว์เห็นโลกล้วน                แสนสนุก
เป็นหนุ่มสาวก็หลงสุข                         ค่ำเช้า
กลางคนเริ่มเห็นทุกข์                           สุขคู่    กันนอ

ตกแก่จึงรู้ค่า                                        ว่าล้วนอนิจจัง”