ทุกอริยาบท

วันละข้อคิด: วันนี้ท่านเจริญกรรมฐานใด....หรือไม่

ยามดึกสงัดของเมื่อวาน 25 พค.2552  นั่งฟังเทปพระอาจารย์อารยะวังโส เสียงธรรมจากเดลี

วันนี้จึงขอนำสาระวันละประเด็นมานำเสนอสมาชิกชมรมสุขด้วยธรรมและกัลยาณมิตร ดังนี้

พระอาจารย์เริ่มบรรยายธรรมว่า......................

"ความสำคัญของพระสูตรมหาสติปัฏฐาน 4 นั้น เป็นพระสูตรที่มีความลุ่มลึก ละเอียด ปราณีต ซึ่งพระพุทธองค์ทรงเลือกแล้วว่าจะเสด็จไปโปรดคนในแคว้นกุรุ นครอินทรปัตถ์ (เดลี)"

ถามว่าทำไมจึงต้องไปโปรดที่นั่น โดยเฉพาะที่กัมมาสธัมมะนิคมซึ่งในสมัยนั้นยังเป็นชนบทเล็กๆ

 

พระอาจารย์บรรยายว่า ..........................

"ก็แสดงว่าคนแค้วนกุรุนั้นต้องมีความพร้อม เพียบพร้อมด้วยธรรมทุกประการ ต้องเป็นผู้มีวินัย มีศีล มั่นคงในศรัทธา และสัมมาทิฐิ จึงสามารถรับความปราณีตได้ นอกจากนั้นยังต้องมีความเฉลียวฉลาด เข้าใจคำสอนละเอียดเป็นขั้นเป็นตอน

มิฉะนั้นจะรับพระสูตรนี้ได้ยาก

เพราะต้องสอดส่อง ค้นหาความจริง ค้นคว้าความหมายของธรรมในขันธ์ 5 กาย เวทนา จิต ธรรม

มหาสติ เป็นสติใหญ่  สติก็คือปัญญา  เหมือนการฉายแสงสว่างไปในที่มืด ถ้ามีกำลังก็สามารถนำไปใช้อย่างปราณีต ค้นหาความหมายในความเป็นจริงที่ปรากฏอยู่ในความมืด นั้น   

รื้อหมดทุกอย่างที่เก็บเอาไว้

เหมือนกำลังจิตของผู้ปฏิบัติที่แก่กล้า ส่องเข้าไปในบาตร มองจนบาตรนั้นขยายใหญ่ พิจารณาสาระ จนเห็นน้ำในบาตรละเอียดละออ จนพบความจริง แยกแยะสิ่งที่สกปรกและเอาออกไปได้หมดจนน้ำนั้นสะอาดสะอ้าน

กำลังสติแบบนี้จะต้องเป็นกำลังจิตชั้นสูง

คนแคว้นกุรุก็เป็นเช่นนั้น ต้องมีวินัยสูง ถึงขนาดเวลาจะออกจากบ้านต้องเจริญกรรมฐานด้วย เวลาพบกันจะถามกันว่าท่านเจริญกรรมฐานอะไรอยู่ ท่านครองกรรมฐานอันใด

ถ้าคนออกจากบ้านแล้วไม่มีกรรมฐาน ต้องกลับไปเอากรรมฐานก่อน

ถือเป็นการเตือนสติกัน

คนแคว้นกุรุจึงเจริญสติทุกอริยาบท ไม่ให้จิตขาดตอน แม้แต่สัตว์เดรัจฉานก็ยังสามารถเจริญสติได้ เช่นนกแขกเต้าที่เจริญกรรมฐาน อัฐฐิแม้ขณะถูกนกเหยี่ยวคาบไป ก็ไม่ละการเจริญกรรมฐาน................................................."

 

อยากจะนำไฟล์เสียงมาให้ฟังกัน เสียแต่ยังไม่เคยตัดต่อไฟล์เสียง (ยังไม่เคยทดลอง) เลยนำตัวหนังสือมาให้อ่านก่อนนะครับ

เจริญสุขนะครับ