รวมกันเราอยู่ เเยกหมู่เราตาย.....

กิร  ดังได้ยินมาว่า....

                           ณ  กาลเวลาวันหนึ่ง  ปากตั้งตัวเองเป็นหัวโจกปลุกระดมอวัยวะน้อยใหญ่วางเเผนกำจัดท้อง"เพื่อนที่รักทั้งหลาย  พวกเราลำบบากกันมานานเเล้ว  เท้าต้องเดินไปหาของมาทำกิน  ตาก็ต้องคอยดูทาง  หูก็ต้องคอยฟังเสียง  มือก็ต้องหยิบต้องทำอาหารเเล้วป้อนเข้ามาในตัวข้า  ฟันก็ต้องเคี้ยวให้ละเอียด  ลิ้นก็ต้องตวัดไปมาให้อาหารลงคอ  คอก็ต้องกลืนลงท้องแต่ท้องสิช่างสบายเหลือเกิน  ไม่ต้องทำอะไร  รอแต่อาหารที่พวกเราช่วยกันส่งไปให้  อิ่มเล้วก็สบายใจเ)ิบ  อย่างงนี้เเล้วพวกเรายัีงจะทนต่อไปอีกหรือ"

                            มือ  เท้า  ตา  หู  ฟัน  ลิ้น  คอ  ต่างเห็นด้วยตามที่ปากพูด จึงถามปากว่า"เเล้วเราจะทำอย่างไรกันดี"

                            "เอางี้นะ  เราจะสไตรค์ท้องกัน  นับแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป  เท้าก็ไม่ต้องเดินไปไหน  มือก็ไม่ต้องทำอะไร  ตาก็ไม่ลืมขึ้นมา  หูก็ไม่ต้องฟัง  ข้าก็จะไม่อ้า  ฟันก็ไม่ต้องเคี้ยว  คอก็ไม่ต้องกลืนอะไร  เอางี้นะ   ท้องมันจะอยู่ได้ให้มันรู้ไป"

                           รุ่งขึ้นทุกส่วนทำตามข้อตกลง  ทุกอย่างหยุดหมด  ่างนอนเเเซ่วอยู่บนที่นอน  ไม่ลุกไปไหน  ปากจึงถามพรรคพวกว่า"สบายดีไหมพวกเรา  ไม่ต้องทำงานอะไรเลย  น่าจะเป็นอย่างนี้มาตั้งนานเเล้วนะ"   

                           ครึ่งวันผ่านไป  ท้องเริ่มร้องจ๊อก ๆ เพราะไม่มีอะไรกถึงตน  ปากจึงโพนทนากับพวกอีกว่า  "  ได้ยินไหมพวกเรา  ท้องมันเริ่งร้องเเล้ว  ให้มันรู้สึกเสียบ้างสบายมานานเเล้ว"

                           ผ่านไปวันหนึ่ง  ท้องยิ่งร้อง  ผ่านไปคืนหนึ่ง  ท้องเริ่มเงียบ  เพราะหมดเเรงร้อง  ปากจึงบอกพวกอีกว่า.."เป็นไงพวกเราเห็นหรือยัง  ท้องมันต้องตายแน่  จะอยู่ได้ให้มันรู้ไป"

                         ผ่านไปอีกวันหนึ่ง  มือเเละเท้าเริ่มหมดเเรง  ตาลืมไม่ชึ้น  หูเริ่มอื้อ  คอเเห้งผากเป็นผง  ปากเองก็เริ่มซีด  จะพลิกตะเเคงตัวก็ไม่มีเเรงทำ  ท้ายที่สุดก็เป็นลมหมดสติ  ตื่นขึ้นมาอีกที  ร่างนั้นนอนอยู่บนเตียงในโรงพยาบาล  ใจจึงสั่งสอนว่า

                         "พวกเราเอาแต่อารมณ์เเค้นไม่พอใจท้องเเละเชื่อปากที่คอยยุเเหย่  ไม่ได้คิดให้รอบคอบเลย  เกือบตายกันไปหมด  วันหลังอย่าทำกันอย่างนี้อีก" 

                        ทุกอวัยวะนิ่งเงียบไม่กล้าโต้แย้งใจ  เพราะเห็นฤทธิ์ของการสไตรค์ท้องกันดีเเล้ว...

 

 

เรื่องนี้สื่อความให้เป็นว่า...

                       ในการอยู่ร่วมกันนั้นก็เหมือนกับอวัยวะในร่างกายที่แตกต่างกันไป  เเละต่างก็มีหน้าที่ทำแตกต่างกันไป  ทำมากบ้างน้อยบ้างหนักบ้างเบาบ้าง  สุดเเล้วแต่หน้าที่ จะให้เหมือนกันหรือเท่ากันคงไม่ได้  แต่เมื่อทำงนอย่างสอดประสานกันเล้วก็จะพาให้บรรลุถึงเป้าหมายที่ทำได้  เพราะฉะนั้น จึงไม่ควรคิดรังเกียจหรืออิจฉาริษยาอีกคนหนึ่งหรือหลายคนที่ทำหน้าที่เบาๆ  เเละทำไม่มากเท่าตน  ธรรมชาติสร้างสรรค์อวัยวะในร่างกายมาให้ำหน้าที่สอดประสานกันดีอยู่เเล้ว หากส่วนใดชำรุดหรือไม่ทำหน้าที่ก็จะพากันวิบัติล้มตายไปด้วยกัน  ที่อายุยืนอยู่ได้เพราะอวัยวะสามัคคีพร้อมเพรียงกันทำหน้าที่ของตนไปนั่นเอง  คนในสังคมในหมู่ในคณะก็เช่นเดียวกัน  ย่อมแตกต่างกันเป็นปกติทั้งหน้าที่การงาน  ความรู้ความสามารถ  ตลอดถึงความคิดความอ่าน  ถ้า้ใช้ความต่างกันนั้นมาสอดประสานกัน  อยู่กันด้วยความเอื้เฟือ้ ให้อภัย  ยินยอม  ผ่อนปรน  อดทนต่อกันได้  ก็ย่อมอยู่สุชสบายด้วยกันทั้งหมด...

"สามัคคี  คือ  "พลัง"  ครับ"