มะละกอ เป็นพืชอีกชนิดที่ผมรัก จำเป็นต้องปลูกติดสวนไว้เสมอ ใครไปใครมาก็ฝากให้รับประทาน เป็นของฝากจากคนทำสวน แต่ปัญหาของการปลูกมะละกอก็มีอยู่ ที่สำคัญก็คือ 1.โรคไวรัส (ใบด่างเหลือง)ของมะละกอ ซึ่งหากเป็นขณะโตแล้วก็ทำให้ใบด่าง ยอดหงิกเหลือง ลูกเป็นหลอด เสียรูปทรง แต่หากเป็นมาแต่ระยะกล้า ก็จะทำให้ใบ และยอด หงิกงอ ด่างรุนแรง จนไม่ให้ผลผลิต อีกประการหนึ่งสำหรับคนปลุกมะละกออย่างผมคือ 2.การทีมะละกอเป็นดอกตัวผู้ (ติดดอก มีก้านระโยงระยาง แต่ไม่ติดลูกที่บริโภคได้)ที่สำคัญคือเป็นดอกตัวเมีย(รูปทรงอ้วน ป้อม สั้น เนื้อบาง ไส้ในกลวง อาจไม่มีเมล็ดอยู่เลย)ส่วนลักษณะมะละกอแขกดำ หรือ แขกนวลที่ต้องการ คือ ลูกยาวได้รูป เนื้อหนา หากเนื้อหนาถึง 1 นิ้วจะดีมาก เนื้อเหนียว ไส้ในไม่กลวง หากสุกสีต้องจัด หรือส้มเข้ม ยางน้อย รสหวาน ให้ติดเค็มน้อยที่สุด ซึ่งลักษณะของมะละกอที่ดีดังกล่าว เป็นมะละกอที่เกิดจากดอกกะเทย(ดอกสมบูรณ์เพศ) ชาวสวนทุกคนจึงหวังที่จะให้มะละกอของตนติดดอกกะเทย ดังนั้นเวลาปลูกจึงต้องปลูกอย่างน้อย 2-3 ต้น/หลุม เผื่อไว้คัดทิ้งเมื่อเริ่มเห็นดอก หากเป้ดอกตัวผู้หรือ ตัวเมียก็คัดทิ้ง แต่หากเป็นดอกกะเทยก็เอาไว้ ได้มีโอกาสสอบถามจากชาวสวนมะละกอมืออาชีพ ตลอดจนทดลองในสวนตัวเองหลายปี จึงอยากเสนอวิธีการคัดเมล็ดมะละกอสำหรับชาวสวน ไว้ลองปฏิบัติ เพื่อให้ได้มะละกอปลอดโรคไวรัสไว้ปลูก ตลอดจนเพื่อให้ได้มะละกอที่เป็นดอกกะเทย ทั้งนี้วิธีการนี้สำหรับมะละกอพันธุ์แท้ เช่น แขกดำ แขกนวล เท่านั้น ไม่สามารถใช้สำหรับมะละกอลูกผสม เช่น เรดเลดี้ หรือ มะละกอฮอลแลนด์ ได้ 1.คัด และ เก็บผลมะละกอสุก 90 เปอร์เซ็นต์ จากต้นแม่ในแปลงปลูก ที่สมบูรณ์ แข็งแรง ปลอดโรค เริ่มออกลูกจากใกล้โคนต้น ลูกและดอกออกสมำเสมอ ทรงลูกสวย ขนาดไล่เรียงจากโคนถึงปลาย เนื้อหนา รสดี (ต้องเป็นมะละกอที่ปลูกในแปลงที่เป็นพันธุ์เดียวกันทั้งหมดเท่านั้น) 2.ผ่าลูก คัด และ เก็บเฉพาะเมล็ดสีดำเข้ม(ในผลมะละกอ จะมีเมล็ดที่สีดำเข้ม และสีนำตาลแก่ซึ่งเป็นเมล็ดที่ควรคัดทิ้ง) จากนั้นล้างเอาเมือกหุ้มเมล็ด และยางออก นำไปตากแดดให้แห้ง 2 แดด และนำมาผึ่งในที่ร่มอีก 5-7 วัน หากต้องการเก็บเก็บในตู้เย็น ได้นาน 6 เดือน 3.นำเมล็ดไปเพาะในกระบะด้วยทราย หรือ วัสดุเพาะ(มีเดีย) ควรเพาะให้ต้นกล้ามีอายุ อย่างน้อย 3-4 สัปดาห์(บริษัทฯ แนะนำเพียง 14 วัน)จากนั้นถอนต้นกล้า เพื่อสังเกตลักษณะราก เลือกต้นที่มีรากแก้วตรง รากฝอยเยอะ และคัดต้นที่มีรากแก้วงอคด และไม่มีรากฝอย หรือ รากฝอยน้อยทิ้ง เพราะมักเป็นต้นที่เป็นดอกตัวเมีย 4.นำต้นที่คัดเลือกไว้ในถุงดำ ด้วยดินผสม ให้มีขาดสูงประมาณ 1 คืบ เพื่อรอปลูกต่อไป เพียงวิธีการคัดเมล็ดเท่านี้ เกษตรกรก็จะได้ต้นมะละกอแขกดำ-แขกนวล ที่ตรงตามพันธุ์ และปลอดโรคไว้เพาะปลูก ยอมเสียเวลาซักนิด เพื่อ จะไม่สูญเสีย และ เสียเวลา
ปลูกมะละกอปลอดโรค ต้องรู้จักคัดเมล็ด
ภูมิปัญญาการคัดเลือกเมล็ดมะละกอ(แขกดำ แขกนวล)สำหรับปลูก
1 คนชอบ
เข้ามาเก็บเกี่ยวความรู้ดี ๆ ครับ ขออนุญาตนำไปเผยแพร่ นะครับ
สวัสดีค่ะ
มาดูวิธีปลูกมะละกอ
แต่อยากทราบว่ามะม่วงอกร่องต้องปลูกยังไงคะ?
ตอนนี้มีเม็ดมะม่วงที่โดนแทะซะเกลี้ยงแล้ว 5 เม็ด
จริง ๆ อยากปลูกไว้ทานค่ะ
ขอบคุณค่ะ
คุณณัชชา
มะม่วงทุกชนิดขยายพันธุ์ได้ โดยวิธี ทาบกิ่ง เสียบยอด หรือติดตา ครับ หากทำยากก็หาซื้อที่เขาทำกิ่งสำเร็จแล้ว จากสวนที่เชื่อถือได้จะดีกว่าครับ
ไม่แนะนำการขยายพันธุ์จากเมล็ด ครับเพราะช้ามากกว่าจะให้ผลผลิต และยังให้ลูกที่อาจไม่อร่อยเหมือนลูกที่เราซื้อมากินก็ได้ครับ เพราะการขยายพันธุ์จากเมล็ดมักจะได้เป็นมะม่วงพันธุ์ใหม่ที่ไม่เหมือนต้นแม่เดิมของมัน แต่ก็ไม่แน่ครับ มะม่วงที่เรารับประทานทุกวันนี้ หลายพันธุ์ เช่น โชคอนันต์ หรือ เขียวมรกต ก็มาจากการเพาะเมล็ดมะม่วงชนิดอื่น และกลายพันธุ์ได้พันธุ์ใหม่ที่ดีกว่าเดิมครับ
ไม่รู้ตอบไว้ในนี้คุณณัชชาจะได้อ่านหรือเปล่า ยังไงส่งข่าวบ้างนะครับ
ขอเรียนถามดังนี้ครับ
1. มีคนบอกว่าปลูกมะละกอไว้ในบ้านไม่ดี เพราะอะไรครับ ถ้าเพราะกลัวรากมันจะชอนไชก็แล้วไป แต่มีเหตุผลอื่นไหมครับ ฟังเขาพูดแล้วน่ากลัวมากครับ
2. ซื้อต้นมัม่วงที่เขาตอนกิ่งมาปลูก 3 ต้น ปรากฏว่าต้นแรก แตกยอดออกดกอแต่ไม่ติดลูก ติดเหมือนกันครับ แต่สุดท้ายก็ร่วงหมด เพราะอะไรครับ และแก้ไขอย่างไรดีครับ อีก 2 ต้น นี่ก็ผ่านไป 2 เดือนแล้ว ไม่แตกยอด ไม่โต ไม่ออกดอก และ ไม่อะไรทั้งนั้น นิ่งอยู่ที่เลยครับ มีวิธีอย่างไรบ้างครับ
3. ดินในบ้าน (หมู่บ้านจัดสรร)ส่วนใหญ่เป็นดินทราบและดินเหนียว เอาต้นพุดลงปลูก โดยผสมดินที่เขาขายกันเป็นถุงๆลงไปด้วย 3 : 1 ปรากฏว่าเดดสะมอเร่ไป 4 ต้นแล้วครับ อาการคือค่อยๆแห้งตายไปที่ละน้อยๆ น่าจะเกิดจากอะไรครับ
รบกวน 3 ข้อครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ คุณสุวิช ที่เข้ามาเยี่ยม
ขอตอบตามความเข้าใจอย่างนี้นะครับ
1.คนโบราณไม่ชอบให้ปลูกต้นไม้ที่มียางในบ้านครับ มะละกอก็เช่นกัน เพราะยางเยอะ คงกลัวว่าคนในบ้านจะประสบเหตุเลือดตกยางออกนะครับ แต่ความจริงน่าจะกลัวว่านำยางของมะละกอซึ่งเป้นกรดรุนแรง จะตกถูกเสื้อผ้า หรือ เข้าตาเด็กทำให้เกิดอันตรายมากกว่าครับ (นำยางมะละกอ นี้ อันตรายจริงขนาดใช้ย่อยเนื้อให้เปื่อยได้ครับ) แต่สำหรับผมก็ยังชอบปลูกมะละกอไว้เป็นของฝากอยู่ดี คุณสุวิช หาก อยากได้เมล็ดไว้ลองปลูก ก็ทิ้ง ที่อยู่ไว้ได้ครับจะส่งไปให้
2.ต้นมม่วงที่ซื้อาจากร้านขายต้นไม้ ส่วนใหญ่เป็นกิ่งทาบ ซึ่งเมื่อตัดมาจากต้นแม่แล้ว ต้องอาศัยระยะเวลาซักระยะหนึ่งถึงจะเลี้ยงตัวเองได้ เหตุที่ยังไม่มียอดแตกเพราะยังไม่แตกรากครับ รากติดเมื่อไหร่ ยอดจะเร่มแตก อีกประการหนึ่งเวลาซื้อไม้ผลให้เลือกซื้อกิ่งที่เป็นใบแก่นะครับ (เรียกว่ากิ่งที่อั้นใบ)เมื่อนำลงปลูกจะแตกใบอ่อนไว ส่วนที่ลูกร่วงเป็นเพราะต้นมะม่วงสลัดลูกทิ้งเองเพราะต้นยังไม่พร้อมครับ ทางที่ดีควรปล่อยให้เป็นลูกในปีที่ 2 ครับ หากออกดอกควรเด็ดยอดทิ้ง และใส่ปุ๋ยมูลสัตว์เยอะครับ
3.ส่วนต้นพุด น่าจะเกิดจากช็อคดินครับ อาจจะเนื่องจากดินยี่ห้อที่ซื้อมาปลูกมีความเปรี้ยวมากไป ครับ อีกประการหนึ่งพืชที่ปลูกใม่ควรทำร่มให้พรางแสงซักระยะจนกว่าต้นจะตั้งตัวได้นะครับ หรือ อาจเป็นเพราะว่ารดนำมากไป ระยะนี้ฝนตกมากอยู่แล้วการรดนำทำให้ดินแฉะรากพืชไม่สามารถหายใจได้ ครับ
ตอบไว้ในนี้ไม่ทราบคุณสุวิช จะได้อ่านหรือเปล่า ลงข่าวบ้างนะครับ
ขอบพระคุณมากสำหรับคำตอบครับ
กว่าจะเข้ามาอ่านได้ก็แทบแย่เหมือนกันครับ เพราะ หาข้อมูลทาง Google มั่วๆไปเรื่อยก็มาเจอที่นี่ พอเขียนข้อความเสร็จก็ลบทิ้ง แต่ดันลืมว่าเวปไหน เฮ้อ ...
1. ผมก็ว่าอย่างนั้นแหละครับ อีกอย่างผมเองก็ไม่ได้ถือสาเรื่องเหล่านี้ แต่แม่บ้านนะซิครับ ไปอ่านเจอในเวปอะไรพวกนี้แหละครับ เอามาเถียงกับผมอยู่นานทีเดียว ผมเอาสะดวกผมว่าก็แล้วกัน แล้วก็ระวังๆเรื่องยางมันหน่อยก็น่าไม่มีปัญหาอะไร ส่วนเมล็ด ขอบพระคุณมากครับ คิดว่ารอให้ 3 ต้นที่ลองปลูกนี้ไม่รอดก่อนแล้วค่อยอีกครั้งครับ ที่มีน้อยครับ ตอนนี้ก็แทบจะไม่มีที่เดินแล้วครับ
2. เรื่องมะม่วง ขอบพระคุณอีกครั้งครับ จะค่อยๆดูแลมันต่อไปครับ
3. ต้นพุด ไม่รู้จะทำอย่างไร ก็เลยย้ายไปลงกระถางแทนครับ เปลื่องหน่อยแต่คุมการโตได้ครับ
ปัญหาใหม่ครับ คือ มีมดแดงตัวเล็กมาขุดดินในกระถางต้นไม้ ทำให้ต้นไม้ใบแห้งและค่อยๆตายครับ พึ่งเห็นเมื่อเช้า ตกใจเหมือนกันครับ ไม่ทราบมีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ไหมครับ ขอบพระคุณล่วงหน้าครับ
คุณสุวิช
มดแดงมักมาพร้อมกับเพลี้ยต่างๆครับ ปกติมดแดงไม่กัดกินต้นไม้โดยตรง แต่หากเห็นมดแดงลองสังเกตอีกซักนิดอาจจะเห็นเพลี้ย เช่น เพลี้ยแป้ง หรือเพลี้ยหอย ซึ่งดูดกินรากพืชอยู่ และมีมดแดงช่วยในการเคลื่อนย้ายไปที่ต่างๆ และอาศัยมดแดงเป็นบอดี้การ์ดให้ โดยตอบแทนมดแดงโดยให้นำหวานเป็นอาหารแก่มดแดง เป็นการอาศัยกันแบบพึ่งพากันครับ ลองหาเหยื่อมดแบบเม็ด มาโรยรอบๆกระถางให้มดมาขนไปกินซิครับ ไม่นานมดก็ตาย เมื่อมดตายเพลี้ยต่างๆก็ตายไปด้วย ปลอดภัยกว่าการใช้สารเคมีฉีดพ่นครับ
ปลูกมะละกอที่บ้าน มีดอกกะเทย และติดลูกแล้ว หลายลูก แต่มีใบ
เหลือง จะแก้ไขอย่างไรคะ
ขอบคุณคะ
นงเยาว์ ชมภูศรี
สวัสดีครับ คุณนงเยาว์
มะละกอใบเหลือง ต้องดูให้ออกครับว่าเป็น ไวรัสใบจุดวงแหวนหรือไม่ อันนี้บอกลำบากครับ เพราะมะละกอและพันธุ์ แสดงอาการไม่เหมือนกัน หากเป็นไวรัสใบจุดวงแหวนควรทำลายทิ้งถ้าปลูกเป็นสวนเพราะอาจระบาดไปติดต้นอื่นได้ แต่หากปลุกไว้กิน 2-3 ต้น ก็ใส่ปุ๋ยอินทรีย์เยอะๆ บำรุงให้ต้นสมบูรณ์ จะช่วยลดความรุนแรงของโรค (ข่มโรคไว้)และได้ผลกินปกติรับ โรคมะละกอไม่ติดคนครับ กินได้
หากใบเหลืองจากการขาดธาตุอาหาร แนะนำวิธีเดียวกัน แต่อาจต้องเพิ่มการฉีดพ่นธาตุ แคลเซียม-โบรอน(มีขายร้านเคมีเกษตรทั่วไป) สมำเสมอ เดือนละ 1 ครั้ง
การสังเกตุมะละกอที่สมบูรณ์ ใบจะบานรับแดด 100 เปอร์เซ็นต์ และขอบรีมใบจะแอ่นขึ้นข้างบน (เหมือนคนแอ่นนิ้ว) แต่หากขอบใบตกลงด้านล่างแสดงว่ามีปัญหาอะไรซักอย่างครับ
คุณแม่ผมชอบปลูกมะละกอ ตอนนี้เห่อมากจริงๆ จะนำความรู้ไปฝากท่าน ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ท่านพชรที่เขามาเยี่ยม
ปลูกมะละกอ ติดผลแล้วพอผลโตพบผลจะมีสีเหลืองที่ปลายผลมะละกอหลังจากนั้นอีก 2วัน จะเริ่มเน่าไม่ทราบว่ามะละกอเป็นโรคอะไร ใบเริ่มเหลืองบางต้นถึงตาย
ผมจะปลูกมะละกอแขกดำ ดินที่ปลูกเป็นดินทรายผสมอยู่ ควรไช้ปลุยชนิดไหน สูตรอะไรครับ ผมจะปลูกประมาณ2000ต้น ช่วยบอกวิธีปลูกผมด้วย ขอบคุณมากครับ
ท่าน สมคิด
ผลเน่าคิดว่าน่าจะเป็นโรคเน่าจากเชื้อราครับ เนื่องจากระยะนี้ฝนตกบ่อย ความชื้นสูง คงต้องใช้สารเคมีกำจัดเชื้อรา ฉีดพ่น ซัก 1-2 ครั้ง เช่น คารเบนดาซิม
อีกประการหนึ่ง หากมะละกอขาดธาตุอาหาร แคลเซียม-โบรอน ก็อาจแสดงอาการเน่าที่ปลายผลได้ ความรุนแรงขึ้นอยู่กับพันธุ์ และสภาพแวดล้อมครับ ลองหา แคลเซียม-โบรอน มาฉีดซักเดือนละครั้งก็จะแก้ได้ครับ
แต่ถ้าใบเหลือง และต้นตายด้วย ส่วนใหญ่จะป็นโรครากเน่า-โคนเน่าครับ ซึ่งถ้าเป็นแล้วแก้ไขยากมาก เนื่องจากเชื้อราชนิดนี้อยู่ในดิน และมีความรุนแรงมาก มะละกอที่เป็นโรคนี้ปลูกในที่ต่ำ น้ำท่วมถึง หรือระบายน้ำไม่ดี หากต้นที่เหลือส่วนใหญ่ยังไม่ตาย ให้ใช้สารเคมี เมทาแลคซิล (เป็นผงสีชมพู)อัตรา 20-30 ซีซ๊ ราดโคนต้น หรือ ฉีดลงโคนต้น 2 ครั้ง ห่างกัน 4-5 วัน หลังจากโรคหยุดระบาดใส่ปุ๋ยอินทรีย์ แต่ควรหลีกเลี่ยงปุ๋ยเคมีระยะนี้
ท่านปิยะ
ปลูกมะละกอที่ดินทราย ระยะบำรุงต้นควรใส่ปุ๋ยสูตรเสมอครับ เช่น 15-15-15 หรือ 16-16-16 ระยะเริ่มติดดอย ใส่ 13-13-21 ก็ใช้ได้แล้วครับ
ปลูกในดินทรายในหน้าฟนได้หรือเปล่า แนะนำผมหน่อยปลูกช่วงไหนดีกว่ากันครับ
มาเยี่ยมครับท่านเจษฏา คิดฮอดอยู่ครับ
เราปลูกอะไรไม่เคยได้กินเลย ชอบปลูกต้นไม้ที่ทานได้เช่นกล้วย ขนุน มะละกอ ชะมวง มะม่วง ดอกแค ตะไคร้ ใบมะกรูด ใบเตย เชื่อไหม แค่ปลูกกล้วย ยังตายเลย ปลูกมะละกอ ออกดอกงามมาก แต่ไม่มีลูก ต้องฟันทิ้ง มะยม ใบงามๆๆมาก ไม่มีลูก ขนุนต้นสวยใบดก ไม่มีลูก ฮ่วยทำไมเป็นจั้งซี้ และตัวเองก็ไม่มีลูก ชาติที่แล้วคงทำเวรกรรมเยอะ เลยไม่มีลูก จริงๆนะ
ขอบคุณครับ ท่านก้ามกุ้งที่แวะมาเยี่ยมครับ
ท่านปิยะ มะละกอเหมาะปลูกที่สุด ช่วงปลายฝนต้นหนาวครับ เพราะมะละกอไม่ชอบน้ำมาก หลังปลูกแล้ว นับไป 6-7 เดอืนก็ได้เก็บผลดิบขายครับ แต่หากจะขายผลเกือบสุก(มะละกอแต้ม) ก็ต้องรอหลังปลูก 9-10 เดือนครับ