จากงานวิจัย R2R ที่ส่งมาให้อ่านในรอบแรก 7 เรื่องจากทั้งหมดสิบสองเรื่องของทีมวิจัย R2R รพ.ยโสธร ... ข้าพเจ้าได้เห็นความตั้งใจของเพื่อนพ้องและน้องพี่ที่มีความตั้งใจ พากเพียร อดทนต่อความพยายามที่จะค้นหาและแสวงหาความรู้เพื่อแก้ไขปัญหาหน้างาน

สิ่งหนึ่งที่ข้าพเจ้าได้เรียนรู้จากทีม คือ ... ขอเพียงแค่ได้เรียนรู้และลงมือทำ ไม่มีใครสักคนที่พูดถึงเวทีแห่งการนำเสนอเพื่อชิงรางวัล แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนอยากได้สัมผัสคือ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ...

จากวัฒนธรรมเดิมที่ว่า ผู้วิจัยกับคณะกรรมการจริยธรรมในการทำวิจัยในมนุษย์ไม่ได้เคยมีและไม่เคยที่จะได้มาเจอกัน เพียงแค่ส่ง Paper ให้พิจารณาเท่านั้น... แต่สำหรับรุ่นนี้ข้าพเจ้าได้จัดเวทีที่จะให้มีเกิดขึ้น เป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ท่ามกลางความเป็นกัลยาณมิตรต่อกัน ใช้บรรยากาศของการเกื้อหนุน และความต่อเนื่องเพื่อให้กระบวนการได้ดำเนินไป... เป็น theme และ Goal หลักของการจัดเตรียมเวทีให้นักวิจัย R2R ได้พบกับ EC

สิ่งที่ข้าพเจ้าได้เตรียมไว้ให้น้องโย๋ - ผู้ช่วยฯ สำหรับการ run กระบวนการต่อในช่วงที่ข้าพเจ้าไม่อยู่... ก็คือ

  • การเตรียมเอกสารรายงาน "เค้าโครงการวิจัยฉบับสมบูรณ์"
  • เตรียมเอกสารให้กับคณะกรรมการจริยธรรม (EC) และแนวคิดของการทำวิจัย R2R
  • List รายการในเชิงบริหารจัดการ...

การทำงานการขับเคลื่อน R2R ของโรงพยาบาลยโสธรเป็นงานที่ข้าพเจ้าได้ทำต่อเนื่องมาล่วงเข้าปีที่สี่ นับตั้งแต่มาเริ่มชีวิตการทำงานที่นี่ อีกไม่กี่เดือนก็ครบสี่ปีเต็ม เวลานั้นช่างผ่านไปรวดเร็วมาก ... ความตั้งใจและความอดทน กับความปรากฏในปัจจุบันแสดงให้เห็นว่าแนวคิด "การพัฒนางานประจำด้วยการทำวิจัย" ที่นำมาใช้ในโรงพยาบาลยโสธรแม้จะไม่ได้ดูยิ่งใหญ่เหมือนที่แห่งอื่นๆ แต่ในความรู้สึกของข้าพเจ้าเอง มองว่าเป็นฐานรากที่นำไปสู่ความยั่งยืนของการพัฒนาต่อไปได้ในอนาคตจากรุ่นสู่รุ่น แม้ ณ วันหนึ่งที่ไม่มีข้าพเจ้าดำรงอยู่ ณ ที่นี้ กระบวนการภายใต้ความคิดความเชื่อ ความศรัทธาในสิ่งที่ดีงามนี้ ก็จะยังคงดำรงอยู่และสานต่อกันไป อาจมีต่างออกไปบ้างในรูปของกระบวนการและวิธีการ แต่ข้าพเจ้าเชื่อว่าก็ยังคงพุ่งไปที่เป้า "คือ การพัฒนางานประจำให้ดีขึ้น เจริญขึ้น"...

เมื่อมองย้อนกลับไปตามการทำกระบวนการที่เป็นแบบลูกทุ่งๆ แต่อาศัย KM มาเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนกระบวนการนี้ มาถึงปัจจุบันมีความเปลี่ยนแปลงมากขึ้น มีคนมาอาสาช่วยเหลือมากหน้าผลัดเปลี่ยนหมุนเวียน เป็นต้นว่า น้องโย๋ ที่ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียอะไร แต่มาขอเป็นเลขาผู้ช่วย และเริ่มมีพี่ปุ๋ม-จุฬาภรณ์ ที่เข้ามาอาสาช่วยในเรื่องการจัดการ และก็มีน้องๆ รุ่นใหม่ๆไฟแรงที่เชื่อมั่นในกระบวนการมาร่วมกันทำ...

มีหลายคนที่พยายามพลักดันเรื่องนี้ให้เกิดขึ้นในระดับนโยบาย ... แต่สำหรับทัศนะของข้าพเจ้าเอง การเกิดตามนโยบายก็มักจะดับไปตามนโยบาย ... หากว่านโยบายนั้นปราศจากความต่อเนื่องและเกื้อหนุน สำหรับข้าพเจ้าเองถนัดที่จะไปเน้นการสร้างปัจจัยภายในบุคคลภายใต้แนวคิดของ "ห่วงโซ่แห่งปัจจัยที่เกี่ยวโยงกัน" มากกว่า... แต่อย่างไรก็ตามทุกเรื่องทุกอย่างต่างก็มีวิถีแห่งการดำเนินไป สิ่งที่ข้าพเจ้าทำได้ให้ดีที่สุด ณ ขณะก็คือ การสร้างต้นเหตุแห่งปัจจัย เพื่อที่จะได้ส่งผลไปสู่ปัจจัยอื่นตามมาได้อย่างเกื้อหนุน และต่อเนื่องต่อไปนั่นเอง...

 

รำพึงการเตรียมเวที

๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๒

 ------------------------------------------------------

 

Cogtech2