การให้เป็นพื้นฐานหลักในการพัฒนาองค์กร และ บุคคล

ในการสัมมนาเจ้าหน้าที่ในระหว่างวันที่ 12-15 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ยังเป็นเสียงที่ร่ำลือ ในบรรดาผู้เข้าร่วมการสัมมนาว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ไม่เคยมีมาก่อน เป็นความประทับใจ กับถ้อยคำ ที่เป็นหัวใจของการดำเนินการสัมมนา คือ "การให้" การให้อภัยด้วยให้หัวใจที่บริสุทธิ์ การให้กำลังใจ ในการต่อสู้กับปัญหาและอุปสรรค  การให้คำขอบคุณที่ออกมาจากใจเพื่อตอบแทนคุณความดีที่ผู้อื่นได้กระทำต่อเรา  

และในโอกาสเริ่มต้นการ สัมมนา ดัวยพระคุณท่านพระอาจารย์ชัยรัตน์ สิริปุญโญ ได้ให้ธรรมะข้อคิดในการ "ครองคน" สังคหวัตถุ ๔ ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการปกครองคนของผู้เป็นหัวหน้างาน ทั้งนี้ข้าพเจ้าใคร่ขอทบทวนและเพิ่มเติม คำอธิบายที่ได้จาก การปาฐกถาธรรม โดย พระภาวนาวิสุทธิคุณ (เสริมชัย ชยมงฺคโล ป.ธ.๖) ณ วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม เพื่อ เตรียมความพร้อมและฝึก หัวใจ ของการให้ ของผู้เป็นหัวหน้างาน ก่อนการรับฟัง ถ้อยคำ ความรู้สึกที่คับข้อง ร้าวรานใจ ต่อการครองคน ของหัวหน้างาน ที่อาจหลงลืม ครองธรรม ข้างต้น มิได้เป็นการว่ากล่าวหรือตำหนิใดๆ แต่เป็นการท้าทาย ต่อการให้ ที่ยิ่งใหญ่ เพราะปัจจัยความสำเร็จ ขององค์กรนั้น ภาวะผู้นำ เป็นปัจจัยหลัก หากไม่มี หรือไม่สามารถพัฒนาขึ้นมาได้ องค์กรก็จะมีแต่การถดถอย นับวันล่มสลาย 

สังคหวัตถุ ๔

๑) “ทาน” การให้ปันสิ่งของของตนแก่ผู้อื่นที่ควรให้ปันนั้น ย่อมเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวใจแก่ผู้รับให้ระลึกนึกถึงความเป็นผู้มีน้ำใจโอบอ้อมอารีของผู้ให้  ผู้มีจิตใจโอบอ้อมอารี มีน้ำใจ  มีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ผู้อื่นอยู่เสมอ   ย่อมเป็นที่รักแก่ชนทั้งหลาย   คนหมู่มากย่อมคบค้าสมาคมด้วย   สมดังที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสว่า

ททํ ปิโย โหติ ภชนฺติ นํ พหู
ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก   คนหมู่มากย่อมคบเขา

องฺ. ปญฺจก. ๒๒/๓๔/๔๓

คนตระหนี่หรือผู้ที่มีความเห็นแก่ตัวจัด ย่อมไม่มีใครรักและอยากคบค้าสมาคม ด้วยเป็นธรรมดา การให้นั้นได้มีหลักที่พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงไว้ว่า

วิเจยฺย ทานํ สุคตปฺปสตฺถํ
การเลือกให้อันพระสุคตทรงสรรเสริญ

ขุ.ชา.อฏฺก. ๒๗/๑๑๘๔/๒๔๙

นี้ข้อหนึ่ง กับตรัสไว้อีกว่า

ทเทยฺย ปุริโส ทานํ
คนควรให้สิ่งของที่ควรให้

  

เพราะฉะนั้นการให้สิ่งของที่ควรให้  แก่บุคคลที่ควรให้ คือให้แก่ผู้ตั้งใจประพฤติธรรม ผู้ทรงศีล ทรงธรรม ตลอดไปถึงพระอริยสงฆ์พระอริยเจ้า และพระพุทธเจ้าทั้งหลายผู้สิ้นกิเลสแล้ว จึงมีอานิสงส์สูงคือมีผลมาก ดังพระพุทธดำรัสตรัสไว้  มีความแปลว่า

“ผู้ให้ของชอบใจ ย่อมได้ของชอบใจ
 ผู้ให้ของเลิศ ย่อมได้ของเลิศ
 ผู้ให้ของดี ย่อมได้ของดี
 ผู้ให้ของประเสริฐ ย่อมถึงฐานะอันประเสริฐ”

องฺ. ปญฺจก. ๒๒/๔๔/๕๖

 

๒) “ปิยวาจา” การเจรจาวาจาที่อ่อนหวาน คือวาจาที่ไพเราะสุภาพอ่อนโยนตามฐานะ ย่อมเป็นที่ชื่นใจเป็นที่ประทับใจแก่ผู้ฟังหรือคู่สนทนา  ไม่มีใครชอบวาจาที่หยาบคายแข็งกระด้างและ/หรือวาจาที่ก้าว
ร้าว ที่ไร้มารยาท ไม่รู้กาลเทศะ และวาจาที่ไม่ไพเราะไม่สมฐานะระหว่างผู้พูดกับผู้ฟังและคู่สนทนาด้วย    คนเราจะได้ดีหรือถึงความเสื่อมก็ด้วย “วาจา” นั่นแหละเป็นข้อสำคัญประการหนึ่ง   โบราณท่านจึงกล่าวไว้ว่า “ปากเป็นเอก เลขเป็นโท”  หมายความว่า วาจาที่ดี ที่สุภาพ ที่ไพเราะอ่อนหวาน นั้นแหละเป็นข้อปฏิบัติที่สำคัญที่สุดประการหนึ่งของการครองใจคน และจะได้ดีก็เพราะวาจาที่ดีนั่นแหละ   ส่วนคำว่า “เลข” ณ ที่นี้ หมายถึง วิชาความรู้ยังเป็นรอง คือถึงจะเป็นคนมีความรู้สูง  แต่ถ้าปากไม่ดีเสียแล้วย่อมหวังความเจริญในชีวิตได้ยาก  เพราะคนปากเสียไม่อาจผูกใจใครไว้ได้  จะหาคนคบหาสมาคมเป็นมิตรสหายที่ดีที่จริงใจต่อกันได้ยาก ปิยวาจาคือวาจาที่ไพเราะสุภาพอ่อนโยนต่อกันตามฐานะเท่านั้นแหละที่จะเป็นเครื่องผูกใจ ยึดเหนี่ยวจิตใจผู้อื่นได้ยืนนาน    คนเราจะได้ดี จะมีมิตรสหายที่ดีต่อกัน ก็เพราะปากดี วาจาดี   แต่ที่จะเสียเพื่อนที่ดี หรือเสียโอกาสที่ดีๆไป ก็เพราะปากเสีย หรือเพราะปากอัปปมงคลนั้นแหละ   

(๓) อัตถจริยา  การประพฤติสิ่งที่ดีเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น  หมายความว่า ความเป็นผู้มีน้ำใจ ไม่นิ่งดูดาย  รู้จักสงเคราะห์ญาติมิตร  และอนุเคราะห์ช่วยเหลือกิจการของผู้อื่นให้สำเร็จ  รู้จักช่วยกระทำกิจอันประโยชน์บุคคลอื่นหรือแก่สังคมส่วนรวม ตามความเหมาะสมแก่ฐานะและโอกาส ไม่เป็นคนแล้งน้ำใจช่วยใครไม่เป็น  คือไม่เป็นคนเห็นแก่ตัวจัด  ยามที่ผู้อื่นหรือสังคมประสบความทุกข์เดือดร้อนและต้องการความช่วยเหลือ เช่น ในยามประสบทุกข์ภัยต่างๆ ได้แก่อุทกภัย ภัยจากน้ำท่วม วาตภัย ภัยจากลมพายุ อัคคีภัย ภัยจากไฟไหม้ เป็นต้น ก็มีน้ำใจอนุเคราะห์ช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ผู้อื่นหรือสังคมที่กำลังได้รับความทุกข์เดือดร้อนเช่นนั้นตามกำลังของตน ด้วยใจเมตตาและกรุณาธรรม   ลูกที่ดีพึงประพฤติปฏิบัติดีต่อพ่อแม่และประพฤติแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ท่าน ไม่เป็นลูกขี้เกียจ 

(๔) สมานัตตตา คือความเป็นผู้มีตนเสมอ ไม่ถือตัว ก็คือ ความประพฤติปฏิบัติดีต่อผู้อื่นอย่างเสมอต้นเสมอปลาย  เมื่อมีชีวิตที่เจริญก้าวหน้า หรือได้ดิบได้ดีขึ้นไป  ก็ไม่ถือตัวหรือทำตัวเย่อหยิ่งกับญาติพี่น้องหรือมิตรสหายเดิม  ที่เคยคบค้าหรือปฏิบัติดีต่อกัน  เคยเคารพนับถือกันมาอย่างไร ก็คงประพฤติปฏิบัติดีต่อกัน  เคารพนับถือกันอยู่อย่างนั้น  ความเป็นผู้มีตนเสมอ นี้เป็นคุณเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจผู้อื่นไว้เป็นมิตรไมตรีที่ดีต่อกันได้เป็นอย่างดีอีกประการ ๑

กล่าวโดยสรุป สังคหวัตถุ ๔ คือ คุณธรรม ๔ อย่างได้แก่ ทาน คือการรู้จักแบ่งปันสิ่งของๆตนให้แก่ผู้อื่นที่สมควรให้ปัน  ด้วยสิ่งของที่ควรให้  ตามฐานะและโอกาสอันสมควร ๑   ปิยวาจา คือการเจรจาด้วยวาจาสุภาพอ่อนโยน ไพเราะอ่อนหวาน ตามความเหมาะสมแก่ฐานะ ๑   อัตถจริยา ความประพฤติสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นที่อยู่ร่วมกันในสังคมตามสมควรแก่ฐานะของตน ๑   สมานัตตตา คือความปะพฤติปฏิบัติดีต่อผู้อื่นอย่างเสมอต้นเสมอปลาย ไม่ถือตัว อีก ๑   ๔ ประการนี้เป็นหลักธรรมมหาเสน่ห์ คุณเครื่องครองใจคน คือเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวใจผู้อื่นไว้เป็นมิตรไมตรีที่ดีต่อกันได้นาน

ความอึดอัด คับข้อง ร้าวรานใจ เป็นที่สุด ที่หัวหน้างานส่งผ่านพฤติกรรมหลายรูปแบบ มายังลูกน้อง และความหวังของ น้องๆ ที่อยากจะเห็นหัวหน้างานเป็นอย่างที่ พวกเขาคิด