จิตของฉัน แต่กายของใคร?

     คนไข้ชายรายนี้เป็นคนไข้ที่น่าสนใจ เนื่องจากเกิดอุบัติเหตุรถล้มมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543  อาการในตอนนั้นมีอาการบวมที่ขาทั้งสองข้างประมาณ 3 อาทิตย์ มีอาการชา ขยับไม่ได้ แพทย์ได้วินิจฉัยว่า เส้นประสาทไขสันหลังได้รับการกระทบกระเทือนอย่างหนัก จึงเป็นเหตุให้ครึ่งตัวล่างไม่มีความรู้สึกตอบสนอง

     แพทย์ได้ทำการรักษาโดยการฉีดยากระตุ้นเส้นประสาทอยู่ประมาณ 2 อาทิตย์พร้อมทั้งทำกายภาพบำบัดควบคู่ไปด้วย นอนพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลได้ 50 วันอาการก็ไม่ดีขึ้นเลย จึงได้ออกจากโรงพยาบาลโดยที่แพทย์ลงความเห็นว่า เป็นอัมพาตครึ่งท่อนล่างถาวร

     เมื่อกลับมาบ้าน ที่ไหนที่เขาโฆษณาว่าดีก็ไปตามหา ยาไหนที่ว่าดี ทั้งยาดี ยาผีบอก รวมทั้งการนวดด้วย ทั้งหมอนวดตาบอด หมอนวดตาดี ลองมาหมด ใครว่าฝังเข็มดีก็ไปลองและรักษาอยู่ประมาณ 2 ปีกว่า อาการที่คิดว่าจะดี มันก็ไม่ได้กระเตื้องขึ้นเลย ขาที่เคยบวมเมื่อตอนที่อยู่โรงพยาบาลมาุถึงตอนนี้ก็กลับลีบเล็กลง จนกระทั่งถึงวันนี้ก็เข้า 8 ปี 5 เดือน แล้ว เป็นระยะการป่วยที่ยาวนานมาก ทุกวันคนไข้ต้องยกดัมเบลเพื่อออกกำลังกาย เพราะเขาต้องยกตัวเองขึ้นนั่งรถวิลแชร์คนเดียว ไม่มีใครช่วยเพราะอาศัยอยู่กับมารดากันสองคน

     ตอนแรกคนไข้มาหาหมอน้อยแบบนั่งรถจักรยานยนต์ที่ต่อพิเศษสำหรับคนพิการที่ เห็นทั่วไปในภาคเหนือ หมอน้อยคิดในใจ มันจะเป็นไปได้ไหมถ้าจะช่วยให้เขาฟื้นจากสภาพนี้ บอกตรงๆ ว่าทำใจลำบากเหมือนกัน มันต้องได้ดูว่าเส้นประสาทของเขามีความรู้สึกไหม? ก็เลยบอกให้เขาลองลงมานอนให้หมอน้อยตรวจ หรือจับเส้นประสาทดูหน่อย

     พอได้จับท้องของคนไข้ พบว่ามีอาการเกร็ง อาจเกิดจากการเกร็งตัวเพื่อใช้ยกตัวเองขึ้นรถวีลแชร์ และอาจเกิดจากการกลัว กลัวในการรักษาไม่ว่าจะเป็นการบีบนวด การฝังเข็ม หรือการเช็ดแหก เป็นต้น พอได้จับที่ขาของคนไข้ ขาที่ลีบข้างหนึ่งดูจะเหยียดตรงไม่ได้ ต้องมีข้างใดข้างหนึ่งที่ต้องงอขึ้นเพื่อไม่ให้เกิดอาการเกร็งและทำให้กระตุก พอจับไปถึงปลายเท้าของคนไข้ร้อน แสดงว่าเขายังพอมีหวัง เพราะขาที่ว่าลีบมันยังดูเหมือนมีชีวิต มีชีพจรเต้นรู้สึกร้อนข้างในลึกๆ พร้อมที่จะให้รักษา แต่ต้องใช้เวลา เพราะระยะการป่วยนานมากจะให้หายภายใน 4-5 วัน นั่นคือปาฏิหาริย์แล้วหล่ะค่ะ

     หมอน้อยบอกคนไข้ว่าถ้าอยากให้หมอน้อยรักษา ต้องมารักษาอย่างต่อเนื่อง และต้องมีเวลาให้อย่างเต็มที่เพราะถ้ามารักษาครั้งเดียวแล้วหายไปนาน กลับมารักษาอีกครั้ง ก็เหมือนถอยหลังเข้าคลอง ต้องเริ่มต้นรักษาใหม่ ดีไม่ดีอาการอาจจะรักษายากกว่าเดิม ยากกว่าที่เป็นอยู่ ต้องให้คนไข้ตัดสินใจเอาเองว่าจะมารับการรักษาไหม? มีเวลาสำหรับการรักษานี้เต็มที่ไหม? กายพร้อมจิตต้องพร้อมด้วยเช่นกัน

     แล้วหมอน้อยจะมาบอกเล่าถึงอาการหลังจากที่เริ่มรักษาคนไข้รายนี้เป็นวันแรกว่าเป็นอย่างไรต่อไปนะคะ