ในชั่วโมงการสอนเรื่อง humanize and palliative care สำหรับ นศพ.ปี 4 ฉันหยิบยกเรื่องของเต่าตัวหนึ่งขนาดเล็กกว่าฝ่ามือที่เผอิญถูกใบพัดเรือหางยาวตัดกระดองด้านท้องขาดและมีอวัยวะภายในบางส่วนแลบออกมา เต่าตัวนี้กระเด็นมาตกที่หน้าบ้านของฉัน และด้วยความสงสารสามีจึงขับรถจากบ้านเพื่อพาเต่าตัวนี้มาให้ฉันรักษาพร้อมด้วยกาวตราช้าง 1 หลอดเพื่อจะให้มายึดกระดองเต่า ฉันรับเต่าตัวนี้มาอย่างงงๆว่าจะทำยังงัยดี เกิดมาก็ไม่เคยรักษาเต่ามาก่อน ฉันถือเต่าเดินเข้าไปในห้องทำแผลในห้องฉุกเฉินระหว่างที่เริ่มทำการล้างโคลนจากตัวเต่าเพื่อจะเริ่มเย็บแผลที่ฉีกขาด แพทย์ประจำบ้านชั้นปีที่ 1 คนหนึ่งซึ่งเป็นที่ร่ำลือว่าเป็นคนที่มีฝีปากกล้า วาจาเชือดเฉือนทั้งต่อเพื่อนร่วมงานและผู้ป่วยอยู่เป็นนิจเดินเข้ามาหาฉันขณะที่กำลังสาละวนกับการพยาบาลรักษาเต่า พร้อมกับร้องทักเสียงดังว่า อาจารย์ น้องเต่าเป็นอะไรน่ะ เล่นเอาฉันถึงกับสะดุ้งโหยง จากนั้นฉันก็เล่าเหตุการณ์ให้เขาฟังถึงที่มาของเต่า หลังจากนั้นเจ้าหนุ่มน้อยนี้ก็อาสามาช่วยฉันรักษาเต่าต่อ ซึ่งเป็นงานที่ค่อนข้างลำบากเพราะเต่าตัวเล็กมาก หลังจากนั้นความเคลื่อนไหวที่วุ่นวายในห้องฉุกเฉินก็แทบจะหยุดชะงักไปอึดใจเพราะทั้งแพทย์ พยาบาล นศพ.ต่างหันมาสนใจต่อเต่าน้อยตัวนี้ หลังจากเราพยายามรักษาเต่าอยู่1 ชั่วโมง(เราดามกระดองเต่าด้วยเฝือกหลังจากล้างและเย็บแผล) ฉันเอาเต่ากลับไปพักไว้หลังห้องทำงาน น้องๆจนท.ธุรการตั้งชื่อเต่าให้ว่า บุญช่วย เพราะเชื่อว่ามีบุญมาช่วยเอาไว้จึงทำให้เต่าน้อยมาเจอสามีฉันและได้รับการรักษา หลังจากนั้นผู้คนต่างแวะเวียนมาดูเต่า และติดตามอาการกันอย่างเป็นห่วง ฉันเองก็รู้สึกแปลกใจที่เต่าตัวนี้กลับได้รับความสนใจมากกว่าคนไข้ของเราเสียอีกในเวลานั้น เวลาผ่านไปราว 4 ชั่วโมงเศษ ฉันเดินไปดูเต่าตัวนี้อีกครั้ง เต่ายังคงมีชีวิตอยู่ หดคอเข้าไปในกระดองได้ ฉันอดภูมิใจที่สามารถรักษาชีวิตเต่าไว้ได้ คิดเลยเถิดไปว่าสามีคงดีใจที่ฉันรักษาเต่าไว้ได้เขาพูดติดตลกตอนนำเต่ามาส่งฉันว่า เทวดาทำหล่นมาให้เราเลี้ยง บอกเขา(เต่า)ไว้แล้วว่ารักษาหายจะพาไปอยู่ด้วยกันที่บ้าน ฉันเริ่มรู้สึกผูกพันกับเจ้าเต่านี่โดยไม่รู้ตัว เกิดเป็นเต่านี่น่าจะลำบากนะ เกิดชาติหน้าฉันใดขอให้หมดเวรหมดกรรมเสียทีนะบุญช่วย หลังจบคำพูดฉันหยอดน้ำใส่ปากให้ดูเหมือนบุญช่วยจะรับรู้ได้พยายามยืดคอรับน้ำที่ฉันป้อนให้ หลังจากนั้นฉันกลับเข้าห้องทำงาน ราว10 นาทีถัดมาน้องธุรการเดินมาเคาะประตูห้องบอกฉันว่า อาจารย์คะ หนูว่าบุญช่วยคงไปแล้วล่ะค่ะ ดูคอยืดออกมาไม่ยอมหด หนูเรียกก็ไม่ขยับเลย ฉันรู้สึกใจหายวาบรีบเดินกลับไปดู จริงอย่างว่าบุญช่วยไม่ขยับเลยคอที่เคยหดได้ก็ยืดออกมาพับอยู่หน้ากระดอง บุญช่วยคงหมดเวรหมดกรรมจริงๆแล้ว ฉันคิด อดคิดไม่ได้ว่าตัวเองทำผิดหรือถูก การรักษาของฉันทำให้บุญช่วยต้องทรมานนานขึ้นหรือเปล่าก็ไม่รู้เพราะบาดแผลฉกรรจ์ขนาดนี้ถ้าเป็นคนคงต้องเข้าห้องผ่าตัด ดมยาสลบกันแล้วแต่นี่เป็นเต่าฉันไม่รู้จะทำยังงัยจริงๆ ฉันไม่กล้าทิ้งบุญช่วยลงถังขยะได้แต่หอบกลับบ้าน เมื่อเจอหน้ากันฉันได้แต่บอกสามีว่า ขอโทษด้วยนะที่รัก ที่ไม่สามารถช่วยเต่านี่ได้ เขาคงหมดเวรแล้วแต่ก็พาเขากลับมาบ้านเราตามที่ที่รักบอกเขาไว้นะ ที่รักฝังเขาไว้ที่บ้านเราละกัน ยังงัยเขาก็ได้อยู่กับเรา ฉันพยายามพูดปลอบสามี เช้าวันรุ่งขึ้นฉันเห็นสามีเดินกลับจากสวนที่บ้านก็ถามว่า ที่รักไปไหนมาหรือ ไปฝังเต่า ที่รักไม่ได้ฝังเมื่อวานเย็นหรือ ยัง...ให้โอกาสเต่าก่อนเผื่อมันแค่สลบไป แต่ตอนเช้าเห็นตัวเย็น แข็งทื่อแล้วคงจะตายจริงๆเลยเอาไปฝัง ฉันยิ้มให้สามีซึ่งดูหน้าเศร้าๆเล็กน้อย ไม่มีคำพูดใดๆที่จะพูดกันอีกแต่เรื่องเต่าบุญช่วยก็ยังคงอยู่ในความทรงจำของฉันพร้อมกับคำถามต่างๆ...ที่ยังคาใจ
อะไรทำให้แพทย์ประจำบ้านที่ดูเหมือนเป็นคนที่ไม่คอยมีน้ำใจกับคนไข้แต่กลับมีน้ำใจเอื้ออาทรต่อเต่าตัวนี้?
ฉันทำผิดหรือถูกที่รักษาเต่าตัวนี้?
การที่แพทย์เจ้าของไข้มีความลำบากใจและอาจต้องให้การรักษาพยาบาลผู้ป่วยที่ตนดูแลต่อถึงแม้ผู้ป่วยจะเข้าสู่ระยะสุดท้ายของชีวิตเกิดขึ้นเพราะอะไร? เป็นเพราะความผูกพันธ์เหมือนที่ฉันมีกับเต่าตัวนี้หรือเปล่า?
แก่นแท้ของมนุษย์ มักแสดงออกโดยไม่ต้องผ่านการคัดกรอง เพราะมีความสงสารเป็นทุน เห็นผู้เจ็บป่วย ไม่ด้แยกแยะ เป็นสิ่งที่โรงเรียนแพทย์ได้ปลูกฝังมาเป็นคุณหมอที่ดีค่ะ
เรียน คุณหมอ ยุวเรศมคฐ์ :)
ยินดีต้อนรับสู่ชุมชนแห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้แห่งนี้ครับ
ผมมีคำแนะนำเล็กน้อยให้คุณหมอครับ
ไม่ทราบว่า คุณหมอจะว่ากระไรไหม ?
คุณหมออย่าลืมเขียนบ่อย ๆ นะครับ ...
สู้ สู้ ครับ :)
ขอบพระคุณสำหรับคำแนะนำ ดิฉันน้อมรับด้วยความยินดีค่ะ พอดีเพิ่งเขียนเป็นครั้งแรกค่ะ