เมื่อวานนี้ (๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๒) เป็นวันที่เวียนมาบรรจบครบรอบวันที่ได้อัตภาพอันประเสริฐ เกิดมาเป็นมนุษย์และได้พบพระพุทธศาสนา...
การได้อัตภาพมาเป็นมนุษย์ในชาตินี้นั้น เปรียบเสมือนหัวมุม หัวเลี้ยว หัวต่อ ที่เราจะน้อมนำอัตภาพนี้สร้างคุณงามความดี ประพฤติ ปฏิบัติตน ดำรงตนด้วยความเสียสละ เพื่อก้าวไปถึงฝั่งแห่งพระนิพพาน
หรือว่าเราจะนำอัตภาพที่ได้ในชาตินี้ ทำร้าย ทำลายดวงจิต ประพฤติด้วยกรรมทั้งหลาย ประกอบกรรมดีกระจุก ทำกรรมชั่วกระจาย แล้วเมื่อตายก็ได้กลับกลายไปอยู่ใน “ทุกขคติ”
อัตภาพในชาตินี้จึงสำคัญนัก...
เราควรจักรุด รีบ เร่ง กอบกรรมทำแต่ความดี ทำดวงจิตให้ขาวรอบ อย่างน้อยที่สุดก็ให้ได้เป็นพระอริยเจ้าในขั้นต้นคือพระโสดาบัน ถ้าไม่อย่างนั้นก็ถือว่า “เสียชาติเกิด”
ชาติหนึ่งที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์แสนยากนัก เราควรจักดำเนินชีวิตด้วยความไม่ประมาท ชาติหนึ่งที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์แสนทุกข์หนัก เราควรจักใช้ความทุกข์เป็นโอกาส เป็นบทเรียนในการเจริญสติ สมาธิ และ “ภาวนา” นำความทุกข์เป็นครู นำความทุกข์ทำชีวิตให้รู้จักทุกข์ นำความทุกข์ให้รู้เหตุให้เกิดทุกข์ และนำชีวิตนี้ให้คลายเสียซึ่งทุกข์นั้น อันเป็นการดับไม่เหลือแห่งทุกข์ และดับภพดับชาติไปเสียที
วันเกิดคือวันกำเนิดแห่งความทุกข์ วันเกิดคือวันที่บอกให้คนทั้งโลกรู้ว่า มีอีกชีวิตหนึ่งที่ต้องลืมตาขึ้นมาเพื่อรับ เพื่อรู้ เพื่ออยู่ เพื่อต่อสู้กับความทุกข์
ไฉนเลยเราจะเริงร่าและประมาทอยู่ในความทุกข์นั้นเล่า
กุศลกรรมหนึ่ง อกุศลกรรมอีกหนึ่ง จะเป็นที่พึ่งในภพหน้า ชาติถัดไป กรรมจักทำกรรมอันใดไว้ ดีก็ตาม ชั่วก็ตาม จักต้องได้รับผลของกรรมนั้น ๆ สืบไป...
ตั้งแต่วันที่เราได้เกิดนี้ เราได้ทำความดีให้ถึงพร้อมแล้วหรือยัง...?
ตามมาอ่าน
สาธุ
ตรงใจ เรื่องนี้
เพิ่งรู้สึกโชคดีได้เกิดมาเป็นมนุษย์
รู้สึกโชคดีที่ได้เกิดเป็นคนพุทธ
รู้สึกโชคดีที่มีทุกข์ บ้าง สุข บ้าง ให้เห็นสภาวะ ที่ธรรมดา แห่งใจ
รู้สึกโชคดีที่ ได้ศึกษาคำสอนพระพุทธองค์
การรู้สึกงี้ทำให้รู้สึกสำนึกบุญคุณ พ่อแม่ มากขึ้นหลายเท่า
โดยเฉพาะแม่ ที่ทนทุกข์ทางกาย ที่ให้เราได้เกิดมา
วันเกิดคือการกำเนินแห่งทุกข์จริงๆ แต่จะเอาทุกข์นี้เป็นปุ๋ย แบบท่านเคยสอน
เพื่อการเจิรญเติบโต งอกงาม แห่งจิตใจ ภายใน นี้เอง
กราบนมัสการพระคุณเจ้า สุญฺญตา
วันคล้ายวันเกิดมีหลายคนไปฉลองด้วยความรื่นเริงยินดี
แต่ก็มีอีกเช่นกันที่นั่งพิจารณาทุกข์ที่ว่าด้วยการเกิด
ที่ใดมีภพที่นั้นย่อมมีชาติ ชรา ต่อไป
ที่ใดมีชาติ ชรา ที่นั้นย่อมมี มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส และอุปปายาส เป็นธรรมดา