ปัจจุบันนี้ ไม่มีใครที่ไม่รู้จักท่านอาจารย์ ดร.สนอง วรอุไร  โดยเฉพาะในหมู่ผู้ปฎิบัติธรรมทั้งหลาย  ข้าพเจ้านั้นเคยได้ยินชื่อเสียงของท่านมานาน  แถมคอยติดตามอ่านหนังสือหรือไม่ก็ดู VCD ธรรมบรรยายของท่านอยู่เนืองๆ   การบรรยายของท่านนั้นมีเรื่องราวที่น่าสนใจมาก โดยเฉพาะเรื่องโลกนี้โลกหน้า  เรื่องของชาติภพและกฏแห่งกรรม  แถมด้วยเรื่องราวของเทพเทวดาทั้งหลาย  เรื่องราวที่ ผู้อยู่ในโลกวิทยาศาสตร์และคิดการว่าตนเองฉลาดกว่าใครๆ พากันหัวเราะเยาะ แถมมองว่าเป็นเรื่องเหลวไหลไร้สาระ  แต่สำหรับข้าพเจ้าในปัจจุบันนี้  มีความเห็นไปในแนวทางว่า  มีจริง

การที่จะกล่าวว่า เรื่องราวเหล่านี้ไม่มีจริง ก็คงจะเป็นความคิดเห็นส่วนตนของแต่ละคนไป แต่การที่ท่านอาจารย์ ดร.สนอง  บอกเล่าเรื่องนี้ผ่านธรรมบรรยาย นั้น  ท่านเล่าจากประสบการณ์ตรงของท่าน จากการได้พบเห็นสิ่งที่เกินกว่าตาเนื้อของเราจะรับรู้ได้  จะสามารถเห็นได้ ก็เฉพาะในผู้ที่ปฎิบัติสมาธิภาวนาและมีสิ่งนี้ติดตัวมาแต่หนหลังเท่านั้น  

 ก่อนที่ท่านจะมาเป็นธรรมาจารย์ บรรยายเรื่องราวต่างๆ  นั้น  ท่านคือนักวิทยาศาสตร์มาก่อน และจบการศึกษามาสูงส่ง และบางทีอาจจะสูงกว่าใครหลายๆคน โดยประวัติการศึกษา และประวัติส่วนตัวของท่านเป็นดังนี้

ประวัติ ดร. สนอง วรอุไร 
- ภูมิลำเนา จ. ฉะเชิงเทรา
- บุตรคนที่ 6 ในทั้งหมด 8 คน
- สนใจฝึกสมาธิ ครั้งแรกในขณะเรียนมัธยมศึกษา
- จบปริญญาตรี สาขาโรคพืช มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
- จบปริญญาโท สาขาเชื้อรา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
- ได้ทุนโคลัมโบ, จบปริญญาเอก สาขาไวรัสวิทยา มหาวิทยาลัยลอนดอน ประเทศอังกฤษ
- หลังจบ ก่อนไปสอนนักศึกษา ท่านอุปสมบทเพื่อพิสูจน์สัจธรรมขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ณ วัดปรินายก แล้วมาฝึกวิปัสสนากรรมฐานกับพระเทพสิทิมุรี (โชดก ปธ.9) คณะห้า วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏ์ 30 วัน ท่านได้รับประสบการณ์ทางจิตและความก้าวหน้าในญาณอภิญญาต่างๆ มากมาย โดยหลังจากปฏิบัติได้เพียง 10 วัน ท่านสามารถแยกกายกับจิตได้
- ลาลิกขาบทแล้ว ท่านได้รับเชิญเป็นองค์บรรยายด้านหลักธรรม คุณธรรม จริยธรรม ตามหน่วยงานองค์กรต่างๆ
- ปัจจุบันท่านเป็นครูบาอาจารย์สั่งสอนธรรม โดยได้นำประสบการณ์ตรงของท่านเองมาเป็นแบบอย่าง มีกลุ่มคณะศิษย์ก่อตั้งเป็นชมรมกัลยาณธรรม ช่วยกันเผยแผ่ผลงานของท่านโดยทำเป็นหนังสือหลายเล่ม เช่น ทำชีวิตให้ได้ดีและมีสุข, ยิ่งกว่าสุขเมื่อจิตเป็นอิสระ, ทางสายเอก. ตามรอยพ่อ, การใช้ชีวิตที่คุ้มค่า, มาดสดใสด้วยใจเกินร้อย, อริยมรรค นอกจากกนี้ยังมีตลับเทป ซีดี และ MP3 อีกเป็นจำนวนมาก
- ผลงานเรื่อง “ทางสายเอก” ได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษโดย อาจารย์ทวีศักดิ์ คุรุจิตธรรม

ท่านอาจารย์สนองมักจะกล่าวว่า  ท่านเป็นนักวิทยาศาสตร์  และไม่เคยเชื่อในคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า  และท่านก็มีการศึกษาสูงส่งพอ ที่จะไม่เชื่อในสิ่งใดง่ายๆ    แต่ภายหลังท่านเข้าปฏิบัติธรรม เพื่อพิสูจน์ความจริง และได้พบประสบการณ์ทางธรรมบางอย่างในสมาธิภาวนา  ท่านกล่าวว่า  ท่านยอมศิโรราบให้กับวิชาของพระพุทธเจ้า  มาจนถึงบัดนี้ก็ได้พบว่าไม่มีสิ่งใดเลยในพระไตรปิฏก ที่กล่าวผิด หากแต่เป็นความจริงแท้มาตลอดหลายพันปีที่ผ่านมา

ข้าพเจ้าไม่เคยพบเจอท่านอาจารย์สนอง วรอุไร มาก่อน ไม่เคยเห็นตัวจริงของท่านด้วย  จนเมื่อหลายวันก่อน  ก่อนวันวิสาขบูชาหนึ่งวัน  ท่านอาจารย์สนอง ได้มาบรรยายธรรมที่แม่ฮ่องสอน ที่วิทยาลัยชุมชน  ข้าพเจ้ากับน้องหมอที่สนใจ เลยพากันไปฟังธรรมบรรยายครั้งนี้ด้วยกัน   ตัวจริงท่านอาจารย์สนอง เป็นผู้ชายสูงวัย ตัวสูงใหญ่มาก และท่าทางแข็งแรง  (ท่านเล่าว่าเพิ่งจะเดินขึ้นไปชมถ้ำจักตอกมาเมื่อวาน  )  และในสภาพบรรยายกาศที่วุ่นวาย ขณะที่นั่งอยู่ในห้องประชุมนั้น  ท่านกลับนั่งอยู่อย่างสงบนิ่ง  ข้าพเจ้ารู้สึกว่าท่านมีพลังบางอย่างที่เข้มแข็งมาก  ไม่ว่าห้องประชุมนั้นจะวุ่นวายปานใด  ก็ไม่ใช่สิ่งที่ท่านจะใส่ใจ 

ในการบรรยายท่านกล่าวว่า วิชาในทางโลกทั้งหลายที่ได้เรียนรู้มานั้น ทำให้ท่านเข้าป่า ประมาณว่าหลงอยู่ในป่าติดวนเวียนอยู่ในนั้น   แต่วิชาของพระพุทธเจ้าทำให้ผู้คนออกจากป่า  ท่านแนะนำเราทั้งหลายว่า  ควรไตร่ตรองคิดดูให้ดี  ว่าทางไหนจะเป็นประโยชน์ต่อการเกิดมาเป็นมนุษย์  เส้นทางอันไหนที่ดึงเราเข้าป่าเข้าพงไป เส้นทางใดที่จะนำเราออกมาสู่ความสงบ  แถมท่านอาจารย์ยังเล่าถึงประสบการณ์บางอย่างในสมาธิภาวนา ที่ย้อนอดีตภพชาติไปเห็นสิ่งต่างๆที่ผ่านมาของตนเอง  จนทำให้ลูกผู้ชายอกสามศอกต้องร้องไห้ออกมาอย่างมากมายเลยทีเดียว 

ท่านอาจารย์ ดร.สนอง กล่าวว่า ในคนทั่วไปนั้น มักมองว่าบางเรื่องเป็นเรื่องลี้ลับ  แต่สำหรับคนที่ปฎิบัติธรรมแล้ว ไม่มีอะไรลี้ และไม่มีอะไรลับ  เพราะทุกสิ่งคือความจริงและสามารถพิสูจน์ได้.. ด้วยตัวเราเอง

 

หมายเหตุ  ภาพของท่านอาจารย์สนอง นำมาจาก  www.kanlayanatam.com