แพรภัทร
ผู้ช่วยศาตราจารย์ แพรภัทร ยอดแก้ว

วันที่ 2 สัปปายะ 7 จริงๆ


หนทางยังมีอยู่ ผู้เดินทางยังไม่ขาดสาย ลงมือเสียแต่วันนี้ ก่อนที่กระแสลมแห่งกาลเวลา จะพัดพารอยพระบาทของท่านหายไป เพราะถึงเวลานั้น พวกเราก็จะต้องระหกระเหินไร้ทิศทาง ไปอีกนานแสนนาน...

ตามความคิดของแพร  ยุวพุทธฯ ศูนย์ 1 มีลักษณะถูกต้องตามหลัก สัปปายะ 7 คือ สิ่งที่เหมาะกัน สิ่งที่เกื้อกูล ช่วยสนับสนุนในการบำเพ็ญภาวนาให้ได้ผลดี ช่วยให้สมาธิตั้งมั่น ไม่เสื่อมถอย (ข้อมูลจาก พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรมของพระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต)  พิมพ์ครั้งที่ ๗ พ.ศ. ๒๕๓๕, พิมพ์ครั้งที่ ๑๒ พ.ศ. ๒๕๔๖) ดังนี้

       1. อาวาสสัปปายะ คือ ที่อยู่ซึ่งเหมาะกัน เช่น ไม่พลุกพล่าน จอแจ  ที่นี่เข้ามาในซอยเพชรเกษม 54 จึงเงียบสงบ ถึงจะอยู่ติดกับชุมชน แต่ก็ไม่เสียงดัง เพราะรอบๆเป็นบ้านส่วนตัว  และห้องปฎิบัติธรรมติดแอร์ จึงไม่มีเสียงรบกวนจากภายนอก  ปฏิบัติธรรมได้ดีค่ะ

       2. โคจรสัปปายะ คือ ที่หาอาหาร ที่เที่ยวบิณฑบาตที่เหมาะดี เช่น มีหมู่บ้านหรือชุมชนที่มีอาหารบริบูรณ์อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลเกินไป ที่นี่มีแม่ครัวกับผู้ช่วยทำอาหารให้ทาน จัดอาหารและเก็บล้างให้ด้วยมีห้องรับประทานอาหารอยู่ที่ชั้น 1 สะดวก สบายมากๆค่ะ

       3. ภัสสสัปปายะ คือ การพูดคุยที่เหมาะกัน เช่น พูดคุยเล่าขานกันแต่ในกถาวัตถุ 10 และพูดแต่พอประมาณ ที่นี่มีกฏ ระเบียบเขียนไว้ว่า “’งดพูดติดไว้ค่ะ  และคนส่วนใหญ่ก็ตั้งใจปฏิบัติธรรมมาก ภาวนาทุกอิริยาบถ ไม่มองหน้าใคร ไม่พูดกับใคร และวันที่ 3 หลวงพ่อก็ให้สมาทานปิดวาจา ให้คุยได้กับพระอาจารย์กับอาจารย์ที่ดูแลเท่านั้น ก็เลยไม่มีใครจะได้พูดคุยกันนักหรอกค่ะ

       4. ปุคคลสัปปายะ คือ บุคคลที่ถูกกันเหมาะกัน เช่น มีท่านผู้ทรงคุณธรรม ทรงภูมิปัญญาเป็นที่ปรึกษาเหมาะใจ ที่นี่ในบริเวณปฏิบัติธรรม มีแต่ผู้มาปฏิบัติธรรม ถือศีล 8 กับพระอาจารย์ และผู้ปฏิบัติธรรมออกไปไหนไม่ได้ ก็เลยมีความเหมาะสมยิ่ง

       5. โภชนสัปปายะ คือ อาหารที่เหมาะกัน เช่น ถูกกับร่างกาย เกื้อกูลต่อสุขภาพ ฉันไม่ยาก ที่นี่จัดอาหารเพื่อสุขภาพให้ทานค่ะ มีอาหารมังสวิรัติ ผัก ผลไม้ น้ำผลไม้ อร่อย สะอาด ย่อยง่าย เหมาะกับร่างกายค่ะ

       6. อุตุสัปปายะ คือ ดินฟ้าอากาศธรรมชาติแวดล้อมที่เหมาะกัน เช่น ไม่หนาวเกินไป ไม่ร้อนเกินไป เป็นต้น ที่นี่พวกเราปฏิบัติธรรมในห้องแอร์ อุณหภูมิ 25 องศา กำลังเย็นสบายๆค่ะ สถานที่กว้างขวาง มีอุปกรณ์ครบครัน ก็เหมาะสมนะคะ

       7. อิริยาปถสัปปายะ คือ อิริยาบถที่เหมาะกัน เช่น บางคนถูกกับจงกรม บางคนถูกกับนั่ง ตลอดจนมีการเคลื่อนไหวที่พอดี  ที่นี่พระอาจารย์ท่านก็สอนกรรมฐานทั้ง ยืน เดิน นั่ง นอน และสนับสนุนให้ภาวนาทุกอิริยาบท มีสติตลอดเวลา จึงเหมาะสมกับทุกคนค่ะ 

วันเสาร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2552

 03.30 น.  เริ่มมีคนทยอยตื่นแล้วค่ะ  แต่ยังไม่เปิดไฟในห้องพักนะคะ  เงียบๆไว้ก่อน

04.00 น.  เสียงออดดังเรียกให้ตื่นค่ะ  เปิดไฟในห้องพักแล้วค่ะ  (ไม่อยากจะตื่นเลยค่ะ  เมื่อคืนแปลกที่นอนไม่หลับค่ะ  ภาวนายังไงก็ไม่หลับ  คิดถึงบ้านค่ะ กว่าจะหลับได้ก็ดึกแล้วค่ะ)  เดินไปเข้าห้องน้ำ  อาบน้ำแต่งตัวเตรียมไปสวดมนต์ ปฏิบัติธรรมค่ะ  เสร็จแล้วก็มาดื่มกาแฟร้อนๆ ชาร้อนๆแก้ง่วง  (แพรมีกาแฟกับไมโลของตัวเองมาด้วย ก็เอาของตัวเองมาทาน  ถูกปากกว่าค่ะ) มาเรียกความสดชื่นกันก่อนเข้าห้องค่ะ

04.00 น.  เสียงออดดังเตือนครั้งที่ 1 ให้เตรียมตัวเข้าห้องปฏิบัติธรรม

04.30 น.  เสียงออดดังเตือนครั้งที่ 2 ให้เข้าห้องปฏิบัติธรรมได้แล้วค่ะ  

โยคี (คือ ผู้ประกอบความเพียร) ทั้งหลาย  ก็เดินเข้ามาสวดมนต์ทำวัตรเช้า  พระอาจารย์แม็คนำสวดค่ะ 

05.30 น.  เสร็จแล้วก็ปฏิบัติธรรมกันต่อค่ะ เดินจงกรม Step 1ขวาย่างหนอ  ซ้ายย่างหนอ 30 นาที นั่งสมาธิ 30 นาที สลับไปมา แล้วแต่ความอดทน พยายามของแต่ละคนค่ะ  บางคนอาจจะนั่งได้นานกว่านี้หรือน้อยกว่านี้ก็ได้ค่ะ  พระอาจารย์ท่านก็ไม่ว่าอะไร  ดีนะค่ะ แพรทานกาแฟก่อนเข้ามา  ไม่งั้นเสียที "ถีนมิทธะ" ต้องมีวูบแน่ๆ  เอาเข้าจริงๆ ก็มีไหวๆเหมือนกันค่ะ  แสดงว่า  เป็นสิ่งที่ขวางกั้นจิตทำให้สมาธิไม่อาจเกิดขึ้นได้  หรือ "นิวรณ์ " จริงๆ  ใช้กาแฟดับไม่ได้หรอกค่ะ

06.20 น  ใกล้หมดเวลาพระอาจารย์ก็นำแผ่เมตตา กรวดน้ำแผ่ส่วนบุญ กราบลาพระพุทธ กราบลาพระอาจารย์  แล้วลงไปทานข้าวเช้ากันค่ะ  ท้องร้องแล้ว

06.30 น  อาหารเช้าวันนี้ ข้าวต้มกล้อง ไข่เค็ม  ถั่วลิสงอบ ต้มจับฉ่ายกะหล่ำปลี  กล้วยน้ำว้า  น้ำเต้าหู้ ปาท่องโก๋ อาหารเยอะค่ะ  น่าทานทั้งนั้น  หิวมากค่ะ  เพราะอดตั้งแต่เมื่อวานเย็น  ก็เลยทานเยอะ (แฮะๆๆ) ทานเสร็จแล้วก็พักผ่อนตามสบายค่ะ

07.15 น.  เสียงออดดังเตือนครั้งที่ 1  ตื่นได้แล้วค่ะ  ให้เตรียมตัวเข้าห้องปฏิบัติธรรมค่ะ  ไปเข้าห้องน้ำ ดื่มน้ำให้เรียบร้อย

07.30 น  เสียงออดดังเรียกให้เข้าห้องแล้วค่ะ  เข้ามาปฏิบัติธรรมต่อได้เลย  เข้ามาในห้อง ไปที่เบาะนั่งประจำ  กราบพระแล้วก็เดินจงกรมเลยค่ะ 

ไม่อยากจะบอกค่ะ  ทรมานแทบขาดใจ  การเดินจงกรมต้องเดินไขว้มือไปข้างหลัง ทำให้ปวดบ่า ไหล่ขวามาก  เหมือนมีอะไรหนักๆมากดไว้  (หรือเพราะเราตั้งใจมาก  มันก็เลยเกร็งเกินไปจนปวดบ่า)  

08.00 น   เปลี่ยนเป็นนั่งภาวนา พองหนอ  ยุบหนอ  http://gotoknow.org/blog/gotoybat/260849  พระอาจารย์จะคอยเดินดูพวกเราอยู่ และก็ภาวนาไปพร้อมๆกับเราค่ะ  "นิวรณ์ 5" ก็ต่อคิวเข้ามาเลย ให้เราใช้พลังของศีล  สมาธิ  ปัญญาฟันฝ่าออกไป

            ที่ยุวพุทธฯ มีอาสนะสีน้ำตาลที่ใช้นั่งภาวนาเป็นแบบมีที่พับครึ่งหนึ่ง เป็น 2 ชั้น เวลานั่งทำให้ก้นสูงขึ้น  เพราะว่าหลายคนเวลานั่งภาวนาสักพักตัวจะเอนไปข้างหลัง  (แพรก็เป็นค่ะ)  ทำให้ตลอดระยะการภาวนาเราสามารถนั่งตัวตรงได้  ดีมากเลยค่ะ

08.30 น   เช้านี้หลวงพ่อวีระนนท์  เข้ามาสอนเดินจงกรม  Step 2 ยกหนอ  เหยียบหนอ  ง่ายๆ  แต่คนทำผิดกันเยอะค่ะ Step นี้  http://gotoknow.org/blog/gotoybat/260850  แล้วท่านก็นำกล่าวคำขอกรรมฐานและให้ภาวนาอย่างเข้มข้น คือ เดินจงกรม 30 นาที  นั่ง 1 ชั่วโมง  (โอ้โฮ!  หลวงพ่อค่ะ  เอาขนาดนี้เลยหรือค่ะ  แล้วแพรจะรอดไหมเนี่ย)  ท่านเดินตรวจดูด้วย  ใครทำไม่ถูก  ท่านก็เรียกไปสอนริมๆห้องประชุมหรือด้านหลังแบบตัวต่อตัวเลยค่ะ

08.45 น     แพรเดินจงกรม  Step 2 ยกหนอ  เหยียบหนอ   ปวดมาก ทำไมรู้สึกทรมานที่บ่าขวามากแบบนี้

09.15 น   นั่งภาวนา  พองหนอ  ยุบหนอ  ตั้งใจไว้ว่า ต้องได้ 1 ชั่วโมง ถึงจะลืมตา  สู้ๆ  ปรากฏว่า  เวทนามาก็ดู ก็สู้ไป ใจก็คอยฟังเวลา  ที่นี่จะมีนาฬิกาบอกเวลาทุก 15 นาที  เมื่อไหรจะครบ ชั่วโมงน๊า...ปวดจนจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว  พองหนอ  ยุบหนอ  ปวดหนอ  เจอเวทนามากค่ะ  รู้สึกเวียนหัว  คลื่นไส้ เหมือนจะเป็นลม

10.15 น   หมดเวลานั่งภาวนาที่ตั้งใจไว้  ปวดเมื่อย ใจจะขาดเลยค่ะ  "นิวรณ์ 5" กับ มารทั้ง 5  http://gotoknow.org/blog/gotoybat/261118  มาเพียบ  ขาเป็นเหน็บ  ปวดจนไม่รู้จะอธิบายยังไง  ก็นั่งทุบนั่งนวดขาไป  มองๆคนอื่นด้วย  เค้าเป็นเหมือนเราไหมเนี่ย....

10.20 น   เพื่อไม่เป็นการเสียเวลา  ก็ลงสนามรบ  สู้ต่อไป  เดินจงกรม 15 นาที

10.35 น   เหลือเวลาไม่มากนั่งภาวนา สัก 25 นาที ก็ยังดี

11.00 น  หมดเวลาภาวนาค่ะ  สาธุ!  แผ่เมตตา  กรวดน้ำเสร็จ  กราบพระเสร็จ  ก็พาสังขารที่ระบมลุกไปทานอาหารกลางวันค่ะ

เมนูอาหารกลางวัน คือ ข้าวกล้อง  แกงอ่อมเห็ด ลาบเห็ด  เต้าหู้ลูกเขย (มันคล้ายๆไข่ลูกเขยน่ะค่ะ) ฟักทองบวด

11.30 น  ทานเสร็จแล้วก็ขึ้นมานอนพักค่ะ  ยืดหลังสักหน่อย ปวดระบม. เมื่อยไปหมดทั้งตัว  พระอาจารย์แม็คท่านก็บอกว่าให้นอนพัก  ช่วงบ่ายจะได้มีแรงภาวนาต่อ  นอนก็ไม่ค่อยหลับหรอกค่ะ  เพิ่งทานข้าวมาอิ่มๆ  แล้วอากาศในห้องพักก็ร้อนมาก  ไม่ได้ติดแอร์เย็นสบายเหมือนห้องปฏิบัติธรรม

12.45 น.  เสียงออดดังเตือนครั้งที่ 1 ตื่นได้แล้วค่ะ  ให้เตรียมตัวเข้าห้องปฏิบัติธรรม  เข้าห้องน้ำแต่งตัวให้เรียบร้อย

13.00 น.  เสียงออดดังเตือนครั้งที่ 2 ให้เข้าห้องปฏิบัติธรรมได้แล้วค่ะ  ไปสู้กันต่อ  แพรเดินจงกรม  Step 2 ยกหนอ  เหยียบหนอ   30 นาที

13.30 น  เริ่มนั่งภาวนากันต่อค่ะ  นั่งภาวนา  พองหนอ  ยุบหนอ  1 ชั่วโมง ภาวนาอย่างมีสติ  ใจไหลไปคิดก็รู้  ฟุ้งซ่านไปก็รู้  ง่วงก็รู้  ปวดก็รู้  เบื่อก็รู้ ดูมารทั้ง 5 รู้แล้วก็ภาวนา  พองหนอ  ยุบหนอ ต่อ

14.30 น   หมดเวลานั่งภาวนาที่ตั้งใจไว้  สภาพดูไม่จืดเลยค่ะ  เหมือนไปออกรบมา  สะบักสะบอมเชียว  นั่งยืดขานวดขา  แล้วก็สู้ภาวนาต่อไป  เดินจงกรม  10 นาที  นั่ง  20 นาที

15.00 น.  หมดเวลารบ  เอ๊ย! เวลาปฏิบัติค่ะ  พักทานน้ำปานะ  เข้าห้องน้ำ  ล้างหน้า  พักผ่อนจิตใจสักนิด

15.30 น.  อากาศข้างนอกร้อนมากรีบกลับเข้าห้องปฏิบัติธรรมดีกว่าค่ะ  ไปสู้กันต่อค่ะ  ให้ปวดให้ตายไปข้างหนึ่ง

17.00 น.  สาธุ...หมดเวลาปฏิบัติแล้ว  ไปพักผ่อน ดื่มน้ำ อาบน้ำ  นอนพักผ่อน หรือแอบคุยโทรศัพท์กันดีกว่าค่ะ คิดถึงสามี  โทรไปเล่าให้เค้าฟังจะได้ปลื้มใจ  ว่าภรรยาตั้งใจปฏิบัติธรรมค่ะ บอกบุญเค้าๆจะได้ร่วมอนุโมทนากับเราด้วย555.. คิดถึงลูก  โทรไปหาคุณยาย  บอกบุญคุณแม่จะได้ปลื้มใจว่ามีลูกสาวน่ารัก (ฮิๆๆ)

17.25 น.  มีเวลาเหลือนอนยืดหลังสักหน่อยดีกว่า  ตอนนี้ห้องน้ำคิวยาว  ขี้เกียจแย่งเข้าห้องน้ำค่ะ

18.15 น.  ได้เวลาอาบน้ำของเราแล้ว  สบายๆไม่ต้องแย่งใคร  เรียกความสดชื่นก่อนเข้าห้องปฏิบัติธรรมได้ดีค่ะ

18.30 น.  ได้เวลาเข้าห้องปฏิบัติธรรมแล้วค่ะ  สวดมนต์ทำวัตรเย็น  แล้วก็ปฏิบัติธรรมต่อเลยค่ะ

20.30 น.  หมดเวลาปฏิบัติ  กราบลาพระ แล้วแยกย้ายกันไปพักผ่อนค่ะ  แพรอาบน้ำก่อนนอน  เพราะร้อนมาก  ก็ออกมาอาบห้องน้ำหน้าห้องปฏิบัติธรรม  เพราะขี้เกียจแย่งห้องน้ำข้างใน  อาบคนเดียว  น่ากลัวชะมัด  ทำไมเค้ารีบปิดไฟทางเดิน  เหมือนกับไล่ให้เข้าไปอยู่ในห้อง เฮ้อ..ทำไมไม่มีใครขยันเดินออกมาอาบน้ำข้างนอกเหมือนเราบ้างนะ

21.00 น.  ปิดไฟเข้านอนกันหมดแล้วค่ะ  แพรยังไม่ง่วงน่ะ  ก็ต้องเดินมานอนเล่นที่เตียงนอนแล้วนอนภาวนาไป  อ่านหนังสือก็ไม่ได้  อากาศมันร้อนมากๆ  ยังไม่ดึก  เค้าก็หลับกันได้เนาะ  ไม่มีใครคุยกันเลย  ต่างคน ต่างอยู่  ต่างคนต่างนอน  ใครว่ามนุษย์เป็นสัตว์สังคม  มาดูตอนนี้นะคะ  ไม่มีใครเอาสังคมกันสักคน เฮ้อ...นอนฟุ้งซ่านไป  สงบเมื่อไหรก็หลับไปเองค่ะ

 

พรุ่งนี้เช้าเจอกันค่ะ 

บุญรักษา  ธรรมคุ้มครองนะคะ

 

หมายเลขบันทึก: 260848เขียนเมื่อ 13 พฤษภาคม 2009 11:12 น. ()แก้ไขเมื่อ 19 มิถุนายน 2012 15:25 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (2)

ขออนุโมทนาบุญกันน้องแพรด้วยที่ได้ไปฝึกกรรมฐานมาเป็นอย่างไรบ้างสนุกหรือทุกข์ช่วยบอกกันบ้านนะ อยากปฏิบัติบ้างจังเลย

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ค่ะ

อิสระแห่งจิต

http://gotoknow.org/blog/mindfreedom

ขอให้เจริญในธรรมทุกท่าน

บุญรักษา ธรรมคุ้มครองค่ะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี