การแยกตัวประกอบของพหุนาม

ชื่อเรื่อง                 การใช้ชุดการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์เพิ่มเติม  33201                

                                  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3  เรื่อง  การแยกตัวประกอบของพหุนาม

ผู้ศึกษาค้นคว้า      นางสาวพานทิพย์  อัมพันธ์จันทร์

หน่วยงาน               โรงเรียนสตรีราชินูทิศ  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุดรธานี  เขต  1

ปีการศึกษา             2550

 

บทคัดย่อ

 

                          การศึกษาค้นคว้าครั้งนี้  มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างชุดการเรียนการสอน วิชาคณิตศาสตร์เพิ่มเติม  33201 

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3  เรื่อง  การแยกตัวประกอบของพหุนาม แล้วศึกษาประสิทธิภาพของชุดการเรียนการสอน 

หาดัชนีประสิทธิผลของชุดการเรียนการสอนและศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน โดยใช้ชุดการเรียนการสอนนี้

                         ประชากรที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า  เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3 โรงเรียนสตรีราชินูทิศ  อำเภอเมือง  จังหวัดอุดรธานี  ปีการศึกษา  2550  จำนวน  661  คน  กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3  ที่เลือกเรียนวิชาคณิตศาสตร์เพิ่มเติม  33201  จำนวน  48  คน  ได้มาโดยการสุ่มแบบเจาะจง  เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า 

ประกอบด้วยชุดการเรียนการสอน  เรื่อง  การแยกตัวประกอบของพหุนาม  แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 

การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าเฉลี่ย  ร้อยละ  และการทดสอบค่าที  ผลการศึกษาพบว่า

                   1.  ชุดการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์เพิ่มเติม  ค33201  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3

เรื่อง  การแยกตัวประกอบของพหุนาม  มีประสิทธิภาพ  84.32/82.60

                   2.  ดัชนีประสิทธิผลของชุดการเรียนการสอน  วิชาคณิตศาสตร์เพิ่มเติม  33201  

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3  เรื่อง  การแยกตัวประกอบของพหุนาม  เท่ากับ  0.78

                   3.  นักเรียนที่เรียนโดยใช้ชุดการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์เพิ่มเติม  33201

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3  เรื่อง  การแยกตัวประกอบของพหุนาม  มีคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน

โดยคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียน  อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ  .01

                 4.  จำนวนนักเรียนที่เรียนโดยใช้ชุดการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์เพิ่มเติม  33201

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3  เรื่อง  การแยกตัวประกอบของพหุนาม  ที่สอบได้คะแนนตั้งแต่ร้อยละ 80

ของคะแนนเต็มขึ้นไป  คิดเป็นร้อยละ  85.42  ของจำนวนคนทั้งหมด