...ตลาดน้ำบางคล้า...ตลาดที่ถูกจัดสร้างเพื่อการท่องเที่ยว...ที่บางครั้ง ละเลยวัฒนธรรม ซึ่งเป็นจุดสำคัญของ "ความเป็นตลาดท้องถิ่น"...

"การท่องเที่ยวแห่งยุคสมัย" ของสังคมไทยในช่วง 4-5 ปีมานี่เอง  น่าจะเป็นเรื่องของการเสาะหาแหล่งท่องเที่ยวที่เรียกว่า "ตลาดน้ำ"

"ตลาดน้ำ" เป็นวัฒนธรรมการแลกเปลี่ยนที่เกิดขึ้นมาในพื้นที่ภาคกลางมากที่สุด

อาจจะเป็นเพราะชุมชนภาคกลางมักตั้งอยู่ริมแม่น้ำ ลำคลอง

ดังนั้นการเดินทาง และการแลกเปลี่ยนในอดีต จึงอาศัยการสัญจรทางเรือเป็นหลัก

"ตลาดน้ำ" ที่ถูกกระแสของการท่องเที่ยวยกขึ้นมาเป็น "สินค้าเชิงวัฒนธรรม" อย่างหนึ่งนั้น

หากสังเกตดีๆ จะพบว่ามีความแตกต่างกันเป็นสองแบบใหญ่ๆ คือ

- ตลาดน้ำ ที่นำเสนอความเป็น "ตลาดน้ำโบราณ" หรือ ตลาดน้ำที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ

ชาวบ้านเคยใช้เป็นที่แลกเปลี่ยนสินค้ากันมาตั้งแต่อดีต แล้วอาจจะร้างราไป

กลับมาได้รับการฟื้นฟูขึ้นมาใหม่เพื่อการท่องเที่ยว

เช่น ตลาดน้ำอัมพวา  ตลาดน้ำดำเนินสะดวก ตลาดน้ำท่าคา

- ตลาดน้ำ ที่ถูกจัดสร้างขึ้นมาใหม่ เพื่อสร้างเป็นสิ่งดึงดูดการท่องเที่ยวโดยเฉพาะ

มีทั้งที่เอา "ตลาดบก" ลงไปอยู่ในน้ำ  และตลาดน้ำที่ถูกสร้างใหม่เอี่ยมโดยอาศัยแหล่งน้ำในพื้นที่

หรือบางครั้งก็เป็นแหล่งน้ำที่มนุษย์ขุดสร้างขึ้น เช่น ตลาดน้ำสวนสามพราน 

รวมถึงตลาดน้ำบางคล้า ที่จะกล่าวถึงวันนี้ด้วย

 

สงกรานต์นี้...มีโอกาสไปอำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา

จึงเก็บเรื่องของตลาดน้ำบางคล้า และบรรยากาศต่างๆ มาฝากไว้ในบันทึก เรื่อง

"บางเอ๋ย...บางคล้า" ภาค 1

 

 ตลาดน้ำบางคล้า ถือเป็นตลาดน้ำยุคใหม่ ที่สร้างขึ้นเพื่อการท่องเที่ยว

เทศบาลบางคล้าจัดสร้างขึ้นมาแล้วราว 4-5 ปี

เท่าที่สังเกต และคุยกับแม่ค้า น่าจะเป็นการเอา “ตลาดบก” ลงน้ำ 

โดยการสร้างโป๊ะขึ้นริมน้ำยาวเป็นแนวริมฝั่งน้ำบางประกง  

 

โป๊ะมุงหลังคาสีฟ้าสด  กลางตัวโป๊ะจัดตั้งโต๊ะ เก้าอี้ ไว้เป็นชุดๆ ยาวตลอดตั้งแต่หัวจรดท้าย เพื่อใช้เป็นที่ทานอาหาร

คล้ายๆ โรงอาหารในโรงเรียน หรือในมหาวิทยาลัย...อย่างไร อย่างนั้นเลย

  

  

ส่วนแม่ค้าพ่อค้า ก็จะลงไปอยู่ในเรือพาย ที่จอดอยู่ริมโป๊ะทั้งสองฝั่ง

เพื่อทำกิจกรรม ปรุงอาหาร ขายอาหาร และข้าวของต่างๆ ซึ่งของที่ขายส่วนใหญ่ คือ อาหาร  ขนม น้ำ ผลไม้ และของฝาก

 

หากจะรับประทาน ก็ยึดโต๊ะสักตัว แล้วซื้อของต่างๆ มาวางเพื่อรับประทานร่วมกัน

อาหารที่นี่ ราคาไม่แพง มีตั้งแต่สิบบาท ไปจนเป็นร้อย  รสชาติใช้ได้

ขึ้นอยู่กับความชมชอบว่าจะทานอะไร ของที่ขายก็ค่อนข้างหลากหลายดี

แต่ถ้าอากาศร้อนมากๆ อาจไม่สนุกนัก ... จะเกิดอาการ “กินไป ซับเหงื่อไป”

   

สังเกตแล้วเราจะพบว่า...อาหารที่วางขายในตลาดน้ำหลายๆ แห่ง มีความคล้ายๆ กัน

อาจจะเป็นไปตามรสนิยมทางอาหารของนักท่องเที่ยวไทย

ดังนั้น...เมนูที่อัมพวา กับเมนูที่บางคล้า อาจไม่ต่างกันเลยก็ได้

แต่ก็จะมีอาหาร ขนม ประจำถิ่น

เช่น ที่บางคล้า ... มีมะม่วงเยอะ  มีขนมเปี๊ยะ มีข้าวห่อใบบัว  เป็นจุดเด่น

 

ในฐานะ...ผู้สื่อสาร และ นักเที่ยวเชิงวัฒนธรรม  อยากตั้งข้อสังเกต ดังนี้

สิ่งที่ขาดหายไปจาก “ตลาดน้ำบางคล้า” มีหลายอย่าง...

เนื่องจากตลาดน้ำบางคล้า ไม่ใช่ตลาดน้ำดั้งเดิม

เราจึงไม่เห็น อาคารบ้านเรื่อนแบบเก่าๆ ริมน้ำ (ต้องนั่งเรือออกไปชม)

ไม่ค่อยได้เห็นภาพชาวบ้านพายเรือเอาผลไม้ หรือผลผลิตจากสวนออกมาขาย

ไม่ได้เห็นวิถีชีวิตริมน้ำที่เป็นของเดิมมากนัก...เพราะตลาดกลายเป็นเมืองไปแล้ว

จึงทำให้ตลาดน้ำบางคล้า .... ขาดเสน่ห์ของวัฒนธรรมท้องถิ่นดั้งเดิมไป

ที่จริงเสน่ห์ตลาดน้ำบางคล้า...น่าจะอยู่ที่จุดตั้ง “ริมฝั่งน้ำบางประกง”

แต่จุดนี้กลับไม่ช่วย...เพราะบรรยากาศของตลาดไม่เอื้อให้นั่งกินลมชมวิว

ยกเว้นจะลงเรือล่องแม่น้ำ (คราวหน้าจะบรรยากาศมาให้ชม)

  

ภาพชาวบ้านพายเรือเอาผลไม้จากสวนออกมาขาย มีอยู่บ้าง แต่ไม่ใช่องค์ประกอบหลักของที่นี่

เวลาไป "ตลาดน้ำ" อยากเห็นภาพแบบนี้เยอะๆ ...แต่ไม่ค่อยมี.

..

นอกจากนี้...ความอึดอัดที่เกิดขึ้นเล็กๆ ช่วงที่ไปเที่ยวชม

แม่ค้า พ่อค้า ทุกคนถูกกำหนดให้ใส่เสื้อที่มีสีและลายเดียวกันหมด

เหมือนกับแต่งชุดฟอร์ม ... เป็นความตั้งใจของเทศบาลที่จัดการตลาด

ผู้ชอบความมีระเบียบเรียบร้อย ....โดยทำให้คนเหมือนๆ กันซะงั้น

อนิจจาแรก....

อยากบอกว่า “ธรรมชาติ ของมนุษย์ คือ ความแตกต่าง ที่สวยงาม”

 

อีกอย่าง...

พ่อค้าแม่ค้า ยังใช้กล่องโฟม และถุงพลาสติก อยู่มาก

แม้จะมีการใช้กระทง ใบตองใส่อาหารอยู่บ้าง แต่ก็ยังรองด้วยโฟมอยู่ดี

ไม่เฉพาะตลาดน้ำบางคล้า ... ตลาดน้ำหลายๆ แห่งก็เป็นเช่นนี้

ทำให้มีขยะเยอะไปหมดจากการบริโภคของลูกค้าแต่ละราย

อนิจจาที่สอง....

การรณรงค์เพื่อลดการใช้โฟมของเราไม่ได้ผล... และ

ไม่ว่ารัฐ หรือ ชาวบ้าน ก็ไม่เข้าใจอยู่ดีว่า “ใช้กระทง ใบตอง ทำไม?”

 

 

นอกจากนี้ยัง…

มองเห็นความขัดแย้งเล็กๆ ของการจัดการสถานที่...ที่ยังไม่ลงตัว

ทำให้มีการกระทบกระทั่งกันของพ่อค้า แม่ค้า และเจ้าหน้าที่ที่ลงมาประสาน

แม่ค้าบางรายยังไม่พอใจ “ทำเล” ของตนเอง เพราะลูกค้าไม่เดินผ่าน

เกิดการ “แนะแหน” กันเล็กๆ  ให้ได้ยิน และรับรู้ถึงความขัดแย้ง

ทัศนะต่อการค้าขายที่ตลาดน้ำ เท่าที่ได้สนทนา

แม่ค้าบอกว่า “อยากให้ลูกค้าเยอะๆ เหมือนตลาดดำเนินสะดวก”

อนิจจาที่สาม...

สำหรับฉัน...ฉันไม่ชอบตลาดดำเนิน...มันแออัด อึดอัด และการค้ามากๆ

สภาพของความเป็นตลาดน้ำและวิถีชีวิต ได้กระโดดหายไปจากตลาดดำเนินนานแล้ว

แต่นั่นแหละ...ลูกค้าเยอะ กำไรงาม...เป้าหมายของการค้า

  

แต่การไปบางคล้าคราวนี้ ก็มี เสน่ห์บางคล้าให้ชื่นชมเหมือนกัน...รอบันทึกฉบับหน้าค่ะ.

........................ 

pis.ratana บันทึก

เมื่อสงกรานต์ปี 2552 .