ทรัพย์สินทางปัญญา
ปัจจุบันไทยถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษ Priority Watch List (PWL) ตามกฎหมายการค้ามาตรา 301 พิเศษ ประจำปี 2552 เหมือนกับปี 2551 ที่ผ่านมา
ซึ่งส่งผลให้ไทยต้องสานต่อการทำงาน เพื่อให้การละเมิดลิขสิทธิ์ ซีดี ซอฟต์แวร์ สัญญาณเคเบิล และ หนังสือลดน้อยลง ตลอดจนมีการดำเนินงานเพื่อแก้ไขปัญหาความล่าช้าในการจดทะเบียนสิทธิบัตร และ ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองสิทธิบัตรยา
การจัดสถานะประเทศ Priority Watch List (PWL) มีประเทศที่ถูกจัดเข้ากลุ่มนี้ 12 ประเทศ คือ จีน รัสเซีย แอลจีเรีย อาร์เจนตินา แคนาดา ชิลี อินเดีย อินโดนีเซีย อิสราเอล ปากีสถาน เวเนซุเอลา และไทย
การรักษาสิทธิด้านทรัพย์สินทางปัญญา เป็นหนึ่งในมาตรฐานโลกเกี่ยวกับนโยบาย New World Order ซึ่งไทยต้องปฏิบัติตาม จากการที่ไทยอยู่ในโลกของประชาคมเครือข่าย (Network Society) มิฉะนั้นแล้ว มาตรการต่างๆ จะนำมาบังคับใช้กับประเทศที่ละเมิดนโยบายนี้ เช่นที่มีข่าวเกี่ยวกับมาตรการ GSP จึงขอนำเสนอความหมายของ GSP ว่ามีความสำคัญอย่างไร
การอยู่ร่วมกันเป็นสังคมใหญ่ๆ ต้องมีกติกาทางสังคม และเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาก็เป็นประเด็นหนึ่งที่ท้าทายการเข้าสังคมระดับโลกของคนไทย
ความจริงต้องเริ่มพูดคุยเรื่องนี้กันตั้งแต่ระดับอนุบาลกระมัง เพราะเด็กๆ (อาจจะโดยพ่อแม่และผู้ปกครอง) มักจะเริ่มเลียนแบบ Supper star กันอย่างเอาจริงเอาจัง นี่อาจเป็นการปลูกฝังการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาทีละเล็กละน้อยโดยไม่ทันรู้ตัว อีกทั้งเป็นการปิดกั้นความคิดสร้างสรรค์ของเด็กๆ ด้วยเนอะ
มองต่างมุมนะครับ สมมติหมอแผนโบราณของไทย จดทะเบียนตำหรับยา ทุกอย่างที่ได้ค้นคว้าทดลองกันมา และสืบทอดมาแต่บรรพบุรุษ แล้วคนรุ่นหลังๆ มาศึกษาและเรียนแบบตำรายาแผนโบราณนั้นๆ จะเป็นการละเมิดมั้ยครับ เช่นท่านวดของหมอนวดแผนไทยเป็นต้น ตอบเพื่อเป็นความรู้หน่อยนะครับ
ตอบพี่ภูมินทร์ (แทนเจ้าของบล็อค)
ไม่ถือว่าเป็นการละเมิดค่ะ เพราะยังเรียกว่า แพทย์แผนไทยอยู่
อีกอย่าง ประเทศเราไม่เคยจดสิทธิบัตรการเป็นเจ้าของตำรายาหรือวิธีการรักษาแบบแพทย์แผนไทยนะคะ (หรือมี ก็ไม่แน่ใจ)
ยกเว้นพี่ภูมินทร์จะเอาวิธีการรักษาบางอย่างไปใช้แล้วประกาศเสียงดัง บอกว่าวิธีการนี้ผมคิดได้เอง แล้วเอามารักษาคนไข้ หลอกลวงว่าเป็นวิธีของตน แบบนี้คือถือว่าละเมิดนะคะ (หากสืบรู้ว่า ลอกเลียนแบบมาโดยไม่เปลี่ยนแปลงจากต้นแบบเลย)