วันนี้รู้สึกอยากเขียน
เห็นความอยากเขียน เลยเข้ามาเขียน
เห็นความอยากให้คนอื่นมาอ่าน เลยเขียนไปคิดไป
เห็นความกังวลว่าจะเขียนได้ดีหรือไม่
เห็นความคิด ที่อยากให้คนอื่นมาชม มาอ่าน มา comment
ผมเคยถามคนที่เล่น hi 5 ว่าทำไมถึงได้อยาก "เม้นท์" เยอะๆ
ตอนนี้คิดว่าสิ่งที่ผมรู้สึกอยู่คงเป็นคำคอบ
ความรู้สึกว่า อยากมีตัวตน มีคนอื่นเห็นอยู่ว่าตัวเองยังอยู่ในโลกใบนี้
ใครเคยฟังเพลง "อากาศ" ของคุณป้างคงเข้าใจ
และใครที่เคยถูก blocked ใน MSN บ่อยๆ น่าจะยิ่งเข้าใจนะครับ
แต่การเข้าใจโดยการคิดนั้น น่าจะเป็นการดึงสัญญาเก่าๆ มาปรุงแต่ง โดยมีตัวกูติดอยู่อย่างแนบแน่น
เคยคิดอยากเป็นนายกรัฐมนตรี ประธานาธิบดี รวมถึงจ้าวแห่งจักรวาล
ด้วยพื้นฐานที่ว่า"กู" คิดเก่งกว่าใครๆ ในโลกใบนี้
จนได้มาพบคำสอนของครูบาอาจารย์ และเริ่มน้อมนำมาปฏิบัติจึงเข้าใจ
และเริ่มเห็น "ตัวกู" ชัดขึ้นเรื่อยๆ
ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงพระคุณล้นเหลือคณานับ
ขอปฏิบัติบูชาเนื่องในวันวิสาขบูชา ด้วยการตามระลึกรู้กาย รู้ใจ ตามที่ครูบาอาจารย์สอน
กราบขอบพระคุณ และขอขมาต่อคุณพระรัตนตรัย
กราบขอบพระคุณ และขอขมาต่อครูบาอาจารย์ทุกท่านครับ
ตอนนี้ผมเชื่อแล้วว่า เมื่อไหร่ที่เรานึกคุณความดี และพระมหากรุณาธิคุณของพระพุทธเจ้า
ก็จะเกิดปีติขึ้นมาเองโดยฉับพลัน ศรัทธาเป็นบาทฐานจริงๆ ครับ
(ข้อความนี้เขียนจากสัญญาเก่า ล้วนๆ ไม่ได้เขียนจากความรู้ที่เกิดขึ้นจริง
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านให้มาก)
P.S. วิสาขบูชาน้อมรำลึก
น้อมตรองตรึกถึงพระคุณอันไพศาล
แห่งองค์ สมเด็จพระ ผู้พิชิตมาร
กล่อมสันดาน แด่ผู้อยู่ ในโคลนตม
ขอ ปฏิบัติบูชา แด่องค์ท่าน
ขอกราบกราน พระพุทธองค์ ผู้ทรงศีล
จะเรียนรู้ กายและใจ เป็นอาจินต์
เพื่อหมดสิ้น "ตัวกู" สู่บ้านเดิม
สวัสดีครับ พี่สามารถ
(ขออนุญาตเรียกพี่นะครับ ดูหนิดหนมดีน่ะ)
ผมก็เคยดูอารมณ์แบบนี้ไปหลายหนเหมือนกันครับ ดูอารมณ์อันหลากหลายขณะท่องไปใน GotoKnow
ทั้งเวลาอยากให้คนอ่านเยอะๆ
อยากให้คนมาเมนท์เยอะๆ
ก็แปลกดีนะครับ
พอดูๆ มันก็ทำให้คลายความยึด ความอยากลงได้บ้าง แต่มันก็ยังมีอยู่
มีอยู่บางช่วง (อาจเรียกว่าช่วงฮันนีมูน) ที่ผมแทบไม่เป็นอันทำงานทำการเลย วันๆ ต้องเข้ามาเช็คตลอดว่า บันทึกเรามีอะไรเคลื่อนไหวมั๊ย
....
อารมณ์ของการอยากเป็นที่ยอมรับ อยากมีตัวตนนี่ผมว่ามันเป็นธรรมชาติอย่างหนึ่งที่พบได้ในทุกคนเลยนะครับ
ทำให้ผมเข้าใจเอาเอง (ไม่รู้ถูกหรือเปล่านะ) ว่า
อารมณ์ ติดบล็อก ติดแช็ต โดยเนื้อหาก็ไม่ได้ต่างอะไรกับ พวกเด็กแว้นที่ชอบซิ่งโชว์ หรือแม้กระทั่งสาววัยรุ่นที่ชอบโชว์เรือนร่างในเน็ตผ่านเว็บแคม
ผมคิดว่ามันคืออารมณ์เบื้องลึกเดียวกันเลยครับ
การต้องการเป็นที่ยอมรับ
ความต้องการมีตัวตนบนโลกอันกว้างใหญ่ไพศาล
.....
ขอกระโดดมาที่เรื่อง "อัตตา" นะครับ
ประเด็นที่อยากเล่าให้ฟังก็คือ
สำหรับตัวผมเองนั้น
ในบางขณะผมรู้สึกเหมือนว่าเจ้า "อัตตา" มันจะคอยขวางๆ ไม่ให้ทำการดูจิตดูใจได้
มันเหมือนกับจะรู้ชะตากรรมว่า
"ขืนทำต่อไป (ดูกาย ดูใจ) ตายแน่ๆ เลยเรา (อัตตา)"
"อย่าทำเลย อยู่อย่างนี้ มีความสุข มีตัวตนอย่างนี้น่ะดีแล้ว"
ยอมรับว่าบางส่วนในตัวเรา มันก็เชื่อเจ้าอัตตา มันยังไม่อยากดับสูญไป มันยังอยากที่จะดิ้นแสวงหาความสุขไปเป็นครั้งเป็นคราวไป
ตอนนี้ ผมเองไม่สงสัยในสิ่งที่พระพุทธเจ้า และสิ่งที่ครูบาอาจารย์หลายท่านได้กล่าวไว้
แต่มันเหมือนจะรู้ว่า เส้นทาง ณ เบื้องหน้าเป็นแดนประหารชัดๆ ขืนเดินหลุดเข้าไปล่ะ ไม่รอดกลับมาแน่ๆ
ใจนึงมันก็เลยกลัวๆ ครับ
ผมตั้งข้อสังเกตกับตัวเองว่า
สงสัยเราจะยังไม่เห็น "ทุกข์" พอ
เรายังเห็นว่า ชีวิตนี้ทุกข์บ้าง สุขบ้าง
สรุปว่า ยังติดในสุข
ถึงเราจะรู้ด้วยสมองว่ามันก็ชั่วคราว
แต่มันก็ยังถวิลหาอยู่นั่นเอง
ก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกันครับ
คงต้องใช้แนวของครูบาอาจารย์ที่ท่านกล่าวไว้ว่า
"ก็ดูมันไปอย่างนั้นแหละ"
....
เมื่อกี๊ ตอนขณะเขียนเม้นท์ รู้สึกว่าจะมีอารมณ์ยินดีแทรกเป็นระยะ ๆ แต่ก็ไม่ชัดนัก น่าจะเป็นเพราะกำลังเขียนอยู่
ตอนนี้ ขณะนี้ ก็รู้สึกเป็นปกติ แต่ก็ยังหลงเหลือยินดีอยู่เล็กๆ
เห็นอีกตัวแล้วครับ
เห็นความอยากรู้ว่า...
เอ...พี่สามารถจะตอบมายังไงกันนะ
อยากรู้ ๆ ๆ
ดูไป ๆ ๆ
เข้ามาเยี่ยมค่ะ
ดีใจที่มีคนมาเล่าประสบการณ์ดีๆค่ะ