ปฏิบัติธรรมกันดีกว่า
วันนี้มีโอกาสได้สนทนากับอาจารย์ท่านหนึ่งที่มาอบรมให้ในที่ทำงาน
ในขณะอบรมมีอยู่ช่วงหนึ่งอาจารย์บอกว่า ท่านชอบอ่านหนังสือธรรมะ ก่อนนอน ไหว้พระ ทำสมาธิ สัก15 นาที ผมกำลังปฏิบัติธรรมอยู่ ผมต้องรีบปฏิบัติธรรมเพราะอายุมากแล้ว อีกสัก 10 ปีอยากจะไปบวช
อาจารย์ชักชวนอีกว่าปฏิบัติธรรมแล้วดีนะ มาปฏิบัติธรรมกันเถอะ จะได้ไม่โกรธ เข้าใจโลกมากขึ้น ฟังท่านอธิบาย ที่คิดจะแนะนำแนวทางปฏิบัติของท่านมาเรียนรู้ต่อก็เป็นอันต้องหยุดเพราะประเมินแล้วท่านเชื่อมั่นในตนเองมากเกินไป
ผมฟังแล้วก็คิดตาม หรือ จิตเกิดขึ้นมาเพราะดูจากแนวคิด อาจารย์เข้าใจว่า วันละ 15 นาทีที่สวดมนตร์ไหว้พระ นั่งสมาธิ คือ การปฏิบัติธรรมที่น่าจะเข้าร่องรอยการหลุดพ้น
หลังจากนั้นผมก็สนทนาว่าท่านปฏิบัติอย่างไร พอทราบแนวทางการปฏิบัติของอาจารย์ที่ท่านเชื่อถือบวกกับความมุ่งมั่นของอาจารย์ ผมก็เลยตัดสินใจหยุดการสนทนาธรรมพร้อมกับหยิบหนังสือของหลวงปู่ดูลย์ให้ท่านเล่มหนึ่ง เผื่อท่านจะได้พบกับการปฏิบัติ หรือ หลักทางธรรมอีกสายหนึ่ง
แต่ผมเห็นต่างจากอาจารย์ที่กำลังอบรมให้ผม
พระอาจารย์ที่ผมเรียนธรรมะจากท่านชี้แนะว่า ปฏิบัติธรรมทำได้ตลอดเวลา ยกเว้นเวลาที่ต้องใช้ความคิด กับ นอนหลับ แค่เราคอยรู้ตัว
จิตเรากระเพื่อม เคลื่อนไหวอย่างไร ก็ให้ตามรู้ตามดู ด้วยจิตเป็นกลาง จนจิตเขาจะค่อยๆวางไปเอง ปฏิบัติธรรมเพื่อรู้กาย รู้ใจ ไม่ใช่รู้เรื่องคนอื่น ไม่ใช่รู้ทันเรื่องโลกๆ นี่คือ การภาวนา ที่เป็นเนื้อหาสาระ เป็นแก่นในการปฏิบัติ
ในภาษาธรรม โลกก็คือ กาย กับ ใจของเรานั่นเอง
โกรธก็รู้ว่าโกรธ ไม่ใช่ปฏิบัติธรรมแล้วจะไม่โกรธใครอีกเลย เพราะมันไม่น่าจะเป็นไปไม่ได้ เราโกรธเพราะมีเหตุมากระทบผัสสะ ผลจึงเกิด
ดังนั้นผมเห็นว่าการปฏิบัติธรรมที่ดี คือ ฐานกาย ฐานจิต หรือที่ตัวเรา ใช้ตัวเราเป็นศูนย์กลางเพื่อจะลดละ ความไม่มีเรา เจริญสติในชีวิตประจำวัน รู้ตัวทั่วพร้อม ยืน เดิน นั่ง นอน ล้างจาน เข้าห้องนำก็ทำได้
การสวดมนตร์ ไหว้พระ ทำบุญ พุทธพิธีต่างๆ ไม่ใช่ว่าไม่ดี แต่ถ้ามีโอกาสเราจะเข้าถึงแก่นหรือจะพอใจอยู่แค่เปลือกๆกัน น่าเสียดายที่ได้เกิดในประเทศที่เป็นเมืองพุทธและยังพอมีครูบาอาจารย์ที่เข้าถึงธรรมจากพระพุทธเจ้าอยู่บ้างแต่เราไม่พร้อมเรียนรู้จากท่าน
ที่กล่าวมา ผมก็ดีบ้างเสื่อม บ้าง จิตก็มีขึ้น มีลง ก็พยายามตามรู้ ตามดูไปครับ
ดังคำกล่าวของท่านเชอเกียมตรุงปะ อาจารย์ในสายทิเบตที่ว่า นักรบชัมบาลา หรือ นักรบในทางธรรม คือ ผู้มีสติรู้ตัวทั่วพร้อม ขึ้นอานม้าก็รู้ตัว มีสติทุกๆการเคลื่อนไหว เข้าใจทุกเหตุการณ์อย่างมีสติ เราก็จะสู้รบกับศัตรูตัวฉกาจที่ชื่อ กิเลสได้อย่างสูสีครับ
สวัสดีค่ะ
สวัสดีครับคุณ Phornphon
วันนี้ผมรู้สึกดีใจมากที่เพื่อนนักปฏิบัติ แวะไปให้กำลังใจครับ
ขอบคุณอีกครั้งนะครับ
แวะมาเยี่ยมเยียนทักทายกัลยาณมิตรบนดาวดวงเดียวกันครับ
มิได้คิดจะเป็นการแบ่งแยก หรือกีดกันแต่อย่างใด
ใจนึงตอนนี้ก็รู้สึกพะวงเล็กน้อย ครับกับการสร้าง Planet ดูกาย...ดูใจ
มีกัลยาณมิตรบางท่าน เคยทักว่า มันเสมือนเป็นดาบสองคมนะ การตั้งเป็นชุมชนย่อยๆ ที่สนใจเฉพาะทาง
มันอาจดูเป็นการขีดวง หรือกีดกัน คนอื่นๆ ไม่ให้เข้ามาหรือเปล่า
ใจผมคิดว่า หากได้รวมกลุ่มคนที่สนใจในแนวทางเดียวกัน น่าจะสื่อสารกันได้ลึกขึ้น เม้นท์กันได้ในสไตล์ดูจิต ที่ซื่อตรงต่อความรู้สึกกันมากขึ้น
ก็ไม่รู้ว่าคุณ Phornphon คิดยังไงนะครับ
สำหรับผม โดยส่วนตัวคิดว่า การรวมตัวกันเป็น CoP น่าจะให้ประโยชน์ต่อการเรียนรู้ร่วมกันในระยะยาว โดยมี GotoKnow เป็นสื่อกลางในการเชื่อมโยงกัลยาณมิตรเข้าหากัน
....
รู้สึกดีใจนะครับ ที่ได้เจอคนชอบดูใจ เช่นคุณ Phornphon คุณสามารถ คุณหมอสุพัฒน์ (kmsabai) คุณกบ (ข้ามสีทันดร และอาจารย์หมออัจฉรา และน่าจะมีอีกหลายๆ คน แต่ขอเวลาค้นหาไปเรื่อยๆ แล้วคงได้ชวนมาร่วมอยู่ในดาวดวงเดียวกัน
แต่ยังไงก็ตาม พวกเราทุกคนก็ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของจักรวาล GotoKnow อันยิ่งใหญ่ไพศาล ที่ซึ่งมีกัลยาณมิตรอีกมากมายเป็นเพื่อนร่วมชะตากรรมกันอยู่
ขอบคุณครับ
....
อยากจะรบกวนขอ email หน่อยน่ะครับ เผื่อไว้สื่อสารกันให้ใกล้ชิด และรวดเร็วขึ้น แต่ถ้ายังไม่สะดวกใจที่จะให้ก็ไม่เป็นไรนะครับ ผมจะใช้ที่หน้า mail ของ GotoKnow ไปก่อนก็ได้
ของผมคือ
[email protected]
พูดเรื่องที่อยากพูดเสียยาวจนลืมบอกว่า
คิดคล้ายๆ กันกับคุณ Phornphon นะครับ เรื่องการปฏิบัติธรรม
ผมชอบคำของพระอาจารย์ปราโมทย์มากๆ เลยที่ท่านพูดถึง คนในโลกปัจจุบัน ที่ต้องปฏิบัติธรรมแบบ "อนาถา" ไม่สามารถทำได้เต็มรูปแบบเหมือนคนสมัยก่อน หรือเหมือนพระ แต่ต้องทำไปตามมีตามเกิด ทำเท่าที่สติน้อยๆ พอจะระลึกได้
แต่ก็รับสภาพได้นะครับ ไม่รู้สึกว่ามีอะไรต้องเร่งรีบ นึกได้ก็ทำ เผลอไปนานๆ ก็ช่างมัน
พอรู้สึกว่าตัวเองอนาถา ก็ทำได้แบบอนาถา มันก็ยอมรับสภาพได้นะครับ
แค่ไหนก็แค่นั้นครับ
ผมพยายามตามรู้ ตามดู จิตตัวเองครับ
คนโบราณบอกว่าให้มีสติ
ตั้งสติไว้เมื่อเผชิญกับเหตุการณ์ต่างๆ
ผมฟังก็ยังงง มาเจอก่อนตายให้ตั้งสตินึกถึงพระ
เพิ่งมาเข้าใจเมื่อมาอ่านและฟังธรรมะ เรื่องการดูจิต
เพิ่งคุ้นเคยกับคำว่าสติปัฎฐาน คงต้องตั้งสติ
และมีสติ เรียนรู้จิต ตนเองเพื่อฝึกฝนให้ดียิ่งๆขึ้นไป
ขอบคุณทุกท่านนะครับที่มาร่วมแสดงความคิดเห็น
สวัสดีครับคุณซวง
ผมมองว่าการมี CoP ก็น่าจะดีนะครับ สำหรับกลุ่มที่สนใจแนวทางเดียวกัน ช่วยให้เป็นองค์รวมที่เข้าถึงสะดวก
สำหรับคนที่เห็นว่าน่าสนใจ หรือ สมาชิกใหม่ จะอยู่ใน CoP หรือไม่ก็น่าจะแล้วแต่ความสมัครใจ
เห็นด้วยครับว่ายังไงเราก็เป็นเครือข่ายของ CoP ที่ชื่ว่า G2K ครับ
ลืมครับ email คือ [email protected]
สวัสดีค่ะ
ตามมาตามลายแทงค่ะ
ขอบพระคุณที่มาเยี่ยมครับ คุณ ณัฐรดา