เป็นประโยคบอกเล่าจากน้องเหมียว  ที่นำมาถ่ายทอด ในช่วงการถอดบทเรียนสำหรับทีม R2R นี่เป็นรุ่นที่สองที่มีการขับเคลื่อนกันมา

น้องเหมียวบอกว่า...

ครั้งแรกที่เข้ามาร่วมทำ R2R ยังไม่มีเป้าหมายอะไร เนื่องจากตกกระไดพลอยโจน เพราะเป็นคนที่รับผิดชอบงานด้านสุขศึกษา จึงมีความรู้สึก anti พอสมควร และไม่มีความสุขกับการเข้าร่วมกิจกรรม เวลาที่พี่ๆ ถามว่าจะทำงานวิจัยเรื่องอะไรจึงตอบไม่ได้สักที เพราะเราไม่มีใจในการทำงานชิ้นนี้

แต่เมื่อได้เข้าร่วมประชุมเกี่ยวกับกิจกรรมของงานวิจัยที่โรงพยาบาลจัดขึ้น และได้เข้ามาเรียนในห้องเรียน R2R ได้รับมอบงานเก่าที่พี่คนเดิมเคยทำเอาไว้ให้ไปแก้ไขโดยที่เราบอกว่าเราขอปรับปรุงใหม่ทั้งหมดเลยเลยได้ไหม นั่นล่ะ คือ จุดกำเนิดของความรู้สึกที่ทำให้เราอยากทำงานวิจัยขึ้นมาชิ้นหนึ่ง ซึ่งเป็นงานที่เกิดมาจากฝีมือเราจริงๆ

และเรามีความคาดหวังว่างานชิ้นนี้จะเป็นงานที่มีความสมบูรณ์และมีคุณภาพมากที่สุดเหมือนกับ อวช. ที่เราเคยทำส่งตอนปรับเป็นซี 6 ซึ่งงานชิ้นนั้นเป็นงานที่เรามีความภาคภูมิใจมากที่สุด

"งานวิจัยเป็นงานที่ท้าทายความรู้สึกของตนเอง" ท้าทายความคิด ความสามารถของเราเองว่าการที่เราอ่าน เราศึกษางานวิจัย เอกสารต่างๆ มากมายนั้น เราจะ scope ให้เป็นงานของเราได้อย่างไร อีกทั้งยังเป็นงานที่ทำให้เราต้องขวนขวายวิ่งหาหนังสือ ตำรา เพราะห้องสมุดเรามีตำราน้อยมาก งานวิจัยก็มีน้อย ไม่ update จึงรู้สึกว่างานนี้ท้าทายความสามารถพอสมควร

ณ ปัจจุบันนี้ Happy พอสมควรกับการทำวิจัย รู้สึกสนุกสนานที่ได้สืบเสาะ ค้นหา ตำรา วิชาการ และงานวิจัยต่างๆ มีความสุขกับการได้อ่านงานเหล่านั้น มีความสุขกับการได้นำความรู้ต่างๆ มา scope เพื่อให้เป็นชิ้นงานของตนเอง

ณ ตอนนี้ ความรู้สึกที่มีต่องานวิจัย คือ เป็นงานที่สนุกและท้าทายความสามารถอยู่ตลอดเวลา ตอนนี้รู้แล้วว่าหากจะทำงานวิจัย ถ้าถูกบังคับหรือจำใจมา เราจะไม่มีความสุข เราจะรู้สึกทุกข์ทุกครั้งที่มา แต่ถ้าเราทำด้วยใจรัก เราจะมีความสุขกับงาน

จากเรื่องเล่าของน้องเหมียว-ตึกสูติกรรม1

4 พฤษภาคม 2552

--------------------------------------------------

เป็นบรรยากาศที่เราตั้งวงคุยกันและทำงานร่วมกันอยู่บ่อยๆ... รุ่นนี้มีงานวิจัยทั้งหมดสิบแปดเรื่อง แล้วเสร็จไปแล้วเสร็จไปแล้วหกเรื่อง ...มีคุณยสกับคุณโย๋ที่ทำ R2R กันคนละสามเรื่อง ทั้งๆ ที่ไม่ได้มีประสบการณ์ผ่านการเรียนปริญญาโทมาก่อน แต่ที่ได้ร่วมเรียนรู้นั้น สังเกตว่าสองท่านนี้จะมีความสนใจและตั้งใจการทำวิจัยมาก

  

ภาพบรรยากาศการนั่งทำงาน ร่วมกัน

 

เรานำเสนอความก้าวหน้าแบบเล่าสู่กันฟังว่างานของเรานั้นทำอะไรถึงไหน (Progress) และในวันที่ 2 มิถุนายน เราเชิญผู้เชี่ยวชาญและคณะกรรมงานจริยธรรมการวิจัยมาฟังด้วย

ช่วยกันคิดช่วยกันทำ ช่วยกันดูงาน เสนอแนะต่อกัน ... ไม่มีใครตั้งตนเก่งกว่าใคร หากแต่เป็นการเรียนรู้แบบร่วมมือกันทำ (Collaborative)แบบกัลยาณมิตร