หลวงปู่เทสก์ เทสฺรํสี

ธรรมกถาปฏิบัติ

 

                        สมบัติเป็นของไม่มีสาระดังกล่าวแล้ว  เราได้ทำให้เป็นของมีสาระ   ด้วยการแบ่งปันให้แก่คนอื่นด้วยจิตเมตตา  สมบัติอันนั้นกลับเข้ามาอยู่ในใจของตน  คือความอิ่มใจพอใจที่ตนแบ่งปันไปแล้วนั้น  หรือที่เรียกว่า บุญ

 

                        เปลือกของศาสนาคือทาน ศีล  และศาสนพิธีต่าง ๆ  ถ้าทำถูกแล้วจะกลายเป็นกะพี้  คือทำจิตใจให้เบิกบาน  ยิ้มแย้มแจ่มใส จนเกิดปีติอิ่มใจ  ทานศีลนั้นจะเข้ามาภายในใจ  หล่อเลี้ยงน้ำใจให้แช่มชื่นอยู่เป็นนิจ  นี่ได้ชื่อว่าทำเปลือกให้เป็นกะพี้  เมื่อพิจารณาไปถึงความอิ่มและความแช่มชื่นเบิกบานของใจ  ก็เห็นเป็นแต่ว่าสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นจากปัจจัย  คือความพอใจเป็นเหตุ  เมื่อความพอใจหายไป  สิ่งเหล่านี้นดับไปเป็นของไม่เที่ยงเป็นธรรมดา  เราจะยึดเอาไว้เป็นของตัวตนไม่ได้ เป็นอนัตตา ไม่มีใครเป็นใหญ่ เป็นอิสระ แล้วก็ปล่อยวาง เห็นเป็นสภาพตามความเป็นจริง  เมื่อพิจารณาถูกอย่างนี้ ได้ชื่อว่าทำกะพี้ให้เป็นแก่นสาร

 

                        คนเกิดมามีแต่กลัวความตาย  แต่หาได้กลัวต้นเหตุ คือความเกิดไม่

 

                        พระพุทธองค์จึงสอนให้แก้ตรงจุดเดิม  คือ ผู้เป็นเหตุให้นำมาเกิด ได้แก่จิตที่ยังหุ้มห่อด้วยสรรพกิเลสทั้งปวงให้ใสสะอาด ไม่มีมลทินนั้นแล  จึงจะหมด เกิด แก่ เจ็บ ตาย  ไม่ต้องวุ่นวายอีกต่อไป  พระพุทธองค์สอนให้เข้าถึงต้นเหตุให้เกิด คือใจ และสรรพกิเลสทั้งปวงอันปรุงให้จิตคิดนึกส่งส่ายต่าง ๆ   แล้วทำให้จิตเศร้าหมองมืดมิด  จึงไม่รู้จักผิดถูกดีชั่วตามเป็นจริง  พระองค์สอนให้ทำจิตนั้นให้ใสสะอาด  ปราศจากความมัวหมองซึ่งกองกิเลสทั้งปวง  มีปัญญาสว่างรู้แจ้งแทงตลอด  กิเลสที่เป็นอดีต  อนาคต  มารวมลงปัจจุบัน  เป็นปัจจัตตัง อย่างไม่มีอะไรปกปิดแล้ว  จึงจะหมดกิเลสพ้นจากความเกิด แก่ เจ็บ ตาย  ไม่ต้องวุ่นวายอีกต่อไป

 

(คัดจาก  หนังสือรวมคำสอนจากพระป่า)

(จากหนังสือรวมคำสอนพระสุปฏิปันโน เล่ม 1)