กลุ่มการดำเนินงานในอนาคต
วิทยากรกระบวนการ : อ.ดวงเนตร ธรรมกุล
ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในกลุ่มนี้ สรุปสาระสำคัญเป็นแผนภาพการเรียนรู้ ดังนี้
ผู้นำเสนอผลงาน : คุณสุชีลา ปิ่นแก้ว, คุณชาลิณี เชื้อปาน และคุณศิริพจน์ เรืองสิงห์
คุณสุชีลา ปิ่นแก้ว
ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในกลุ่มที่ 3 สรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้ทำ
นิยาม “สุขภาวะในองค์กร”
ความสุขที่พนักงานได้รับการตอบสนองทุกเรื่อง ทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ ไม่เคยมีใครลาออกจากงาน มีการให้ความรู้ ให้การอบรม บทความ เสียงตามสาย ลดความเครียดก่อนที่ความเครียดจะเพิ่มมากขึ้น ลดและขจัดก่อนที่จะเกิดความเสียหายตามมา แล้วก็เน้นครอบครัว
ความสุขที่มีความเป็นอยู่ที่ดี
ความสุขอยู่ที่ตัวเองต้องปรับใจตัวเองให้เข้ากับสภาพแวดล้อมตรงนั้นแล้วจะมีความสุข ถ้าเราปรับได้แล้วมีเพื่อนร่วมงานที่ดี ผู้บังคับบัญชารับฟัง ก็จะมีความสุข เป็นการให้ตัวเองอยู่ให้ได้ แข่งขันกับตัวเองมากกว่า ต้องรู้จักตนเอง
ราชการคือ Service mind นั่นคือความสุข ความสุขก็ต้องทำใจให้สนุกกับงาน
จะเน้นเรื่องสุขภาพ มีการให้ความรู้ในการใช้เงิน ปัญหาหนี้สิน วิธีการดูแลสุขภาพในการมีกำลังมาทำงาน การผ่อนคลายจากการทำงาน การดูแลสุขภาพครอบครัว มีการฝึกปฏิบัติวิธีการบริหารร่างกาย
ความสุขในการทำงานข้อแรกคือมีงาน มีความก้าวหน้าในงาน ข้อต่อมาคือมีเพื่อน ข้อที่สามคือมีเจ้านาย
ความสุขเกิดจากความภาคภูมิใจของตนเอง
การมององค์กรโดยเชื่อว่าองค์กรคือคน ดูผลงานที่ออกนั่นคือองค์ประกอบที่ทำให้มีความสุข
“นวัตกรรมเชิงนโยบายในอนาคต” สำหรับการสร้างสุขในองค์กร
เราสอนให้คนของเราเข้มแข็งและยืนได้ด้วยตัวเองและไม่ประมาท เงินเดือนสามส่วนเก็บไว้ส่วนหนึ่งตลอดเวลา และก็ทำตัวอย่างให้น้อง ๆ ดู ถ้าล้มเขาก็สามารถอยู่ได้ อีกอย่างเราต้องกตัญญู จิตใจเมตตา ทุกคนต้องทำใจให้เข้มแข็งให้ได้
ที่บริษัทก็มีเน้นทำให้ทั้งองค์กร ทำในลักษณะที่เอื้อกับการเรียนรู้ที่เรียกว่าโครงการ construction บรรยากาศโดยรวมในการทำงานก็ดีขึ้น เราเลือกพนักงานในระดับล่างกลุ่มหนึ่งออกไปอบรมส่วนกลางทั้ง hard site และ core site เริ่มจากลดการเป็นอัตตาความเป็นตัวตนของตัวเองออกเพื่อเปิดรับการเรียนรู้ เป็นการฝึกและเกิดเป็นความรู้ของเขา รู้ว่าเราจะเอามาพัฒนาและเพิ่ม productivities กับบริษัทยังไง สามารถนำไปเผยแพร่ในหน่วยงานของเขาได้ มีการฝึกการเปิดตัวตน เป็นต้น สำหรับระดับหัวหน้าแผนกหรือผู้บริหารขึ้นไป คนคิดว่า manager สั่งเป็นอย่างเดียวไม่ได้เป็น leader การเป็น leader คือการทำให้ทีมไปอย่างมีความสุข ไปพร้อมกัน ทำทั้งสองทาง ทุกคนสามารถเปิดใจแทนกันได้ พูดคุยกันได้ และจะทำต่อไป
องค์กรที่ยั่งยืนทุกอย่างต้องมีกระบวนการ นี่เป็นกระบวนการลดเส้นประที่ว่าใครเป็นคนของใคร ต้องดูก่อนว่าเขาพร้อมไหม ประเมินตัวเองก่อนและในการพัฒนาคนต้องถามก่อนว่าเขาต้องรับสภาพให้ได้ก่อนว่าถ้าเลือกอย่างนี้ในองค์กรต้องเจออะไรบ้าง เราควรถามความสมัครใจเขาก่อน แต่ในราชการไม่ได้ ถอยกลับไม่ได้
จัดทำโปรมแกรมคล้ายของกระทรวงสาธารณสุข ในการลดความเครียด
แนวทางการสร้างสุขภาวะในอนาคตของหน่วยงาน “ภาครัฐ”
จัดอบรมบุคลากรในการพัฒนางานตามสายงานที่รับผิดชอบ บางครั้งจัดกิจกรรมทำความเข้าใจ คลายเครียด และให้คนในองค์กรเข้าใจซึ่งกันและกัน
กิจกรรมที่ภาคภูมิใจในองค์กร
ที่บริษัทก็มีเน้นทำให้ทั้งองค์กร ทำในลักษณะที่เอื้อกับการเรียนรู้ที่เรียกว่าโครงการ construction บรรยากาศโดยรวมในการทำงานก็ดีขึ้น เราเลือกพนักงานในระดับล่างกลุ่มหนึ่งออกไปอบรมส่วนกลางทั้ง hard site และ core site เริ่มจากลดการเป็นอัตตาความเป็นตัวตนของตัวเองออกเพื่อเปิดรับการเรียนรู้ เป็นการฝึกและเกิดเป็นความรู้ของเขา รู้ว่าเราจะเอามาพัฒนาและเพิ่ม productivities กับบริษัทยังไง สามารถนำไปเผยแพร่ในหน่วยงานของเขาได้ มีการฝึกการเปิดตัวตน
พนักงานชมพนักงานด้วยกันเอง ให้รางวัลผู้ที่ทำงานดี พนักงานจะรู้สึกดี อยากทำความดีตลอดไป
จัดทำเสียงตามสาย แล้วมีพนักงานเขียนจดหมายมาบอกว่าฟังแล้วมีกำลังใจ จะขออยู่ในโลกนี้ต่อไป ทำให้เรารู้สึกว่ามีคุณค่า มีประโยชน์ต่อบุคคลอื่น


คือ ความคำนึงถึงความเป็นมนุษย์ของคนหน้างานในองค์กร...ที่สุดแล้วคือ ความสุขและพลังในการงานนะ
(^__^)
พี่กะปุ๋ม