วันนี้ข้าพเจ้ามีประเด็นเสนอต่อทางทีม R2R สวรส. (สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข) โดยมีท่าน ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช นั่งเป็นประธาน... ข้าพเจ้ารู้สึกประทับว่าใจนี่คือ กระบวนการเรียนรู้ และมีการคุยกันเป็นวงผ่านจดหมายอิเลคทรอนิกส์ (e-mail) ได้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ... ได้ทราบความคิดและแนวทางนำไปสู่การปฏิบัติ...
เรียนท่าน อ.หมอวิจารณ์
เมื่อวันที่ 26-28 เมษายนที่ผ่านมากะปุ๋มไปประชุม "การพัฒนาเครือข่ายผู้แทนสภาการพยาบาลสู่การปฏิบัติ"
ได้พบกับผู้แทนพยาบาลทุกจังหวัด ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่สองที่ได้มีโอกาสเข้าร่วม
โดยมีผู้นำที่มีบทบาทต่อการผลักดันเครือข่ายพยาบาลนี้ คือ รศ.พรจันทร์ สุวรรณชาต ซึ่งเมื่อวานนี้ได้ฟังท่านอาจารย์พรจันทร์ถอดประสบการณ์
การทำงานสมัยที่ท่านได้ร่วมทำงานกับท่าน อ.หมอวิจารณ์ สมัยที่อยู่ มอ. ด้วยความชื่นชม
และในการเข้าร่วมประชุมครั้งนี้ ซึ่งสิ่งหนึ่งที่กะปุ๋มได้ข้อมูลเพิ่มเติม ในระดับจังหวัด อย่างโรงพยาบาลทั่วไปหลายแห่งที่แนวคิดในเรื่อง R2R ยังเข้าไปไม่ถึง
หลายๆ คน หลายๆ พื้นที่ยังไม่รู้และไม่เข้าใจในเรื่อง R2R
และในมุมมองของกะปุ๋มเองมองว่า ส่วนหนึ่งของกระบวนการพัฒนา "พยาบาล" นั้นถือได้ว่า
เป็นประชากรที่มีจำนวนมากและเป็นกำลังสำคัญในแต่ละองค์กร/หน่วยงานสาธารณสุข
และมันมีคำถามที่อยู่ในใจกะปุ๋มว่า "ทำไมในระดับโรงพยาบาลจังหวัดความตื่นตัวในเรื่องการทำ R2R จึงมีน้อย"
จากการได้เข้าไปร่วมประชุม "ผู้แทนสภาการพยาบาล"
จึงได้เห็นโอกาสที่นำไปสู่การขยายวงการนำแนวคิด R2R ไปใช้...
คือ การผลักดันให้เกิดการทำงานที่นำแนวคิด R2R นี้มาใช้ในแวดวงพยาบาลให้แพร่หลายมากขึ้น
ดังนั้นจึงมองว่าหากทาง สวรส. สามารถเชื่อมโยงกับทางเครือข่ายผู้แทนสภาการพยาบาลสู่การปฏิบัตินี้ได้
น่าจะเป็นอีกช่องทางหนึ่งของการพัฒนางานบริการทางด้านสาธารณสุขและการขยายผลให้เกิดกระแสการทำ R2R ทุกย่อมหญ้า
(ผู้แทนสภาการพยาบาล ส่วนใหญ่จะเป็นระดับหัวหน้าและผู้นำทางการพยาบาลในแต่ละจังหวัด)
จึงเรียนมาเพื่อทราบและเสนอแนวคิดค่ะ
ขอบพระคุณค่ะ
กะปุ๋ม
ขอบคุณครับ และเห็นด้วยกับการร่วมมือกับสภาการพยาบาล
และองค์กรวิชาชีพอื่นๆ ครับ ต้องสร้างแนวร่วมเพื่อให้มี entry point
ของ R2R หลายๆ ทาง ฝาก ดร. แต้มจัดการด้วยนะครับ
วิจารณ์
เรียน ศ.นพ.วิจารณ์ที่เคารพอย่างสูง
แต้มคุยกับดร.กะปุ๋มแล้วค่ะ ตอนนี้กำลังติดต่อท่านอาจารย์พรจันทร์อยู่ค่ะ แต้มเห็นด้วยกับหลายๆ ท่านที่เสนอเรื่องการสร้างแนวร่วม คุณหมอเฉลิมชัย ชูเมือง รองผอ.พรพ.บอกกับสวรส.ว่า เรื่อง การทำR2R บุคลากรใน รพช.รู้จักมากกว่า รพศ./รพท. นั่นอาจเป็นเพราะเรายังเข้าไม่ถึงบุคลากรกลุ่มเป้าหมายซึ่งเป็นกำลังสำคัญของการพัฒนางาน เช่น พยาบาล ต้องขอบคุณดร.กะปุ๋มที่ช่วยหาช่องทางค่ะ
ขอแสดงความนับถือ
จรวยพร
เรียนคุณกะปุ๋ม
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำ พวกเราทีมงาน R2R จะได้นำไปเป็นข้อมูลในการวางแผนงานเกี่ยวกับ accessibility และ visibility ของงานวิจัย R2R
ผมจำได้ว่าเราเคยประชุมกันเพื่อหา entry point ที่เป็นพยาบาลรพศ/รพท.แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป ต้องขอบคุณคุณกะปุ๋มที่ช่วยให้ชี้ช่องทางให้ด้วยครับ
สิ่งหนึ่งที่ผมพบจากประสบการณ์นอกจากไม่ทราบแนวคิด R2R แล้ว บางครั้งความเข้าใจอาจจะคนละบริบทกับทีมงานเรา เช่น เข้าใจว่างาน CQI ที่ขาดการทบทวนความรู้ใดๆ (รวมทั้งจากงานของตัวเองด้วย) ก็เป็น R2R หรือ การส่งเสริมงานวิจัย R2R ก็คือทำอย่างไรก็ได้ให้มีผลงานตีพิมพ์ โดยไม่ได้คำนึงถึงกระบวนการเรียนรู้ หรือ คุณภาพของงานที่ทำ ผมว่าแบบหลังนี้อาจจะได้งานวิจัยไม่แท้และได้ข้อมูลไปใช้กลับสู่งานวิจัยที่ misleading ได้ด้วยครับ
อัครินทร์
จากการได้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกิดขึ้น ข้าพเจ้ามองว่านี่น่าจะเป็นการลดทอนเรื่องความเหลื่อมล้ำลงไปได้ ย่นระยะทาง ระยะเวลา ระยะงบประมาณที่จัดหรือเอื้อให้ต้องมานั่งคุยกัน ... การเปิดประเด็นที่นำไปสู่การจัดการ อันเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ภายใน (Tacit Knowledge) และนำมาสู่การ share กันถึงแนวคิดและแนวทาง... ที่สุดแล้วเกิดการหมุนเกลียวที่นำไปสู่การปฏิบัติมากขึ้น
นี้น่าจะเป็นอีก...ตัวอย่างที่สะท้อนถึงการลดความเลื่อมล้ำของการเกิดโอกาสในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ได้
ตอนที่ข้าพเจ้าส่งเมล์ถึงท่าน อ.หมอวิจารณ์นั้นไม่ได้คาดหวังว่ารูปแบบการแลกเปลี่ยนจะเป็นประเด็นหลายอย่างให้ข้าพเจ้าได้คิดต่อ ... แต่พอมีการได้โต้ตอบผ่านเมล์ ทำให้ได้เกิดประกายแห่งการเรียนรู้เกิดขึ้น
บทเรียนที่ได้เรียนรู้สำหรับข้าพเจ้า
-
เป็นประเด็นที่อาจารย์อัครินทร์พูดถึงกระบวนการ R2R ที่เป็นกระบวนการแห่งการเรียนรู้ ซึ่งในทัศนะของข้าพเจ้าเองก็เชื่อในแนวทางเช่นนั้น การส่งเสริมให้เกิดการสร้างความรู้ผ่านรูปแบบแห่งการเรียนรู้ ไม่ใช่เป็นการไปบอกความรู้
-
หลายที่ไม่เข้าใจในมิติว่า R2R นั้นนำไปสู่ความสุขในการทำงานได้อย่างไร จากการที่ข้าพเจ้าได้ทำกระบวนการเรียนรู้ R2R หลายคนไม่เข้าใจจะคาดหวังว่าได้มานั่งเรียนวิจัย ... แต่ในเรื่องของการเรียนรู้นั้น "เนื้อหาวิจัย" เป็นเพียงองค์ประกอบเล็กๆ ที่ส่งผลต่อบุคคลหรือคนหน้างานให้ได้เกิดการสร้างความรู้ผ่านการ R2R เท่านั้น
-
การขับเคลื่อนเพื่อไปสู่ความยั่งยืนต้องทำความใจในบริบท และช่องทางที่นำไปสู่การขยายผล ในบางชุมชนเราต้องดูว่าใครคือผู้ที่มีอิทธิพลต่อความคิด ความเชื่อ ของบุคคลในชุมชนนั้นๆ การที่เราได้เข้าถึงบุคคลที่เป็นผู้นำ เป็นคนต้นแบบ เป็นผู้มีอิทธิพลต่อความคิดความเชื่อ แล้วโอกาสของการแลกเปลี่ยนจะเกิดขึ้น เป็นการเปิดประตูใจไปสู่การทำความเข้าใจในบริบท เพื่อที่ว่าเราจะได้เข้าไปส่งเสริมการเรียนรู้และการสร้างความรู้ได้สอดคล้อง
บทเรียนที่ได้เรียนรู้สำหรับข้าพเจ้าเอง ผ่านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากจดหมายอิเลคทรอนิกส์นี้ทำให้ข้าพเจ้าได้แง่คิด มุมมอง และต่อยอดทางความคิดที่จะไปทำอะไรได้ต่อในส่วนที่เป็นหน้าที่ตามบทบาทของตัวเองได้อีกมากมาย (นี่เป็นเพียงตัวอย่างของปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นที่สะท้อนภาพของเรื่อง digital divide ได้ในอีกมิติหนึ่ง)

เมษายน ๒๕๕๒
------------------------------------------------------
![]() |
|
|
|||









เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของการประชุมแลกเปลี่ยนทางวิชาการที่ลดต้นทุนทั้งหลายลงไป และดูเหมือนว่าเป็นการเปิดใจพูดกันเลย นะคะ โชคดีจังเลยค่ะที่ก่อนนอนวันนี้ครูต้อยได้เรียนรู้วีถีKM
วงการครูที่ครูต้อยสัมผัสก็ยังเป็นปัญหาค่ะเช่นผู้ที่ต้องการKM และสามารถใช้KM ให้เกิดประโยชน์ได้ กลับไม่สามารถช่วยให้KM ในพื้นที่กระเพื่อมได้ และไม่มีการเชื่อมโยงเข้ามาในหน่วยงานเพราะหน่วยงานได้แต่งตั้งจนท.KMไว้แล้ว ไม่เกิดการเห็นประโยชน์อันนี้น่าเสียดายมากๆ
ในขณะที่ผู้ได้รับการแนะนำและเชิญเข้าสู๋วงการแลกเปลี่ยน และพัฒนาKMของหน่วยงานย่อยและระดับสูงขึ้นมา กลับไม่เข้าใจKM และนำความคิดส่วนหนึ่งของKM ไปทำการแต่งตั้งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆเช่น KM ด้านกฏหมาย /ด้านวิจัย/ ด้านพัฒนาการเรียนการสอน/ด้านฯลฯ ซึ่งครูต้อยได้เข้าไปศึกษาแล้วแต่ไม่พบอะไรเลยนอกจากการแต่งตั้งเฉยๆ หากนับเวลาดูก็เกือบ 1 ปีผ่านไปแล้ว ซึ่งทำให้ไม่เกิดประโยชน์ และทำให้เข้าใจผิดเรื่องKM
ขอบคุณที่เปิดพื้นที่ ไม่แน่ใจว่ารบกวนพื้นที่หรือเปล่า ก็ขออภัยณ ที่นี้ก่อนค่ะ
ไม่รบกวนค่ะพี่ krutoi ...ยินดีค่ะ
หากเราเชื่อและศรัทธาเราก็ลงมือทำในส่วนที่เราทำได้ ... และทำอย่างเต็มที่ค่ะ การเรียนรู้ผ่านการทำของเรา ไม่ว่าจะเนิ่นนานเพียงไรย่อมก่อผลเสมอ
สิ่งนี้เรียกว่าเป็นการลงมือเพื่อสร้างเหตุ...ที่ดีค่ะ
ขอบคุณค่ะ
(^___^)
สวัสดีค่ะพี่กะปุ๋ม
การติดต่อสื่อสารผ่านทางอีเมลช่วยให้ประหยัดเวลา ประหยัดค่าใช้จ่าย และที่สำคัญคือสามารถไตร่ตรอง และเรียบเรียงข้อความทุกอย่างอย่างถูกต้อง และดีที่สุดก่อนส่งค่ะ
สี่ก็ใช้วิธีนี้ในการติดต่ออาจารย์ที่ปรึกษาโครงการเช่นกันค่ะ ส่งพร้อมกันครั้งเดียวหลายๆ ท่าน ทำให้สามารถแลกเปลี่ยนกันเป็นกลุ่มใหญ่ได้ค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ
สวัสดีค่ะน้องสี่ สี่ซี่
...มันทำให้ช่องว่างของความรู้แคบลงนะ...ที่สำคัญลดต้นทุนอะไรได้หลายอย่าง และได้กำไรมากขึ้น (^_^ขอใช้สำนวนแบบเศรษฐศาสตร์หน่อยเถอะ...ฮา)
ขอบคุณค่ะ
(^___^)
เรียนคุณkaPoom
มาไกลค่ะ เคยเป็นลูกน้องอาจารย์วิจารณ์และอาจารย์พรจันทร์ค่ะ มีโอกาสมาอ่านSharing R2R ผ่าน e-mail..ลดความเหลื่อมล้ำได้จริงหรือ? และอ่านข้อคิดเห็นของท่านผู้รู้ทั้งหลายตามประสาคนรู้น้อยค่ะ แต่เห็นจริงกับคำกล่าวที่ว่า R2Rในระดับรพศ/รพท/เข้าไม่ถึง แม้แต่รพ.ดิฉันเองยังถูลู่ถูกัง จากประสบการณ์พบว่าหลายฝ่าย ไม่ได้มองว่าคุณค่าR2R ที่กระบวนการ แต่เน้นที่ผลลัพธ์ คุณค่าของการเกิดกระบวนการเรียนรู้ของผู้ทำ อยู่ที่จิตวิญญาณของการทำงานอยากพัฒนางานและความภาคภูมิในการพัฒนางานเหล่านั้น แต่กลับไปมองผลงานตีพิมพ์ กลับไปยึดรูปแบบต้องครบ PICO ถึงจะนับเป็นR2R เมื่อจัดโครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้R2R หลายโครงการต้องพับฐานกลับไป เพราะเรื่องนั้นทำแล้ว เรื่องนี้ไม่มีประโยชน์ เรื่องนี้ไม่ใช่ความรู้ใหม่ จริงๆ พยาบาลก็อยากทำและมีหลายเรื่องที่จะทำ แต่เมื่อเชิญกูรูมาวิพากษ์ต้องต้องหงายเก๋งกลับไป จนบัดนี้หลายโครงการดีๆก็ยังไม่เกิด เพราะfacilitatorไม่ยอมให้ผ่าน ไม่ทราบเหมือนกันนะว่าดิฉันเข้าใจอะไรผิดอยู่คนเดียวหรือปล่าว หรือดิฉันมาตรฐานต่ำไปกว่าคนอื่นๆในคณะฯ
---ในส่วนของพยาบาลที่มีการผลักดันโดยอาจารย์พรจันทร์นั้น ดีใจมากค่ะเพราะเป็นแฟนพันธ์แท้จารย์พรจันทร์ค่ะ อยากร่วมด้วยมากๆเลย
ขอบคุณที่ให้share
สวัสดีค่ะพี่ peetik
ความคิดเห็นของพี่ peetik มีคุณค่ามากเลยค่ะสำหรับกะปุ๋มเพราะนี่ คือ การสะท้อนปรากฏการณ์แห่งความจริงจากคนหน้างานจริงๆ ... เป็นข้อมูลที่ต้องใส่ใจไม่ใช่เพิกเฉย...หากเราปรารถนาที่อยากจะผลักดันให้เกิดการขับเคลื่อน R2R จริง...
ในส่วนตัวของกะปุ๋มเองนั้น สนใจในเรื่อง "กระบวนการเรียนรู้" มากกว่าผลลัพธ์...และก็ยังคงยืนยันในกระบวนการเหล่านี้ตลอดมา และก็ทำเท่าที่ทำได้ในโรงพยาบาลยโสธร เพราะเมื่อไรก็ตามที่เกิดกระบวนการเรียนรู้เมื่อนั้นผลลัพธ์จะเป็นสิ่งสะท้อนให้เห็นเอง อาจจะเห็นผลช้าแต่เชื่อว่า...นี่แหละคือ ความปรารถนาที่เกิดขึ้นได้จริงในคนหน้างาน ... เป็นการเกิดที่ผลักออกมาจากใจ ไม่ใช่จากการถูกบังคับ...ให้ทำ
ขอบพระคุณมากนะคะ
(^___^)
ปัญหาอย่างหนึ่งของพยาบาลคือปริมาณงานที่มากมายครับ
มากมายทั้งจำนวนคนไข้ที่มีอยู่ในตึก จำนวนคนไข้ที่รับใหม่และจำหน่าย (ให้กลับ) ในแต่ละเวร มากมายทั้งกิจกรรมต่างๆต่อคนไข้แต่ละรายมากขึ้น แต่ละกิจกรรมต้องมีการเขียนกระดาษ (low tech)
ดังนั้นแม้แต่การจะฉีดยาให้ตรงเวลาก็ยังยากมาก
บางตึกทานข้าวเย็นตอนสองทุ่ม
หลายที่หลายแห่งต้องขึ้นทำงานวันละ 16 ชั่วโมง ในสภาพที่ทุกคนคาดหวังสูง ทั้งทำงานดี ยิ้มแย้มแจ่มใส เป็นนางฟ้า และห้ามผิดพลาด
เป็นประเด็นหนึ่งที่ขอให้อยู่ในการพิจารณาด้วยครับ ว่าทำไมพยาบาลใน รพท รพศ จึงทำอย่างอื่นไม่ค่อยไหว และเมื่อทำไม่ค่อยไหว จึงต้องเลือกทำสิ่งที่จำเป็นหรือมีแรงบีบบังคับให้ทำมากๆ ก่อน
แลกเปลี่ยนส่งงานทางemail ดีนะคะ ได้ผล ได้แก้ไขกันได้ง่าย ประหยัดค่าเอกสาร
งานIC บางเรื่องจะส่งทางmail ให้อ่านก่อนประกาศใช้หรือทบทวนแก้ไขนะคะ
เดี่ยวนี้จะมีส่งจดหมายทางelectronic mail แต่จะยังมีบางหน่วยงานที่ไม่ยอมเปิดอ่าน จะต้องให้มีการใช้ mail ใปนวัฒนธรรมนะคะ
ขออนุญาต นำประสบการณ์ของตนเอง มาแลกเปลี่ยนค่ะ...
พี่เคย มีเกณฑ์ที่กำหนดว่าต้องมีการประชุมที่แบบเห็นหน้า เห็นตา หรือไม่
คือลองคิดว่า สิ่งที่จะคุยหรือชี้แจงในที่ประชุมนั้น จะต้องเป็นการสื่อสารแบบทางเดียวหรือสองทาง (One Way or Two Way Information)
ถ้าเป็นการสื่อสารทางเดียว ประเภทแจ้งเพื่อทราบ การใช้ช่องทางอื่นเช่น บันทึกภายใน หรืออีเมลก็น่าจะเพียงพอ เพราะ การประชุม ก็เป็นต้นทุนอย่างหนึ่ง
แต่ถ้าเราต้องการจะได้รับความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง หรือให้ทุกคนในทีมรู้สึกว่ามีส่วนร่วมต่อการตัดสินใจ อีเมลอาจจะไม่ใช่สื่อที่ดีที่สุด
เนื่องจากการเจอกันแบบหน้าต่อหน้า จะทำให้ได้ความคิดที่ดีๆ จากบุคคลอื่นมากกว่าการโต้ตอบผ่านทางอีเมล ค่ะ
แวะมาเรียนรู้ค่ะ ขอบคุณค่ะ เอาภาพสบายๆตามาฝากนะคะ
แวะมาให้กำลังใจครับ
อะไรที่ทำให้ลดงาน ลดเวลาทำงานของพยาบาล ผมว่าน่าสนับสนุนทั้งนั้น
ผมในฐานะนอนใช้บริการในโรงพยาบาลเป็นเดือน และเข้าๆออกๆโรงพยาบาลเกือบปี
เห็นคุณพยาบาลทำงานแล้ว รู้สึกว่าเวลาที่ผ่านมาตัวเองไม่ได้ทำงานทันทีเมื่อเทียบกับงานที่พยาบาลทำ
สวัสดีค่ะ... นพ.สาโรจน์ - สันตยากร
นี่เป็นปัญหาหน้างานของพยาบาลโดยแท้เลยนะคะ ... กะปุ๋มก็ครุ่นคิดเหมือนค่ะว่า ทำอย่างไร...เราจะสามารถแก้ไขและพัฒนาปัญหาหน้างานนี้ได้ แบบได้ลงมือแก้ไขปฏิบัติจริง สภาพบริบทที่เราไม่สามารถเพิ่มจำนวนพยาบาล หรือแม้แต่แพทย์เองให้พอเพียงต่อความต้องการ และในระหว่างที่เรารอการพัฒนาในเชิงระบบ แต่ในหน่วยย่อยนี้เราจะมีวิธีการหรือกระบวนการอย่างไร? ที่จะนำไปสู่การเกิดการทำงานอย่างมีคุณภาพในขณะที่สภาพการณ์บางอย่างยังเป็นปัญหาอยู่
เช่น เราตั้ง target ไว้ว่า ... พยาบาลสามคนที่ต้องดูแลผู้ป่วยสามสิบคนในหอผู้ป่วยในหนึ่งเวรนี้ เรา(พยาบาล)จะทำอย่างไรดี ถึงจะได้ดูแลให้การพยาบาลและเยียวยาผู้ป่วยได้อย่างเต็มที่มีคุณภาพและได้ใช้ศักยภาพอย่างเต็มที่ และที่สำคัญได้ทำด้วยใจที่เป็นสุข ?
มันช่างเป็นเรื่องที่ท้าทายมากสำหรับตนเอง ... จึงได้มองว่าหากเราได้ลงมือพัฒนาในเรื่อง Human Development ซึ่งเป็นการพัฒนาทั้งในมิติภายนอกและภายในมาผสมขับเคลื่อนการก้าวเดินของชีวิตจากแรงใจข้างใน... โดยนำมาประยุกต์ใช้ในเครื่องมือที่เราเรียกว่า R2R + KM น่าจะมีอีกหนทางเลือกหนึ่งของคนหน้างานต้องลองดู ปรับ เปลี่ยน และพัฒนาไปตลอดค่ะ
(^___^)
ขอบคุณค่ะ
ค่ะพี่ไก่ ประกาย~natachoei ที่~natadee
ทุกเครื่องมือมีทางออกและทางแก้ ขึ้นกับว่า ณ ขณะนั้นเราใช้เครื่องมือนี้ได้เหมาะสมต่อสภาพการณ์และกาลเวลาหรือเปล่า ... และสิ่งๆ เดียวก็ไม่ได้ถึงว่า คือ คำตอบทั้งหมด...ของการทำบางสิ่งบางอย่าง
เมื่อสัปดาห์ก่อน..ในการประชุมตั้งวงคุยของทีมทำงาน R2R ณ ห้องประชุม สวรส. การประชุมวันนี้ก็ยังไม่ได้เสร็จสิ้นเสียทีเดียววันนั้นคือ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้แบบ F2F ; Face to Face (การเผชิญหน้า) หลังจากวันนั้นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ก็ยังคงดำเนินต่อ .. อ.แต้ม-ดร.จรวยพร ก็ยังใช้การแลกเปลี่ยผ่าน e-mail ในการช่วยกันร่วมคิดร่วมทำ เพื่อให้ได้แนวทางที่ดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดตามเงื่อนไขของเวลา ขณะเดียวกันกะปุ๋มก็มาใช้เวทีนี้นำไปสู่การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และได้นำไปเชื่อมโยงกับเครือข่าย R2R กันขยายวงกว้างออกไปอีก
นี่ก็เป็นอีกหนทางหนึ่งของการเข้าถึง... Knowledge แบบพอได้ พอได้นะคะ
เห็นด้วยอย่างยิ่งเลยค่ะคุณพี่ Sasinand
ในบางเรื่องเราก็จบลงที่ได้ share & learning และในบางเรื่อง ... ก็ยังสามารถนำช่องทางอื่นมาสู่การตั้งวงคุยต่อในประเด็นได้อีก มันคืออยู่กับเหตุและปัจจัยในหลายๆ อย่าง
กะปุ๋มจึงได้หลงใหลในเรื่องของ Knowledge Construction และ Knowledge Manegement ยิ่งนักเลยค่ะ ดั่งเช่นถ้าเราได้ศึกษาในพุทธประวัติ การตรัสรู้แห่งพระพุทธองค์นั่นก็คือ เกิดการสร้างความรู้(Knowledge Construction) เกิดขึ้น จากนั้นพระพุทธองค์ท่านก็ออกเผยแพร่หนทางแห่งการค้นพบของพระองค์ ซึ่งก็คือ การเริ่มเคลื่อนเข้าสู่กระบวนการจัดการความรู้ (Knowledge Manegement) เพราะหากว่าสิ่งที่พระองค์ตรัสรู้ไม่ได้รับการเผยแพร่ ก็คงจะดับสูญไปนานกว่า 2552 ปีแล้ว
และสิ่งที่พระองค์นำเผยแพร่นั้นก็เป็นเรื่องแห่งความสำเร็จ (success story) ที่ได้ผ่านการเรียนรู้ทั้งที่ล้มเหลวและเป็นปัญหา ... ท่านนำบทเรียนของท่านอันนำไปสู่การเป็นต้นแบบของการเข้าถึงซึ่ง "ความรู้แจ้ง"... นั้น
เรื่องเหล่านี้...ช่างเป็นเรื่องลึกซึ้งยิ่งนักนะคะ...
ขอบคุณสำหรับภาพ...แห่งรอยยิ้มค่ะพี่ krutoi
ขอบพระคุณครู Ibm ครูปอเนาะ สำหรับกำลังใจอันงามสำหรับพยาบาลและคนหน้างานทั้งโลกนะคะ
นำภาพทีมพยาบาลใจดีมาฝากค่ะ...
ขณะที่ท่านๆ ทั้งหลายต้องแบกรับภาระงานที่หนักอึ้ง แต่ใจของท่านๆ ก็มีความกรุณา...มาสานฝันให้กับเด็กป่วย (คำสำคัญ: จิตอาสา จิตอาสาโกทูโน สานฝันเด็กป่วย ) อันเป็นนอกเหนือภาระงานหลัก... นี่แหละค่ะ "มนุษย์" เราสามารถทำอะไรได้เยอะแยะมากมาย หากว่าเราไม่ปล่อยตนเองอยู่กับปัญหา แต่แปรเปลี่ยนลุกขึ้นมาแนวทางและความแง่งามให้กับชีวิต
จากความเห็นที่![P]()
16. Ka-Poom
เมื่อ อา. 17 พฤษภาคม 2552 @ 13:18
1295950 ทำให้นึกได้ว่าได้ไปเชียร์และต่อยอดความเชื่อมโยง...แห่งความสัมพันธ์ต่อสิ่งที่เราทำได้ (แบบไม่เป็นการแยกส่วน ทุกอย่างที่ล้อมรอบเรา คือ ความเชื่อมโยงสู่กันและกัน)
นี่เป็นความเห็นที่ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับคุณกุ้งที่บันทึกของคุณกุ้ง-สุธีรา http://gotoknow.org/blog/spimrote/260233
38. Ka-Poom
เมื่อ พฤ. 14 พฤษภาคม 2552 @ 09:46
1289989 [ลบ] [แจ้งลบ]
สวัสดีค่ะคุณกุ้ง...
แวะมาแวะมา... การทำกิจกรรมสานฝันเด็กป่วย ช่วยพัฒนาความสุขและคุณภาพชีวิตในผู้ป่วยเด็กมะเร็ง...ได้จริงไหม? ==> คำถามค่ะ...น่าไปทำ R2R นะคะ เก็บเป็นข้อมูลเชิงคุณภาพ การเก็บข้อมูลใช้การถอดบทเรียนจากทั้งผู้เป็นจิตอาสา และกลุ่มเด็กๆ ค่ะ (^___^) ไอเดียบรรเจิดค่ะ...จริงกระบวนการเก็บข้อมูลมีแล้วนะคะเนี๊ยะ สกัดได้จากบันทึกต่างๆ และก็สัมภาษณ์เพิ่มเติมในผู้ป่วย
ได้งานวิจัย R2R ไปหนึ่งเรื่องเลยค่ะ
วันนี้กะปุ๋มมาชวนไปล้อมวงคุยกันที่บันทึกนี้ค่ะ
http://gotoknow.org/blog/kapoomr2r/260970