วันนี้ข้าพเจ้ามีประเด็นเสนอต่อทางทีม R2R สวรส. (สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข) โดยมีท่าน ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช นั่งเป็นประธาน... ข้าพเจ้ารู้สึกประทับว่าใจนี่คือ กระบวนการเรียนรู้ และมีการคุยกันเป็นวงผ่านจดหมายอิเลคทรอนิกส์ (e-mail) ได้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ... ได้ทราบความคิดและแนวทางนำไปสู่การปฏิบัติ...

เรียนท่าน อ.หมอวิจารณ์

 

เมื่อวันที่ 26-28 เมษายนที่ผ่านมากะปุ๋มไปประชุม "การพัฒนาเครือข่ายผู้แทนสภาการพยาบาลสู่การปฏิบัติ"

ได้พบกับผู้แทนพยาบาลทุกจังหวัด ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่สองที่ได้มีโอกาสเข้าร่วม

โดยมีผู้นำที่มีบทบาทต่อการผลักดันเครือข่ายพยาบาลนี้ คือ รศ.พรจันทร์ สุวรรณชาต ซึ่งเมื่อวานนี้ได้ฟังท่านอาจารย์พรจันทร์ถอดประสบการณ์

การทำงานสมัยที่ท่านได้ร่วมทำงานกับท่าน อ.หมอวิจารณ์ สมัยที่อยู่ มอ. ด้วยความชื่นชม

 

และในการเข้าร่วมประชุมครั้งนี้ ซึ่งสิ่งหนึ่งที่กะปุ๋มได้ข้อมูลเพิ่มเติม ในระดับจังหวัด อย่างโรงพยาบาลทั่วไปหลายแห่งที่แนวคิดในเรื่อง R2R ยังเข้าไปไม่ถึง

หลายๆ คน หลายๆ พื้นที่ยังไม่รู้และไม่เข้าใจในเรื่อง R2R

และในมุมมองของกะปุ๋มเองมองว่า ส่วนหนึ่งของกระบวนการพัฒนา "พยาบาล" นั้นถือได้ว่า

เป็นประชากรที่มีจำนวนมากและเป็นกำลังสำคัญในแต่ละองค์กร/หน่วยงานสาธารณสุข

 

และมันมีคำถามที่อยู่ในใจกะปุ๋มว่า "ทำไมในระดับโรงพยาบาลจังหวัดความตื่นตัวในเรื่องการทำ R2R จึงมีน้อย"

 

จากการได้เข้าไปร่วมประชุม "ผู้แทนสภาการพยาบาล"

จึงได้เห็นโอกาสที่นำไปสู่การขยายวงการนำแนวคิด R2R ไปใช้...

คือ การผลักดันให้เกิดการทำงานที่นำแนวคิด R2R นี้มาใช้ในแวดวงพยาบาลให้แพร่หลายมากขึ้น

ดังนั้นจึงมองว่าหากทาง สวรส. สามารถเชื่อมโยงกับทางเครือข่ายผู้แทนสภาการพยาบาลสู่การปฏิบัตินี้ได้

น่าจะเป็นอีกช่องทางหนึ่งของการพัฒนางานบริการทางด้านสาธารณสุขและการขยายผลให้เกิดกระแสการทำ R2R ทุกย่อมหญ้า

 

(ผู้แทนสภาการพยาบาล ส่วนใหญ่จะเป็นระดับหัวหน้าและผู้นำทางการพยาบาลในแต่ละจังหวัด)

 

จึงเรียนมาเพื่อทราบและเสนอแนวคิดค่ะ

ขอบพระคุณค่ะ

 

กะปุ๋ม

 

 

ขอบคุณครับ   และเห็นด้วยกับการร่วมมือกับสภาการพยาบาล

และองค์กรวิชาชีพอื่นๆ ครับ    ต้องสร้างแนวร่วมเพื่อให้มี entry point

ของ R2R หลายๆ ทาง    ฝาก ดร. แต้มจัดการด้วยนะครับ

 

วิจารณ์

 

เรียน ศ.นพ.วิจารณ์ที่เคารพอย่างสูง

 

แต้มคุยกับดร.กะปุ๋มแล้วค่ะ ตอนนี้กำลังติดต่อท่านอาจารย์พรจันทร์อยู่ค่ะ แต้มเห็นด้วยกับหลายๆ ท่านที่เสนอเรื่องการสร้างแนวร่วม คุณหมอเฉลิมชัย ชูเมือง รองผอ.พรพ.บอกกับสวรส.ว่า เรื่อง การทำR2R บุคลากรใน รพช.รู้จักมากกว่า รพศ./รพท. นั่นอาจเป็นเพราะเรายังเข้าไม่ถึงบุคลากรกลุ่มเป้าหมายซึ่งเป็นกำลังสำคัญของการพัฒนางาน เช่น พยาบาล ต้องขอบคุณดร.กะปุ๋มที่ช่วยหาช่องทางค่ะ

ขอแสดงความนับถือ

 

จรวยพร

 

เรียนคุณกะปุ๋ม

 

ขอบคุณสำหรับคำแนะนำ พวกเราทีมงาน R2R จะได้นำไปเป็นข้อมูลในการวางแผนงานเกี่ยวกับ accessibility และ visibility ของงานวิจัย R2R

ผมจำได้ว่าเราเคยประชุมกันเพื่อหา entry point ที่เป็นพยาบาลรพศ/รพท.แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป   ต้องขอบคุณคุณกะปุ๋มที่ช่วยให้ชี้ช่องทางให้ด้วยครับ

 

สิ่งหนึ่งที่ผมพบจากประสบการณ์นอกจากไม่ทราบแนวคิด R2R แล้ว บางครั้งความเข้าใจอาจจะคนละบริบทกับทีมงานเรา เช่น เข้าใจว่างาน CQI ที่ขาดการทบทวนความรู้ใดๆ (รวมทั้งจากงานของตัวเองด้วย) ก็เป็น R2R หรือ การส่งเสริมงานวิจัย R2R ก็คือทำอย่างไรก็ได้ให้มีผลงานตีพิมพ์ โดยไม่ได้คำนึงถึงกระบวนการเรียนรู้ หรือ คุณภาพของงานที่ทำ ผมว่าแบบหลังนี้อาจจะได้งานวิจัยไม่แท้และได้ข้อมูลไปใช้กลับสู่งานวิจัยที่ misleading ได้ด้วยครับ 

 

อัครินทร์

 

จากการได้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกิดขึ้น ข้าพเจ้ามองว่านี่น่าจะเป็นการลดทอนเรื่องความเหลื่อมล้ำลงไปได้ ย่นระยะทาง ระยะเวลา ระยะงบประมาณที่จัดหรือเอื้อให้ต้องมานั่งคุยกัน ... การเปิดประเด็นที่นำไปสู่การจัดการ อันเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ภายใน (Tacit Knowledge) และนำมาสู่การ share กันถึงแนวคิดและแนวทาง... ที่สุดแล้วเกิดการหมุนเกลียวที่นำไปสู่การปฏิบัติมากขึ้น

นี้น่าจะเป็นอีก...ตัวอย่างที่สะท้อนถึงการลดความเลื่อมล้ำของการเกิดโอกาสในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ได้

ตอนที่ข้าพเจ้าส่งเมล์ถึงท่าน อ.หมอวิจารณ์นั้นไม่ได้คาดหวังว่ารูปแบบการแลกเปลี่ยนจะเป็นประเด็นหลายอย่างให้ข้าพเจ้าได้คิดต่อ ... แต่พอมีการได้โต้ตอบผ่านเมล์ ทำให้ได้เกิดประกายแห่งการเรียนรู้เกิดขึ้น

บทเรียนที่ได้เรียนรู้สำหรับข้าพเจ้า

  • เป็นประเด็นที่อาจารย์อัครินทร์พูดถึงกระบวนการ R2R ที่เป็นกระบวนการแห่งการเรียนรู้ ซึ่งในทัศนะของข้าพเจ้าเองก็เชื่อในแนวทางเช่นนั้น การส่งเสริมให้เกิดการสร้างความรู้ผ่านรูปแบบแห่งการเรียนรู้ ไม่ใช่เป็นการไปบอกความรู้
  • หลายที่ไม่เข้าใจในมิติว่า R2R นั้นนำไปสู่ความสุขในการทำงานได้อย่างไร จากการที่ข้าพเจ้าได้ทำกระบวนการเรียนรู้ R2R หลายคนไม่เข้าใจจะคาดหวังว่าได้มานั่งเรียนวิจัย ... แต่ในเรื่องของการเรียนรู้นั้น "เนื้อหาวิจัย" เป็นเพียงองค์ประกอบเล็กๆ ที่ส่งผลต่อบุคคลหรือคนหน้างานให้ได้เกิดการสร้างความรู้ผ่านการ R2R เท่านั้น
  • การขับเคลื่อนเพื่อไปสู่ความยั่งยืนต้องทำความใจในบริบท และช่องทางที่นำไปสู่การขยายผล ในบางชุมชนเราต้องดูว่าใครคือผู้ที่มีอิทธิพลต่อความคิด ความเชื่อ ของบุคคลในชุมชนนั้นๆ การที่เราได้เข้าถึงบุคคลที่เป็นผู้นำ เป็นคนต้นแบบ เป็นผู้มีอิทธิพลต่อความคิดความเชื่อ แล้วโอกาสของการแลกเปลี่ยนจะเกิดขึ้น เป็นการเปิดประตูใจไปสู่การทำความเข้าใจในบริบท เพื่อที่ว่าเราจะได้เข้าไปส่งเสริมการเรียนรู้และการสร้างความรู้ได้สอดคล้อง

บทเรียนที่ได้เรียนรู้สำหรับข้าพเจ้าเอง ผ่านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากจดหมายอิเลคทรอนิกส์นี้ทำให้ข้าพเจ้าได้แง่คิด มุมมอง และต่อยอดทางความคิดที่จะไปทำอะไรได้ต่อในส่วนที่เป็นหน้าที่ตามบทบาทของตัวเองได้อีกมากมาย (นี่เป็นเพียงตัวอย่างของปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นที่สะท้อนภาพของเรื่อง digital divide ได้ในอีกมิติหนึ่ง)

 

 เมษายน ๒๕๕๒

 ------------------------------------------------------

 

Cogtech2