หนังตะลุงอีสาน

 
หนังปราโมทัย

หนังปราโมทัย หรือหนังตะลุงอีสานนั้นมีชื่อเรียกแตกต่างกันหลายชื่อ เช่น หนังปะโมทัย หนังประโมทัย หนังปราโมทัย หนังบักตื้อ และหนังบักป่องบักแก้ว คำว่า "หนังปราโมทัย" น่าจะมาจากคำว่า ปราโมทย์ ซึ่งหมายถึงความบันเทิงใจ ความปลื้มใจ ส่วนคำว่า ประโมทัยและปะโมทัย สันนิษฐานว่าอาจจะเป็นชื่อของคณะหนังตะลุงก็ได้ ส่วนหนังบักตื้อ และหนังบักป่องบักแก้ว มาจากชื่อตัวตลก (ตัวหนัง)

   บุญมี ซึ่งมาจากจังหวัดอุบลราชธานี และมาตั้งคณะขึ้นในจังหวัดร้อยเอ็ด เมื่อปี พ.ศ. 2476   คณะประกาศสามัคคี  ตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2490   นอกจากนี้ยังมีคณะ ช. ถนอมศิลป์ บ้านโคกไพลี ตำบลโพธิ์ทอง กิ่งอำเภอศรีสมเด็จ คณะ ป. บันเทิงศิลป์ บ้านสีแก้ว ตำบลสีแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด คณะหนังปะโมทัยของผู้ใหญ่ถัง อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น เป็นต้น

          คณะหนังปะโมทัยคณะหนึ่งมีประมาณ 5 - 10 คน เป็นคนเชิด 2 - 3 คน ซึ่งจะทำหน้าที่พากย์และเจรจาด้วย แต่ก็มีบางคณะที่ทำหน้าที่เชิดอย่างเดียว โดยมีคนเจรจาแยกเป็นชายจริงหญิงแท้ต่างหาก มีนักดนตรีประมาณ 3 - 5 คน เครื่องดนตรีจะประกอบด้วย ระนาดเอก 1 ราง ตะโพน 1 ใบ ฉิ่ง 1 คู่ ต่อมามีการนำเอา พิณ แคน กลอง ฉิ่งฉาบ เข้ามาเสริมเพื่อให้เกิดความไพเราะเร้าใจขึ้น ทุกอย่างแปรเปลี่ยนไปตามกาลเวลาคล้ายกับหมอลำนั่นเอง คณะหนังตะลุงที่ผม (ผู้ทำเว็บไซต์) ได้รู้จักและเคยเฝ้าดูการละเล่นมาตั้งแต่เด็กจนหนุ่มคือ คณะ ฟ.บันเบิงศิลป์ แต่ช่วงหลังก็หายไปคงจะเลิกกิจการไปแล้ว

   ในบันทึกนี้จะเล่าเรื่องของคณะหนังตะลุงอีสานที่ยังคงรับงานแสดงอยู่ในปัจจุบันมาเผื่อท่านที่อ่านจะได้ซาบซึ้งและเข้าใจหนังตะลุงอีสานมากขึ้น

ผมรู้จักคณะหนังตะลุงอีสานคณะนี้จากหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งลืมไปแล้วว่าหนังสือพิมพ์อะไร แต่เขาไม่ได้บอกที่ตั้งของคณะนี้ทำให้ต้องใช้เวลาสืบอยู่นานกว่าจะได้เจอกัน คณะหนังตะลุงนี้ชื่อ คณะเพชรสีนวล

 คณะเพชรสีนวล  ตั้งมาจากชื่อชื่อของหัวหน้าคณะคือ พ่อวันดี  แก้วสีนวล โดยเอานามสกุลมาตั้งเป็นชื่อคณะ(ในอีสานเมื่อเวลาตั้งคณะหนังตะลุงมักมีคำว่าเพชรมาประกอบเช่น เพชรขอนแก่น เพชรหนองเรือ เพชรสีนวล เป็นต้น พ่อวันดีปัจจุบันอายุ 74  ปียังสามารถร้องเล่น เชิดหนังตุลังได้อย่างกระฉับกระเฉง

เดิมนั้นพ่อวันดี ซื้อตัวหนังและเรียนการเล่นหนังตะลุง มาจากอุบลราชธานีโดยรวมหุ้นกันกับเพื่อน 7 คนตอนเรียนโดยจดเนื้อเรื่องและบทกลอนตาง ๆลงบนสมุดนำเอามาท่องด้วย แต่ปัจจุบันพังหมดแล้วอาศัยเพียงการจดจำ

เดิมที่เดียวไม่มีผู้หญิงในการเชิดการพากษ์มีแต่ผู้ชายล้วน ๆ มาระยะหลังจึงมีการปรับปรุงให้สมสมัยและมีการเพิ่มนักแสดงผู้หญิงเข้ามาประกอบในคณะหลายคน

คณะเพชรสีนวล  ตั้งอยู่เมืองกาฬสินธุ์แต่เคยไปแสดงทางภาคเหนือภาคตะวันออก  ภาคกลางเหลือเฉพาะภาคใต้เท่านั้นที่ยังไม่ได้ไปเปิดการแสดง

ค่าตอบแทนการแสดงแต่ละครั้ง 7000-15000  บาท ไม่เน้นค่าตอบแทนถือว่าไปช่วยทำบุญกับเจ้าภาพ แต่หากระยะทางมากขึ้นจะต้องมีค่าเดินทางที่เพิ่มขึ้นตามระยะทาง

เรื่องที่ใช้เล่น เล่นเรื่องรามเกียรติ์ตอนพระรามออกบวช โดยใช้ภาษาไทยกลางในตัวละครหลักเช่น พระลักษณ์ พระราม นางสีดา

ตัวตลกใช้ภาษาอีสานเช่นจารย์ป่อง จารย์แก้ว บักแหมบ ปลัดตื้อ  จั่นเจา ศรราม(สามรอน)คิดเองตามกระแสความนิยม ในการแสดงมีการแทรกตลกประมาณ 40% ถ้าคนดูตลกจะเล่นตลกด้วย