ด้วยหลักการหรือแนวคิดที่ว่า "วิชาชีพพยาบาล" คือวิชาชีพที่มีการดูแลผู้ป่วยตลอด ๒๔ ชั่วโมง ดังนั้นจึงดูเหมือนว่าเป็นการงานที่ต้องทำตลอดเวลา และละทิ้งผู้ป่วยไปไม่ได้ จึงต้องมีการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันทำงานตลอดเวลา โดยทั่วไปก็แบ่งออกเป็นสามช่วงเวลา ซึ่งเราจะเรียกว่า "เวรเช้า-เวรบ่าย-เวรดึก"

เวร ในความหมายนี้ ข้าพเจ้าตีความว่า คือ "วาระ" แห่งการกระทำกิจหรือภารกิจ

แต่เรามักตีความไปในทำนองลบว่า...เป็นคำไม่ดี เป็น "เวรกรรม" แต่ข้าพเจ้าก็ยังมองอีกว่า ==> คือ วาระของการไปกระทำ อันเป็นการกระทำทีดีงาม เป็นการไปสู่ความบรรเทาทุกข์ของผู้อื่น ไปเยียวยาผู้ที่เดือนร้อนกว่า ... และมาพึ่งพิงอาศัยเรา

แพทย์ทำหน้าที่ของการรักษา แต่พยาบาลทำหน้าที่เอื้ออำนวยให้การรักษานั้นเข้าสู่หรือบรรลุเป้าหมายได้ดีได้เร็วขึ้น นั่นคือ เกิดการหายและหลุดพ้นจากสภาวะการถูกเบียดเบียนจากโรคภัยไข้เจ็บ เป็นโอกาสของการได้ช่วยเหลือเกื้อกูลผู้คน

พยาบาลหลายคนต้องทำหน้าที่ในการขึ้นเวร เพราะในการทำงานวิชาชีพนี้ที่ถึงแม้ดูว่ามีมาก แต่ก็ยังถือว่ามีน้อยมากสำหรับการที่จะต้องดูแล "ชีวิต" ของคน

พยาบาลสามถึงสี่คน ต่อการดูชีวิตของคนถึง 30-50 คนหรือบางที่อาจจะกระโดดไปถึง 60 คนก็มี ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องเล็กๆ หรือล้อเล่นสำหรับการทำงานท่ามกลางความเป็นความตายของผู้คน แต่สภาพความเป็นจริงพยาบาลบางคนต้องทำงานถึง ๑๖ ชั่วโมงใน ๒๔ ชั่วโมง... ได้นอนพักจริงๆ บางครั้งก็ไม่ถึง ๘ ชั่วโมง วิถีชีวิตเปลี่ยนไปนอนไม่เป็นเวลา ส่งผลอย่างมากมายต่อจิตวิญญาณ ชีวิต และครอบครัวของคนหน้างานการพยาบาล

เวลาที่ข้าพเจ้านึกถึงการทำงานของพยาบาลประจำการที่ทำงานอยู่หอผู้ป่วย รู้สึกสงสารและเห็นใจ คิดและตั้งคำถามต่อตนเองว่าทำอย่างไรถึงจะแก้ปัญหานี้ได้

ค่อนข้างทำได้ยาก! เพราะเป็นเรื่องของระบบและโครงสร้าง

ดังนั้นสิ่งหนึ่งที่ข้าพเจ้าพอทำได้และได้ทำต่อวิชาชีพพยาบาล คือ การบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์อันเป็นหน่อเนื้อความดีงามที่มีอยู่บนพื้นฐานทางด้านจิตใจของมนุษย์ เพื่อนำไปสู่การได้พบกับความสุขที่แท้จริง อันเป็นสภาวะสุขเบาเบา สุขสงบที่นิ่งเย็นภายใน หากว่าสภาวะนี้เกิดขึ้นในจิตใจของพยาบาลแล้วล่ะก็จะทำให้มีพลังอย่างมากมายต่อการทำดีภายใต้วิชาชีพต่อไป

การเปลี่ยนแปลงภาระงานทำได้ยาก แต่การเปลี่ยนแปลงภายในจิตใจให้มีความมั่นคงทางจิตวิญญาณ เป็นความสามารถและศักยภาพส่วนบุคคลที่บุคคลแต่ละคนสามารถหยิบยื่นให้โอกาสนี้แก่ตนเองได้

การทำงานให้เป็นเพียงการทำงานที่เหนื่อยเฉพาะกายแต่ใจไม่เหนื่อย ... นี่ก็น่าจะเป็นหนทางหนึ่งที่สามารถทำได้ในจิตใจพยาบาลทุกๆ คน

เมื่อไรก็ตามที่จิตวิญญาณมั่นคง ... สภาวะของความมากระทบจะส่งผลต่อความกระเทือนน้อยมาก

จริงๆ แล้วพยาบาลเรามีโอกาสของการได้สั่งสมความมั่นคงทางจิตวิญญาณผ่านการได้ทำความดีอยู่ตลอดเวลาจากการงานที่ทำ ... การได้ช่วยเหลือผู้อื่น อันไปเป็นช่วยเหลือที่เข้าถึงชีวิตและจิตใจ เข้าไปในอารมณ์และความรู้สึกนึกคิดของผู้คน ข้าพเจ้ามองว่าเป็นสิ่งหรือการกระทำอันเป็น "กุศล" อย่างยิ่ง และยิ่งใหญ่ในชีวิตการทำงานนี้มาก

ใครเล่าจะได้มีโอกาสได้เห็น...สัมผัส และอยู่เคียงข้าง "ความเป็น เกิด แก่ เจ็บ ตาย"ของผู้คนได้มากเท่าพยาบาล...ไม่มีเลย! พยาบาลเท่านั้นที่ได้อยู่ดูแล ให้การพยาบาล และเยียวยาผู้คน เมื่อไรก็ตามถ้าเราได้ทำสิ่งต่างๆ เหล่านี้ด้วยหัวใจที่อ่อนโยน กระบวนการเติมเต็มทางด้านจิตวิญญาณจะมีเพิ่มมากขึ้น นำไปสู่ความมั่นคงทางจิตวิญญาณมากขึ้น

เรานั้นถูกฝึกขัดเกลาให้เห็นแก่ตัวน้อยลง ... ด้วยการเสียสละในเรื่องเวลาส่วนตัว สู่การทำงานที่ดูเป็นเวลาที่ไม่เหมือนกับการงานอื่น นี่น่ะเป็นต้นทุนที่ดี ของการเริ่มทำความดีและขัดเกลาทางมิติจิตวิญญาณของคนหน้างานพยาบาล

การขึ้นเวร...ไม่ใช่สักแต่ว่าขึ้นเวร แต่...

เป็นการขึ้นไปดูแล "ชีวิต"และรับผิดชอบต่อชีวิตของคน

ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องเล็กๆ หากแต่เป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่ทางด้านจิตใจของคนหน้างานคนเล็กๆ ที่มีวิถีชีวิตแตกต่างจากคนในครอบครัว ชุมชนและสังคม

 เมษายน ๒๕๕๒

 ------------------------------------------------------

 

Cogtech2