วันที่ ๒๘-๒๙ เมษายน ๒๕๕๒
งานจัดการความรู้ คณะกรรมการจัดการความรู้ของโรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก ได้จัดการ อบรม ประชุมเชิงปฏิบัติการ หรือเสวนา ซึ่งยังเลือกคำที่เหมาะสมไม่ได้ดังใจ แก่เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่เคยดำเนินการแบบนี้มาอย่างกว้างขวาง
จุดประสงค์เพื่อกระตุ้นให้ผู้เข้าร่วมมองตนเองให้ลึกซึ้งขึ้น มองผู้อื่นในมุมมองที่กว้างขึ้น
มีคนสนใจส่งชื่อจะมาร่วม 32 คน แต่มาจริงๆ ได้ 20 คน จากหน่วยงานต่างๆ และวิชาชีพต่างๆ
ช่วงแรกเป็นการเล่าถึงกระบวนการจัดการความรู้ โดยสรุปว่า ความรู้ทางวิชาการที่จะใช้ในการดูแลคนไข้เป็นหน้าที่ของกลุ่มงานต่างๆ ส่วน KM สนใจที่จะจัดการความรู้เกี่ยวกับเรื่องบริการทั่วไป การดำรงชีวิต ความสุข ความทุกขืของผู้เกี่ยวข้อง
แล้วมีกิจกรรมเพื่อให้ผู้เข้าร่วม (สมาชิก) ได้ทบทวนชีวิตของตน ในภาคบ่ายได้เปิดสถานีกิจกรรมหลายสถานีโดยสมาชิกชมรมผู้สูงอายุมาร่วมกันเป็นเจ้าของสถานี ได้แก่การทำโมเดลกระดาษ การพับกระดาษ การพับริบบิ้น การสนทนาภาษาอังกฤษ การสนทนาภาญี่ปุ่น คาราโอเกะ หมากกระดาน ให้สมาชิกเวียนเข้าสถานีต่างๆ ที่สนใจ บรรยากาศมีแต่รอยยิ้มและความสุข จากนั้นเล่นกิจกรรมผู้นำสี่ทิศ เพื่อให้สมาชิกตระหนักถึงความแตกต่างระหว่างคน การทำงานร่วมกับคนลักษณะต่างๆ และการผสานพลังของคนลักษณะต่างๆ เพื่อการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพของหน่วยงาน
วันแรกนี้จบลงอย่างชื่นมื่น
วันพุธที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๕๒
ทำกิจกรรมวันที่สอง
ได้ให้ผู้เข้ากิจกรรมได้เล่าเรื่องประทับใจแลกเปลี่ยนกัน บรรยากาศเปลี่ยนเป็นความสุขและมิตรภาพทันทีทันใด ให้สลับกลุ่มเล่าเรื่องกันอีก
ลองทำกิจกรรมมุมมองในกระดาษสี่ช่อง ผู้ร่วมกิจกรรมสะท้อนว่าทำให้เกิดแนวคิดที่จะมองเรื่องต่างๆ กว้างขึ้น การคิดในมุมมกว้างขึ้นทางบวก ทำให้อยู่กับผู้ร่วมงานได้ดีขึ้น แต่ก็ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไม่ดีให้ดีขึ้น
คุณสามารถทำกิจกรรม ชื่นชม ขอบคุณ ขอโทษ ซึ่งเป็นถ้อยคำที่เราคิดกันขึ้นมาใหม่ บรรยายกาศยิ่งเกิดความซาบซึ้งใจมากขึ้นอีก
ปิดกิจกรรมด้วยการให้ผู้เข้ากิจกรรมเล่าถึงความรุ้สึกในสองวัน ฟังแล้วก็ชื่นใจกันทุกคน
บ่ายเราทำ AAR กัน ได้ความคิดที่จะจัดกิจกรรมแบบ evidence-based เพื่อจะเวียนคนมาเป็นวิทยากรได้ง่ายขึ้น
ได้คุยกันถึงจุลสารที่อยากจะออกกัน
ได้คุยถึงวิธีที่จะหล่อเลี้ยงใจของกรรมการของเราเอง ได้ทำความเข้าใจกันและกันมากขึ้น ในประเด็นของความแตกต่างทางความคิด ความรู้สึกและอารมณ์ของชายและหญิง ที่หากไม่ทำความเข้าใจกันก่อนก็จะเกิดความไม่เข้าใจกันได้ง่าย
วันนี้เป็นวันที่มีความสุขมากอีกวันหนึ่งขอรับ
วันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๕๒
วันนี้ ดร.ไพรัช อ้นอินทร์ จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ)พิษณุโลก ซึ่งเป็นตัวการใหญ่ในการที่ สสจ จะใช้ KM มาคุยกัน และหว่านล้อมให้ผมโดดประชุมคณะกรรมการบริหารโรงพยาบาล ซึ่งทีแรกผมอิดออดหน่อยๆ เพราะขาดประชุมมาหลายเดือนแล้ว เกรงท่านผู้อำนวยการจะว่าแข็งเมือง แต่ท่านบอกว่าจะหว่านล้อมเอาระดับหัวหน้าฝ่ายหัวหน้างานของ สสจ มาเข้าร่วมกิจกรรมด้วย ผมจึงตกลงโดดประชุมคณะกรรมการบริหารโรงพยาบาล (อีกครั้ง)
จะมีเวลาหนึ่งวัน และโจทย์คือ จะต้องทำให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเห็นดีเห็นงาม (สัมมาทิฏฐิ)ต่อการที่จะเอาเคเอ็มไปใช้ ก็จึงกำหนดกันว่าจะแสดงตัวอย่างของโรงพยาบาลพุทธชินราช แล้วจัดกิจกรรมให้มีการคุยกันตามกติกาสุนทรียสนทนาที่เรากำหนดขึ้น เมื่อทำให้ (ทุก)คนคล้อยตามแล้ว เราจะเสนอให้ผู้ร่วมกิจกรรมแต่ละฝ่ายได้ลองคิดว่าจะนำวิธีการ บรรยากาศไปทำอะไรต่อดี
แล้วจะนำมาเสนอต่อไปครับ
เรียน ท่านอาจารย์หมอสาโรจน์
แวะมาอ่านครับ ^^
แวะมาอ่านเหมือนกัน
แต่อดทื่จะแจมด้วยไม่ได้ ดังนี้ครับ
บางครั้งสิ่งที่เราทำเราคิดว่าไม่ดีพอ แต่พอเราเหลียวหลังดู มันก็มีอะไรที่เกิดขึ้นมากมายเหมือนกัน แต่ถ้าจะแลไปข้างหน้าก็คงก็ใช่ข้างหลังช่วย เหมือนกับที่เราเล่าสิ่งที่เคยทำให้คนอื่นฟัง ดังคำพูดที่ว่า KM ไม่ทำก็ไม่รู้
วันพุธที่ ๖ พฤษภาคม ๒๕๕๒
วันนี้จัดกิจกรรมสุนทรียสนทนาพัฒนาคนพัฒนาทีม ให้แก่ทีมงานของ สสจ พิษณุโลก ดร.ไพรัชแจ้งคราวแรกว่าจะมาสามสิบคน แต่วันนี้ นพ.สสจ. เรียกประชุม จึงมาได้ราวๆ 12-15 คน
วันนี้ได้พยายามให้ทีม สสจ ได้คุยกัน ในบรรยากาศดี ประเมินจากการสังเกตว่าทุกคนมีความสุขดี และเปิดเผยต่อกันได้มากขึ้น (เมื่อกิจกรรมผ่านไปเรื่อยๆ)
คุณสามารถนำกิจกรรม ชื่นชม ยินดี ขอโทษ เข้ามา ก่อนจะเลิก มีสามีท่านหนึ่งสารภาพบาปและขออภัยภรรยาและขอบคุณที่เธอยกโทษให้ ทำให้หลายท่านซาบซึ้งจนเสียน้ำตา
พรุ่งนี้ ดร.ไพรัช จะนำทำกิจกรรมต่อที่ สสจ เสนอว่าให้ร่วมกันคิดถึงภาพอนาคตร่วมกัน และเป้าหมายของการที่จะนำ KM มาใช้
เอาใจช่วยเต็มที่ให้ท่านประสบความสำเร็จอย่างที่หวังไว้