12 กรกฎาคม 2549
1. คณะที่ร่วมศึกษาดูงานประกอบด้วย เภสัชกร 4 คน , แพทย์แผนไทย 10 คน และลูกจ้างงานแพทย์แผนไทย (เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป) 1 คน ออกเดินทางจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี เวลา 06.30 น. ด้วยพาหนะรถตู้ 2 คัน ถึงสถาบันวิจัยและฝึกอบรมการเกษตรสกลนคร เวลา 10.00 น.เข้าฟังบรรยาย และดูงานผลิตไวน์ ศึกษาพันธุ์ผักพื้นบ้านอีสาน และ ”แนวกินถิ่นอีสาน” โดยผศ.พิเชษฐ เวชวิฐาน ถึงเวลา 12.00 น.และออกเดินทางต่อไปยัง รพ.พรรณานิคม ฟังบรรยายและดูงานผลิตยาสมุนไพร และการให้บริการแพทย์แผนไทยของโรงพยาบาล ถึงเวลา 15.00 น. จากนั้นเดินทางไปยัง วัดคำประมง นมัสการเจ้าอาวาสและฟังบรรยายเกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย (มะเร็ง) โดยท่านเจ้าอาวาสนำชมกิจกรรมภายในวัด ถึงเวลา 18.00 น. เดินทางกลับถึงสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี เวลา 21.00 น.
19 กรกฎาคม 2549
1.คณะที่ร่วมศึกษาดูงานประกอบด้วย หมอนวดแผนไทยจากสถานีอนามัย ซึ่งเป็นตัวแทนหมอพื้นบ้าน , หมอพื้นบ้านตัวแทนจากอำเภอเมือง , หนองหาน , ทุ่งฝน , ไชยวาน , บ้านดุง , เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานแพทย์แผนไทยในสถานีอนามัย และผู้รับผิดชอบงานแพทย์แผนไทยระดับจังหวัดพร้อมทั้งเจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป งานแพทย์แผนไทย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี โดยได้เข้าศึกษาดูงานที่สถานีอนามัยศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น , คลินิกเป็นสุขแพทย์แผนไทย และโรงงานผลิตยาสมุนไพรสามประสาน
2.09.00 – 11.00 น. ฟังบรรยายสรุปผลการดำเนินงานของสถานีอนามัยศิลา โดยคุณกฤษณา บุญศรี (นักวิชาการสาธารณสุขประจำสถานีอนามัย) นำเสนอเกี่ยวกับข้อมูลพื้นฐานของพื้นที่ โดยเฉพาะมีข้อมูลเกี่ยวกับการแพทย์แผนไทยได้แก่ หมอพื้นบ้านในพื้นที่รับผิดชอบ 4 คน (โดยได้เชิญหมอพื้นบ้านมาร่วมแลกเปลี่ยน) , โรงงานผลิตยาสมุนไพร ร้านยาแผนไทย และคลินิกแพทย์แผนไทย ซึ่งผลการดำเนินงานด้านการจัดบริการแพทย์แผนไทยของสถานีอนามัยมีหมอนวดที่ผ่านการอบรม 372 ชม. 2 คนให้บริการ โดยแบ่งรายรับ 60/40 ตามเงื่อนไขของกระทรวงฯ จัดบริการที่บ้านพักของสถานีอนามัย ขณะนี้มีแผนจะขยายการบริการให้เข้าถึงผู้ป่วยที่มีหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (30 บาท) ให้มากขึ้น โดยอาจจะเป็นการจัดบริการนวดเฉพาะจุด (เพื่อลดระยะเวลาในการบริการนวด)
3.11.00 – 12.00 น. เจ้าหน้าที่ได้นำคณะไปแลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกับ อ.สำเริง มีชูรส เจ้าของคลินิก เป็นสุขแพทย์แผนไทย และอาจารย์สอนแพทย์แผนไทยของศูนย์ศึกษาและพัฒนาการแพทย์แผนไทย มหาวิทยาลัยขอนแก่น คณะได้ให้ความสนใจเกี่ยวกับการแปรรูปยาแผนไทย เพื่อใช้กับคนไข้เฉพาะราย โดยสอบถามเกี่ยวกับเครื่องอบยา , บดยา ,ร่อนยา และเทคนิคการปรุงยา รวมทั้งได้ศึกษาเกี่ยวกับเภสัชวัตถุ และการเก็บรักษาวัตถุดิบสมุนไพร ที่มีในคลินิกกว่า 100 ชนิด
4.13.00 – 15.00 น. ดูงานที่โรงงานผลิตยาแผนไทยสามประสาน ที่ได้รับอนุญาตตามาตรฐานการผลิตยาที่ดี (GMP) มีประเด็นที่น่าสนใจได้แก่ยาชงหญ้าหนวดแมวสูตร 1 สำหรับขับนิ่ว และสูตร 2 สำหรับเก๊าท์และประดง
กิจกรรมที่คาดว่าจะดำเนินการต่อเนื่อง
1.จากการศึกษาดูงานของสถานีอนามัยจะเห็นว่าผู้รับผิดชอบให้ความสำคัญและใส่ใจต่อข้อมูลพื้นฐานเล็กๆน้อยๆ ซึ่งนำไปสู่การวางแผนพัฒนาที่ต่อเนื่อง (TQM) โดยเฉพาะในเรื่องการวางแผนจัดบริการแพทย์แผนไทยให้แก่ผู้ที่มีหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ซึ่งเป็นประเด็นที่น่าจะนำเสนอให้ผู้รับผิดชอบในระดับสถานบริการของจังหวัดอุดรธานีได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์
2.ในการดูงานครั้งนี้ ในคณะหมอพื้นบ้าน ประธานชมรมหมอพื้นบ้านสืบสานยาสมุนไพร อ.บ้านดุง สนใจในประเด็นเกี่ยวกับแนวทางการผลิตยาแผนไทย และจะได้นำไปขยายผลให้แก่คณะกรรมการชมรมใช้เป็นแนวทางการดำเนินการด้านการผลิตยาของชมรมซึ่งอาจจะต้องของบประมาณจาก อบต.
3.การเข้าดูงานที่โรงงาน ได้สร้างความตระหนักเกี่ยวกับเทคนิค วิธีการที่ดีในการผลิตยา แต่อย่างไรก็ตาม หมอพื้นบ้านบางท่านก็ยังยืนยันที่จะใช้ยาต้ม ยามัดเช่นเดิม
20 กรกฎาคม 2549
1.คณะที่ร่วมประชุมประกอบด้วย ตัวแทนจาก อบต. 4 แห่ง หมอพื้นบ้าน และผู้จัด เปิดการประชุมโดย นพ.ชัยรัตน์ เจริญสุข (ปฏิบัติราชการแทนผู้อำนวยการโรงพยาบาล) และกล่าวรายงานโดยนายสุนทร คุณภาที นักวิชาการสาธารณสุข สำนักงานสาธารณสุขอำเภอบ้านดุง โดยได้รับความเอื้อเฟื้อจากโรงพยาบาลในการจัดห้องประชุมและอาหาร
2.ครูยงยุทธ ตรีนุชกร ครูภูมิปัญญาไทย รุ่นที่ 2 และสมาชิกของสภาผู้นำ ได้เปิดประเด็นเกี่ยวกับการเคลื่อนงานของหมอพื้นบ้าน เพื่อนำเสนอต่อสภาผู้นำ ผ่านไปยังสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี โดยในพื้นที่น่าจะมีข้อมูลใน 4 ประเด็นคือ
• หมอพื้นบ้านยังจำเป็นอยู่หรือไม่ หมอพื้นบ้านดีจริงหรือไม่ ถ้ายังจำเป็นจำเป็นแค่ไหน เรื่องอะไร จะไปหาใคร (หมอพื้นบ้านคนไหน) ได้
– เช่นเด็กปากเป็นกลาง งูสวัด เด็กร้องไห้กลางคืน
• ถ้าจำเป็นจริง ๆ สถานการณ์ของหมอพื้นบ้านเป็นอย่างไร
• แล้วหมอพื้นบ้านวาดหวังไว้อย่างไร (ฝันว่าอยากให้เป็นอย่างนี้)
• หมอพื้นบ้านจะทำความฝันนั้นให้เป็นจริงได้อย่างไร มีแผนการอย่างไร
ซึ่งคุณสุนทร ได้ให้ความเห็นว่าน่าจะให้ชมรมหมอพื้นบ้านลองเคลื่อนงานในส่วนนี้ (หาข้อมูลจากการประชุมกลุ่มย่อย) โดยมีเจ้าหน้าที่สถานีอนามัยเป็นพี่เลี้ยงในการของบประมาณในการจัดประชุม หรือประสานงานการผู้นำชุมชน อบต.ในพื้นที่ ทั้งนี้คุณชัยพฤกษ์ ค้อมคิรินทร์ ประธานเครือข่ายใบชะโนด และพ่ออำนวย พลลาภ ประธานชมรมหมอพื้นบ้าน ก็ลงความเห็นว่าน่าจะได้ลองไปคุยกันในกลุ่มย่อยๆ แต่ละตำบลก่อนที่จะนำไปสู่เวทีระดับอำเภอในประเด็นดังกล่าว
3.ประเด็นการสังเคราะห์ความรู้ด้ใช้แนวทางจากการจัดกลุ่มโรคตามระบบร่างกายและนำมาเสนอให้ผู้เข้าประชุมได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกันและกัน
กิจกรรมที่คาดว่าจะดำเนินการต่อเนื่อง
1.จากการที่ครูยงยุทธ ได้เปิดประเด็น และได้แจ้งให้ทราบว่าได้ประสานงานกับสำนักเลขาธิการนายกฯ ว่าอุดรธานีมีเครือข่ายและเป็นจังหวัดนำร่องในการดำเนินการเรื่องนี้ได้ โดยจะมีงบประมาณลงมาให้ส่วนหนึ่งในการจัดประชุมเพื่อหาข้อมูลหรือประชาพิจารณ์ในประเด็นดังกล่าว โดยอาจจะให้กรรมการชมรมได้ทำร่างข้อเสนอ เพื่อนำเข้าสู่ที่ประชุมในพื้นที่ โดยให้มี อบต. เจ้าหน้าที่สาธารณสุข จากนั้นจึงนำเข้าสู่ที่ประชุมอำเภอ เพื่อหาข้อสรุปเบื้องต้น
2.ประเด็นการเคลื่อนงาน ซึ่งชมรมมีความเห็นว่าสามารถทำได้เลย โดย อบต.จะสามารถสนับสนุนได้ถ้ามีการรวมกลุ่มกันชัดเจนและมีการประชุมคัดเลือกการบริการที่น่าเชื่อถือเสนอให้หน่วยงานสาธารณสุข
21 กรกฎาคม 2549
1.คณะที่ร่วมศึกษาดูงานประกอบด้วย ผู้รับผิดชอบงานแพทย์แผนไทยของโรงพยาบาลที่เป็นศูนย์ส่งเสริมสุขภาพแพทย์แผนไทย และโรงพยาบาลที่มีแพทย์แผนไทย ผู้รับผิดชอบงานแพทย์แผนไทยระดับจังหวัด ได้รับเกียรติจากรองผู้อำนวยการโรงพยาบาล กลุ่มภารกิจด้านบริการทุติยภูมิกล่าวต้อนรับ และคุณสุทธิรัตน์ บุษดี หัวหน้างานการแพทย์แผนไทย ฯ บรรยายสรุปการดำเนินงาน
2.การดำเนินงานเริ่มเมื่อปี 2543 – 2544 โดยนำแนวคิดการจัดระบบงานแบบ HA และยึดคนไข้เป็นศูนย์กลางเพื่อพัฒนาระบบบริการ
กิจกรรมที่คาดว่าจะดำเนินการต่อเนื่อง
1.จากการที่ผู้รับผิดชอบงานมีองค์ความรู้เกี่ยวกับงานคุณภาพและงานด้านการพยาบาล และสนใจที่จะนำมาปรับใช้กับงานบริการแพทย์แผนไทย ซึ่งทำให้มีเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการพัฒนางานได้แก่ การวางเข็มมุ่ง การวางกรอบงาน
2.ในงานบริหารมีการจัดทำ JOB SPECIFICATION , JOB DESCRIPTION พร้อมแบบประเมิน
3.เอกสารในงานคุณภาพที่น่าสนใจได้แก่
แบบประเมินการใช้สมุนไพร
แบบบันทึกจุดฝังเข็ม
แบบบันทึกผู้ป่วยที่มารับบริการแพทย์แผนไทย (น่าสนใจมาก)
แบบประมเนิการบริหารร่างกาย
และอื่น ๆ
4.มีการพัฒนาศักยภาพและการประเมินผลการพัฒนาต่อเนื่อง
5.มีการจัดทำเครื่องชี้วัดของงาน ได้แก่
ตัวชี้วัดคุณภาพทางคลินิก
ตัวชี้วัดคุณภาพทางการบริการ
ตัวชี้วัดคุณภาพทางการบริหารจัดการ
6.มีแผนประชุมวิชาการ CASE STUDY ที่จัดทำโดยหมอนวดแพทย์แผนไทย เมื่อพบกรณีที่น่าสนใจ
2.ประเด็นสำคัญเหล่านี้น่าจะได้รับการถ่ายทอดแนวคิดการพัฒนางานดังกล่าวให้แก่ผู้รับผิดชอบงานแพทย์แผนไทยระดับโรงพยาบาลเพื่อสร้างความตระหนักในการพัฒนางานในทุกด้านไม่จำเพาะงานบริการแพทย์แผนไทย
27 – 28 กรกฎาคม 2549
1.คณะที่ร่วมเวทีสังเคราะห์ในครั้งนี้ในส่วนของจังหวัดอุดรธานี ซึ่งเป็นพี่เลี้ยงและนักวิจัยในโครงการได้แก่ ภก.สมชาย ชินวานิชย์เจริญ หัวหน้างานการแพทย์แผนไทย ฯ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี , คุณวารุณี เที่ยงแท้ เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป , คุณชัยพฤกษ์ ค้อมคิรินทร์ ประธานเครือข่ายใบชะโนด , พ่ออำนวย พลลาภ ประธานชมรมหมอพื้นบ้านอำเภอบ้านดุง , นายอุทัย อบต.
2.อาจารย์พิศ แสนศักดิ์ ได้ให้แนวทางในการสังเคราะห์ข้อมูลโดยแบ่งผู้ร่วมประชุมเป็น 2 กลุ่ม แต่ละกลุ่มนำความรู้ในการดูแลสุขภาพแบบพื้นบ้านไปศึกษาและอภิปรายเกี่ยวกับชื่อโรค , วิธีการวินิจฉัย และวิธีการรักษา ซึ่งใช้วิธีการจัดกลุ่มอาการแบบแผนปัจจุบันโดยพิจารณาจากระบบการทำงานของร่างกาย ได้แก่
ระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ
ระบบทางเดินอาหาร
ระบบทางเดินหายใจ
ระบบผิวหนัง
ระบบโลหิตและสตรี
ระบบประสาท
3.อย่างไรก็ตาม อ.บุญยงค์ เกตุเทศ ได้บรรยายและให้ความเห็นแก่ที่ประชุมว่าการดูแลสุขภาพแบบพื้นบ้านเป็นกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรม ประเพณี และมุมมองโดยไม่ได้แบ่งแยกหรือลงลึกไป โดยได้ให้ความเห็นในการจัดกลุ่มแบบภายนอก หรือภายใน ภายในแบบ่งเป็นจิต+กาย หรือกาย+จิต
4.ที่ประชุมเห็นว่าการได้ทดลองทำโครงการเบื้องต้นนี้นำไปสู่การขยายผลที่จะดำเนินโครงการเต็มรูปแบบต่อไป
กิจกรรมที่คาดว่าจะดำเนินการต่อเนื่อง
1.ทีมงานที่ร่วมเดินทางไปด้วยกันได้จัดทำแผนงานที่จะขอสนับสนุนจาก อบต. , หรือแหล่งทุนอื่น เช่น สกว. ดังนี้
-แผนงานพัฒนาชมรมหมอพื้นบ้าน (ซอกหาคน – สืบค้นยา – สร้างศรัทธา – หาแนวทำ) ดดยพ่ออำนวย พลลาภ จะได้จัดทำร่างโครงการเพื่อเสนอขอทุนต่อไป
-แผนงานฟื้นป่าเมืองไพร ป่าไผ่ชุมชน โดยคุณชัยพฤกษ์ ประธานเครือข่ายใบชะโนด จะได้ไปประสานกับกลุ่ม 13 ดีศรีชะโนด
-การเคลื่อนงานของหมอพื้นบ้าน ตามแนวทางของสภาผู้นำ ที่อ.ยงยุทธ ตรีนุชกร ได้เปิดประเด็นไว้ โดยวันที่ 17 สิงหาคม 2549 เครือข่ายใบชะโนดร่วมกับชมรมหมอพื้นบ้าน บ้านดุง จะได้เชิญกรรมการชมรมมาร่วมจัดทำร่างความเห็นเกี่ยวกับการเคลื่อนงานของหมอพื้นบ้าน 4 ประเด็นคือ
• หมอพื้นบ้านยังจำเป็นอยู่หรือไม่ หมอพื้นบ้านดีจริงหรือไม่ ถ้ายังจำเป็นจำเป็นแค่ไหน เรื่องอะไร จะไปหาใคร (หมอพื้นบ้านคนไหน) ได้
• ถ้าจำเป็นจริง ๆ สถานการณ์ของหมอพื้นบ้านเป็นอย่างไร
• แล้วหมอพื้นบ้านวาดหวังไว้อย่างไร (ฝันว่าอยากให้เป็นอย่างนี้)
• หมอพื้นบ้านจะทำความฝันนั้นให้เป็นจริงได้อย่างไร มีแผนการอย่างไร
ซึ่งงานแพทย์แผนไทยได้เตรียมการขอให้ สสอ.บ้านดุงเชิญผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้แก่ อบต.นาไหม / บ้านม่วง , องค์กรภาคประชานที่เกี่ยวข้อง , เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ ร่วมระดมสมองในการจัดทำแผนงานดังกล่าว ในวันที่ 24 สิงหาคม 2549