สวัสดีครับลูกศิษย์ และชาว Blog
กิจกรรมต่อเนื่องของโครงการพัฒนาสมรรถนะการบริหารจัดการอาชีวศึกษายุคใหม่ รุ่นที่ 1 (ระยะที่ 4) ณ โรงแรมอเล็กซานเดอร์ กรุงเทพฯ ได้เริ่มขึ้นแล้ว เราจะใช้เวลาเรียนรู้ร่วมกันอย่างเป็นทางการอีก 3 วันเต็ม ซึ่งผ่านมาวันนี้เป็นวันที่ 2 แล้ว ผมยังใช้เวลาร่วมเรียนรู้กับลูกศิษย์ของผมตลอด 2 วันเต็มที่นี่
การเรียนรู้ตั้งแต่วันแรกนั้นน่าสนใจมาก เราได้รับเกียรติอย่างสูงจากคุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มาให้ความรู้ เรื่อง “คิดแบบผู้นำ” มีแนวคิด ปรัชญาในการทำงานที่น่าสนใจมาก
นอกจากนี้ในวันแรกยังได้รับเกียรติจากนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่เป็นที่ยอมรับของสังคมไทยอีกท่านหนึ่ง คือ คุณโชค บูลกุล กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัทฟาร์มโชคชัย มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในมุมมองเรื่อง “คิดแบบผู้ประกอบการ” และเช่นเดียวกันเนื้อหาที่ได้รับฟังจากคุณโชคมีหลายประเด็นที่มีประโยชน์มากทีเดียว
สำหรับเนื้อหาการเรียนรู้ในวันนี้ซึ่งเป็นวันที่ 2 เข้มข้นไม่แพ้วันแรก เพราะช่วงเช้าเป็นการเรียนรู้เรื่อง “ยุทธศาสตร์การสร้างและบริหาร “คน” เพื่อผลงานที่เป็นเลิศ” โดย คุณพจนารถ ซีบังเกิด ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ด้านการพัฒนาและบริหารทรัพยากรมนุษย์มาก และคุณพจนารถก็ได้แลกเปลี่ยนมุมมองที่น่าสนใจมาก และช่วงบ่ายวันนี้ เราได้รับเกียรติจากคุณดนัย จันทร์เจ้าฉาย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สำนักพิมพ์ดีเอ็มจี และบริษัท ดีซี คอนซัลแทนส์ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง คอมมูนิเคชั่นส์ มาบรรยาย เรื่อง “การสร้างทุนทางจริยธรรมในองค์กร” มีข้อคิดดี ๆ ที่มีประโยชน์มาก
สำหรับเนื้อหาสาระและข้อสรุปของทั้ง 4 เรื่องผมกำลังให้ทีมงานถอดเทปและจะนำบทสรุปมาแลกเปลี่ยนกับทุกท่านที่นี่ด้วย ผมหวังว่าคงจะเป็นประโยชน์ต่อทุกท่านนะครับ
จีระ หงส์ลดารมภ์
ภาพบรรยากาศโครงการฯ
























WORKSHOP กับ ดร.จีระ : ครั้งที่ 1
วันนี้ช่วงเช้าผมเริ่มต้นบรรยากาศในชั้นเรียนด้วยการให้โจทย์ลูกศิษย์ของผม เป็นโจทย์ที่น่าสนใจเพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับผู้นำ ผมอยากให้เขาได้ใช้เวลาคิดและประมวลออกมาจากความจริงกับบริบทของอาชีวะฯ
สำหรับข้อสรุปมีดังต่อไปนี้
Worhshop : แบ่งกลุ่มวิเคราะห์องค์ประกอบที่สำคัญของสิ่งที่สำคัญของผู้นำ 4 เรื่อง ดังต่อไปนี้
Executing
Influencing
Relation ship Building
Strategic Thinking
และในโมเดลของอาชีวศึกษาก็ได้คำตอบดังต่อไปนี้
Executing
Focus มีเป้าหมาย
Achiever ความมุ่งมั่น
Follow up & Feedback ติดตามผล
Motivation การให้รางวัล
Influencing
Activator กระตุ้น
Maximize ประโยชน์สงสุด
Incentive แรงจูงใจ
Command สั่งการ
Relationship Building
Connectives
Empathy
Mutual Benefit
Fairness
Strategic Thinking
Context บริบท
Intellection คิดเป็นฯ
Network เครือข่าย
End Time เวลาที่กำหนด
Influencing
Activator กระตุ้น
Command การสั่งการ
Communication ชี้แจง
Role Model สร้างศรัทธาเป็นต้นแบบ
WORKSHOP กับ ดร.จีระ : ครั้งที่ 2
วันนี้ภาคบ่ายผมมีโอกาสได้ Workshop กับลูกศิษย์ของผมอีกครั้ง หลังจากที่ผ่าน Workshop ในช่วงเช้าไปอย่างเข้มข้นน่าสนใจ บ่ายวันนี้ผมจึงได้เลือกบทความ “กฎ 8 ข้อของ Nelson Mandela” มาให้ลูกศิษย์ของผมได้วิเคราะห์กัน และได้สรุปประเด็นที่สำคัญไว้ดังนี้ ครับ
1. อ่านประวัติ Nelson Mandela แล้วสรุปว่าบทเรียนที่น่าสนใจคืออะไร?
§ เป็นคนที่ประสานนโยบายได้ระหว่างคนผิวขาว ผิวดำ (Harmony)
§ เป็นผู้ที่มีความกล้า และพยายามต่อสู้ให้เกิดความสำเร็จ
§ เป็นผู้นำที่เกิดจากสถานการณ์ เป็นการนำเพื่อสังคมและส่วนรวม
§ มีอุดมการณ์ที่มั่นคง ทำเพื่อส่วนรวม
§ มีสุขภาพกายสุขภาพจิตที่ดี
§ มีความกล้าหาญ กล้าที่จะให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
2. จากกฎ 8 ข้อของ Nelson Mandela เลือก 1 ข้อที่มีประโยชน์ต่อการปรับใช้ในการทำงานของอาชีวศึกษา?
§ เป็นผู้นำที่รู้จักพอรู้จักถอย (ข้อ 8)
§ ผู้นำต้องมีภาพลักษณ์ที่ดี (ข้อ 6) หมายถึงเป็นตัวอย่างที่ดีทั้งภายนอกและภายใน เช่น ความซื่อสัตย์สุจริต มีความรู้ มีภูมิธรรม มีเกียรติยศ
§ การอยู่ร่วมกัน (ข้อ 5) รู้เขาให้ลึกแล้วจะเอาชนะอุปสรรคต่าง ๆ ได้ อย่ามีศัตรูมากเกินไป
§ รู้จักเขาให้มากที่สุด (ข้อ 4)
§ ผู้นำต้องนำ และมีกลยุทธ์ในการที่จะวางกรอบการนำอย่างชัดเจน (ข้อ 2)
แล้วสำหรับท่านหล่ะครับ ท่านคิดอย่างไร?
สรุปภาพรวมตลอดโครงการฯ จนถึงวันนี้ เราได้เรียนรู้อะไรบ้าง
ความคิดเห็นจากผู้เข้าร่วมโครงการฯ คนที่ 1
ที่เขาค้อ ได้เรียนรู้ภาพกว้าง หลักการบริหาร
ที่เชียงใหม่ ได้หลักการวิจัย ได้เจอคนเก่งระดับแนวหน้าของสังคมไทย ได้แนวคิดจากการไปดูงาน
ที่กรุงเทพฯ ได้หลักของความสำเร็จ โดยเฉพาะหลักของผู้นำและหลักของนักบริหาร
ความคิดเห็นจากผู้เข้าร่วมโครงการฯ คนที่ 2
ที่เขาค้อ ได้เรียนรู้หลัก แนวคิด ทฤษฎี
ที่เชียงใหม่ ได้หลักการวิจัย แนวคิด ทฤษฎี
ที่กรุงเทพฯ ได้ฟังประสบการณ์จริงที่มาจากการปฏิบัติจริง ๆ
ความคิดเห็นจากผู้เข้าร่วมโครงการฯ คนที่ 3
การเรียนรู้ในครั้งนี้ทำให้ได้พลัง เกิดไฟในการที่จะทำงานอย่างเต็มที่ในอนาคต
สวัสดีครับลูกศิษย์รุ่น 1 และชาว Blog ที่รักทุกท่าน
เมื่อวานนี้เป็นการเรียนรู้ในวันสุดท้ายโดยในช่วงเช้าเราได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์มาให้ความรู้ที่เป็นประโยชน์แก่พวกเราในเรื่อง “Blue Ocean” กับการทำงานของอาชีวศึกษา ผมคิดว่าท่านอาจารย์สมชายได้ให้ความรู้ที่สร้างความกระจ่างชัดแก่พวกเรา เกี่ยวกับ Concept ของ Blue Ocean ได้อย่างดีมากทีเดียว ผมเองแม้จะฟังแนวคิดเรื่อง Blue Ocean มาหลายครั้งแต่ครั้งนี้ก็ได้ความรู้เพิ่มขึ้นมากมาย
ในช่วงบ่ายเป็นหน้าที่ของผมในการที่จะนำเสนอมุมมองของผู้ในเรื่อง “ผู้นำกับ Coaching และการสร้างวิสัยทัศน์” ซึ่งผมได้นำโมเดล Hongladarom/ Goldsmith Model ที่พูดถึง24 อุปนิสัยที่ไม่ดีที่เป็นอุปสรรคของ Coaching มาให้ทุกคนได้ร่วมแสดงความคิดเห็นซึ่งก็พอจะเห็นภาพกันว่าในสังคมการทำงานในแวดวงของอาชีวศึกษามีอุปนิสัยที่ไม่ดีอะไรบ้างที่เป็นอุปสรรคต่อการ Coaching ซึ่งสิ่งที่พวกเราน่าจะคิดต่อก็คือเราจะแก้แต่ละนิสัยที่ไม่ดีเหล่านั้นอย่างไร?
นอกจากนี้ ผมยังแถมท้ายด้วยเรื่องของการกำหนดวิสัยทัศน์ (Vision) ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้นำจะต้องให้ความสำคัญอย่างมาก เพราะวิสัยทัศน์จะเป็นตัวกำหนดทิศทางการทำงานของเราในอนาคตให้ทำงานอย่างมีเป้าหมาย
สุดท้ายใน Session ของผม ผมได้ทิ้งท้ายไว้เรื่องหลักนิยมหรือ Core Value ในการทำงานของอาชีวศึกษา และให้ลูกศิษย์ของผมได้ช่วยกันระดมความคิดกลุ่มละ 3 – 4 เรื่อง ซึ่งก็ได้รวบรวมมาดังนี้
§ ทำงานเป็นทีม (TEAMWORK)
§ จิตสาธารณะ (SERVICE MIND)
§ โปร่งใส (TRANPARENCY)
§ Professional
§ Ethics
§ Communication
§ Social Service
§ เลิศล้ำเทคโนโลยี
§ ฝีมือมาตรฐาน
§ บริการสังคม
§ ทักษะเด่น
§ เน้นจริยธรรม
§ ค้ำจุนสังคม
§ สร้างความเป็นเลิศทางวิชาชีพ
§ มีความจงรักภักดีต่อองค์กร
§ สร้างเครือข่ายความร่วมมือ
§ เป็นแหล่งเรียนรู้สู่อาชีพ
§ สร้างงานสร้างอาชีพสู่สังคม
§ ให้บริการทางอาชีพที่ถูกต้องสมบูรณ์
หลาย ๆ ข้อที่เสนอเข้ามาเป็นแนวทางที่ดีซึ่งคงจะเป็นประโยชน์สำหรับพวกเราที่จะนำไปคิดต่อและดำเนินการต่อไป
จีระ หงส์ลดารมภ์
โครงการพัฒนาสมรรถนะการบริหารจัดการอาชีวศึกษายุคใหม่
Blue Ocean ของวิทยาลัยอาชีวศึกษาเลย
สถานศึกษาได้ดำเนินการบริหารจัดการโดยใช้หลักธรรมาภิบาลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการสถานศึกษาได้แก่
1. ความชอบธรรม (Legitimacy)
2. การมีส่วนร่วม (Participation)
3. ความโปร่งใส (Transparency)
4. การมีความรับผิดชอบ (Accountability)
5. ประสิทธิภาพและประสิทธิผล (Efficiency and effectiveness)
ทำให้สถานศึกษาประสบผลสำเร็จในด้านการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นที่ยอมรับของผู้ปกครอง ชุมชน มีชื่อเสียงเป็นที่ประจักษ์ ดังนี้
1. รางวัลพระราชทาน
2. รางวัล Good governance
3. รางวัลสถานศึกษาดีเด่นด้านคุณธรรมนำความรู้ ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
แผนงานเพื่อความสำเร็จของการบริหารจัดการสถานศึกษา
สถานศึกษากำหนดแผนงาน/โครงการประจำปีเพื่อการพัฒนาสถานศึกษา
ให้มีประสิทธิภาพดังนี้
1. การศึกษาศักยภาพและวิเคราะห์สภาพแวดล้อม
2. กำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ กำหนดนโยบาย
3. กำหนดแผนงาน/โครงการ
4. ดำเนินงานตามแผนงาน/โครงการ
5. รายงานผลการดำเนินงาน
6. วิเคราะห์จุดเด่น จุดด้อย เพื่อการพัฒนางานต่อไป
วิสัยทัศน์
“พัฒนาผู้เรียนให้เป็นเลิศด้านคุณธรรมและวิชาชีพ ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย เน้นบริการสานสัมพันธ์กับชุมชน”
พันธกิจ
1. ส่งเสริมการศึกษาวิชาชีพ โดยเน้นคุณธรรมนำความรู้ เพื่อให้สอดคล้อง
กับความต้องการของระบบเศรษฐกิจ
2. บริการวิชาการและประสานสัมพันธ์ชุมชนด้วยหลักเศรษฐกิจพอเพียง
3. เพิ่มศักยภาพในการแข่งขันขององค์กร
นโยบาย
1. จัดการเรียนการสอนให้มีคุณภาพทุกระบบ ได้แก่ ระบบปกติ ระบบทวิภาคี และระบบเทียบโอนประสบการณ์
2. จัดระบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาให้มีประสิทธิภาพ ตรวจสอบได้
3. เพิ่มปริมาณผู้เรียนในทุกระบบ
4. สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับชุมชน สถานประกอบการ ในการจัดการหลักสูตรการเรียนการสอนพัฒนาอาชีพให้สอดคล้องตามความต้องการของตลาดแรงงาน
5. พัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการให้ทันสมัย
6. พัฒนาและจัดการองค์ความรู้ในการสร้างผู้ประกอบการใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
7. พัฒนาครูผู้สอนให้มีความเชี่ยวชาญตามสาขาวิชาชีพ
8. พัฒนาทักษะวิจัยให้กับนักเรียน นักศึกษา สร้างสรรค์ผลงานสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม
9. พัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดการด้านบุคลากร ด้านการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ
10. ส่งเสริมและพัฒนาให้นักเรียน นักศึกษา มีการจัดการองค์ความรู้ได้ด้วยตนเอง ภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
รายชื่อคณะกรรมการการรุ่น 1 ดังนี้
1. นายเด่นดวง คำตรง วท.กาญจนาภิเษกมหานคร ประธานรุ่น
2. นายศักดา ถาวรพจน์ วช.เพชรบูรณ์ ผู้ประสานงานภาคเหนือ
3. นายพิสิทธิ์ พัฒนาอนุสรณ์ วก.กาญจนบุรี ผู้ประสานงานภาคกลาง
4. นายเชือบ จิตสามารถ วท.สุราษฏร์ธานี ผู้ประสานงานภาคใต้
5. นางสาวชมพูนุช บัวบังศร วท.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ ผู้ประสานงานภาค
ตะวันออกเฉียงเหนือ
6. นายธีระ นรสิงห์ วก.นครนายก เลขานุการ
สรุปเนื้อหาการบรรยาย
การศึกษาด้วยประสบการณ์กับธุรกิจฟาร์มโชคชัย
โดย คุณโชค บูลกุล
การศึกษาด้วยประสบการณ์มีความสำคัญและมีคุณค่ามากโดยคุณโชคยกตัวอย่างการทำธุรกิจฟาร์มโชคชัย ที่เริ่มแรกที่คุณโชคเข้ามาบริหาร ธุรกิจประสบปัญหากับโลกทุนนิยมสมัยใหม่จึงต้องมีจุดแข็งเพื่อให้ธุรกิจอยู่รอด
จุดแข็งของผู้บริหารจึงต้อง ยอมรับความจริง และเมื่อรู้ความจริงแล้วหาทางแก้ไข เพื่อให้ธุรกิจสามารถอยู่รอดได้ในช่วงวิกฤติ อย่างเช่นที่ฟาร์มโชคชัยประสบปัญหาเป็นหนี้สินกว่า 100 ล้านบาท ทำให้คุณโชคต้องใช้วิธีเสียสละบางอย่างเพื่อความอยู่รอดของธุรกิจ ดังนั้น ผู้บริหารจึงต้องตระหนักอยู่เสมอว่า ไม่มีอะไรยั่งยืน แน่นอน และความเป็นจริง คือเป็นความเป็นจริง
คุณโชคยังกล่าวอีกว่าโอกาสของธุรกิจจะมีมากกว่าหากเรานำธุรกิจของคนรุ่นเก่ามาใช้วิธีการบริหารแบบคนรุ่นใหม่ ในยุคสมัยใหม่ และต้องดูว่าในยุคสมัยนี้อะไรจะนำไปประยุกต์ใช้เพื่อสร้างโอกาสใหม่ได้บ้าง
ในยุควิกฤตินั้นคำถามสำคัญที่ผู้บริหารต้องตระหนักถึงคือ “How to do” ไม่ใช่ “What to do” นอกจากนี้ผู้ที่ไม่มีประสบการณ์อาจได้เปรียบเพราะกล้าที่จะมีจินตนาการ แต่ผู้ที่มีประสบการณ์มากอาจทำให้ไม่กล้าคิด หรือลองทำอะไรใหม่ๆ ทำให้ไม่เกิดนวัตกรรม เพราะฉะนั้นธุรกิจใหม่ๆจึงเกิดขึ้นจากกลุ่มคนที่ยังไม่มีประสบการณ์เพราะกล้าที่จะคิดนอกกรอบ
คุณโชคยังกล่าวอีกว่าสิ่งที่สำคัญกว่านโยบายในองค์กรคือ “ความศรัทธาในองค์กร” ซึ่งผู้บังคับบัญชาจะต้องแสดงให้เห็นก่อนว่าเราเชื่อในผู้ใต้บังคับบัญชาของเราเพื่อกู้วิกฤติให้เป็นโอกาส ตัวอย่างเช่น สวัสดิการพนักงาน ที่ผู้บริหารต้องให้ความสำคัญเพราะเป็นสัญญาณแสดงให้พนักงานรู้ว่าองค์กรของเราอยู่ในสภาวะที่ย่ำแย่หรือไม่
นอกจากนั้น องค์กรที่จะประสบความสำเร็จได้จะต้องคำนึงถึง การนำ “หลักการแบบใหม่ มาใช้บนพื้นฐานธุรกิจที่เราทำได้ดี”และหลักการที่จะทำให้ธุรกิจมีความมั่นคงมากขึ้น คือ “สร้างมิติการตลาดบนพื้นฐานความแตกต่างทางมุมมองโดยไม่ต้องใช้ทุนทรัพย์มาก”การสร้างเสถียรภาพขององค์กรจำเป็นต้องคำนึงถึงหลักและวิธีการคิด นั่นคือ จะต้องคิดจากความเสี่ยงไปสู่โอกาส และ พัฒนาองค์กรจากจุดแข็ง หรือ “Drive from strength”
สุดท้ายคุณโชคยังฝากถึงการทำธุรกิจในยุคสมัยปัจจุบันที่ต้องแข่งขันทำให้ทุกคนต้องทำอะไรเร็วขึ้นตลอดเวลา เพราะฉะนั้นในโลกอนาคตสิ่งที่มีเสน่ห์คือสิ่งที่ช้าลง เพราะทุกคนมองว่าความเร็วจากเทคโนโลยีสมัยใหม่สร้างแรงกดดันทำให้ไร้ความสุขในชีวิต และ เมื่อเจอวิกฤติจะต้องนำความคิดสร้างสรรค์มารวมกับหลักการ รวมทั้งนำกำไรคืนสู่สังคม เพื่อสร้าง Knowledge-based Economy
สรุปเนื้อหาการบรรยาย
การใช้สมองเพื่อบริหารจัดการองค์กร
โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
ผู้บริหารควรยึดถือทฤษฏีทุน 5 ประการ หรือ 5 K’s เพื่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในยุคโลกาภิวัฒน์ นั่นคือ
Creativity Capital ทุนแห่งการสร้างสรรค์
Knowledge Capital ทุนทางความรู้
Innovation Capital ทุนทางนวัตกรรม
Emotional Capital ทุนทางอารมณ์
Cultural Capital ทุนทางวัฒนธรรม
โลกการศึกษาในยุคต่อไปผู้บริหารจำเป็นจะต้องเรียนรู้หลักการ “Learning how to learn” หรือ เรียนรู้วิธีการเพื่อค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติมให้กับตนเอง
แต่แม้ว่าจะมีความรู้ความสามารถหากตัดสินใจไม่รอบคอบอาจเกิดความผิดพลาดได้ อย่างเช่นในหนังสือ Think Again ได้กล่าวไว้ว่าบางครั้งความผิดพลาดในการตัดสินใจอาจก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมาก ดังนั้น ผู้บริหารจำเป็นต้องรอบคอบในการตัดสินใจในทุกๆเรื่อง
คนเรามี แหล่งกำเนิดความผิดพลาด ที่หลากหลาย ดังเช่น
· เกิดจากการมีผลประโยชน์ทับซ้อน
· ความรู้สึกโอนเอียงต่อกลุ่มหรือพวกพ้องของตน
· การตัดสินในที่รีบร้อนเกินไป
· ใช้ประสบการณ์ในอดีตมาตัดสินเรื่องในอนาคต หรือ Misleading Experienceซึ่งก่อให้เกิดความผิดพลาดได้มาก เพราะเรื่องในอดีตและอนาคตเป็นคนละเรื่องกัน
เพราะฉะนั้น วิธีการป้องกันไม่ให้เกิดความผิดพลาด ทำได้โดย
· สำรวจข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ และต้องมองปัจจัยทุกด้าน
· ต้องมีการปรึกษาหารือก่อนการตัดสินใจโดยเฉพาะเรื่องสำคัญ หรือ Group Discussion คือ ต้องถกเถียงและรับฟังคนอื่นให้มากๆก่อนการตัดสินใจ
· ต้องสร้างธรรมาภิบาลให้เกิดขึ้นในองค์กร
นอกจากนี้ “อำนาจแฝง” ยังเป็นสิ่งที่สังคมปัจจุบันต้องหาวิธีขจัดให้หมดไปเพื่อพัฒนาการของประเทศชาติ โดยเฉพาะ วงการการศึกษา ที่ต้องให้ความสำคัญต่อเรื่องนี้เป็นอย่างมาก
สุดท้ายนี้ขอฝากเรื่อง ผลกระทบจากโลกาภิวัตน์ ที่ประเทศไทยควรให้ความสำคัญ นั่นคือ
1. Information Technology เทคโนโลยีสารสนเทศ และอื่น ๆ
เช่น Nanotechnology, Biotechnology
2. เรื่องการค้าเสรี , WTO , FTA
3. เรื่องการเงินเสรี อัตราแลกเปลี่ยน
4. บทบาทของจีน อินเดีย และละตินอเมริกา
5. เรื่องอิทธิพลของประชาธิปไตย และ human rights
6. เรื่อง Global warming , ภัยธรรมชาติ
7. เรื่องสงคราม และการก่อการร้าย
8. เรื่องน้ำมันหมดโลก และพลังงานทดแทน
9. เรื่องโรคระบาด เช่น ไข้หวัดนก เอดส์ ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เม็กซิโก ฯลฯ