ตอนที่ ๑
ตอนที่ ๒
ตอนที่ ๓
ตอนที่ ๔
วันที่ ๕ เป็นครั้งสุดท้ายของการบรรยาย เรียนเป็นเรื่องแนวปฏิบัติเพื่อการปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิผลของคณะกรรมการ (บอร์ด) และแนวปฏิบัติเพื่อการปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิผลของตัวกรรมการ
ผมจำเป็นต้องขอเปลี่ยนวันเรียนไปเรียนวันพุธที่ ๑ เม.ย. ๕๒ ร่วมกับรุ่น ๑๑๕ เพราะวันพฤหัสที่ ๒ เม.ย. ผมติดประชุม กกอ. ต้องจายค่าใช้จ่ายเพิ่ม ๒,๕๐๐ บาท โดยทาง IOD ชี้แจงว่า เป็นค่าใช้จ่ายของโรงแรม ๒,๒๐๐ บาท ผมนึกในใจว่า IOD น่าจะลดความหรูลงไปบ้าง ให้วงการธุรกิจไทยไม่ตกอยู่ใต้วัฒนธรรมที่ฟุ่มเฟือยเกินไป แต่ไม่ได้พูด เพราะผมเจียมตัวว่าตนเองเป็นคนขวางโลก
กรณีศึกษา
การเรียนเริ่มด้วยกรณีศึกษา บริษัท GM ซึ่งเคยประสบความสำเร็จ เป็นบริษัทใหญ่อันดับ ๑ ของโลก แต่ บอร์ด ทำหน้าที่อย่างผิดพลาด ไม่ได้ทำหน้าที่ของ บอร์ด ที่ดี ทำให้บริษัทดำเนินธุรกิจผิดพลาด จนอาจจะต้องถึงกับล้มเลิกกิจการ การทำหน้าที่ของ บอร์ด ไม่มีประสิทธิผลเพราะ บอร์ด ตกอยู่ใต้การควบคุมของฝ่ายบริหาร บอร์ด ไม่ได้ทำหน้าที่ด้านกลยุทธ ปล่อยให้บริษัทตกอยู่ใต้อิทธิพลของสหภาพแรงงาน ต้องแบกภาระสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลทั้งของพนักงานและของพนักงานที่เกษียณอายุแล้ว จนตลอดชีพ ทำให้ต้นทุนการผลิตสูง และยังหลงผลิตรถขนาดใหญ่ กินน้ำมันมาก และคุณภาพด้านความทนทานต่ำ
วัฒนธรรมควบตำแหน่ง Chairman & CEO ทำให้มีโอกาสสูงที่ฝ่ายบริหารจะครอบงำฝ่ายกำกับดูแล ทำให้ฝ่ายกำกับดูแลทำหน้าที่อย่างไร้ประสิทธิผล วัฒนธรรมนี้เป็นของสหรัฐอเมริกา ในขณะที่ฝั่งยุโรปมีวัฒนธรรมแยกผู้ดำรงตำแหน่งทั้งสอง
ที่จริง วิกฤตในบริษัท GM นี่แหละที่ทำให้เกิดกติกาของ Corporate Governance ขึ้นในสหรัฐอเมริกา เป็นแม่แบบของ GC ในปัจจุบัน
แนวปฏิบัติเพื่อการปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิผลของคณะกรรมการ
สอนโดย อ. สุธรรม ส่งศิริ ซึ่งทำงานด้านการเงินในสหรัฐอเมริกาเป็นเวลานานมาก เพิ่งกลับมาอยู่ประเทศไทยเมื่อ ๓ ปีที่แล้ว ท่านอายุ ๗๑ ปีแล้ว แต่ยังแข็งแรงมาก และมีประสบการณ์สูงมาก
เป้าหมายของการปฏิบัติหน้าที่ของ บอร์ด คือ ความมั่นคงยั่งยืนขององค์กร
การทำหน้าที่อย่างมีประสิทธิผลของ บอร์ด มี ๕ องค์ประกอบที่มีอิทธิพลต่อกันและกัน คือ
๑. บอร์ด มีลักษณะที่ดี
BE = BS + BM + BP
BE = Board Effectiveness
BS = B Structure
BM = B Membership
BP = B Process
๒. การประชุม
๓. นโยบายกำกับดูแล มีเขียนไว้อย่างชัดเจน
๔. เกณฑ์ของ บอร์ด ที่มีประสิทธิผล
- สร้างบรรยากาศความร่วมมือใน บอร์ด
- สร้างวัฒนธรรมแห่งการคัดค้านอย่างเปิดเผย
- สับเปลี่ยนความรับผิดชอบ
- มีความมุ่งมั่นในการทำงาน
- รับผิดชอบ
- ทำหน้าที่ Fiduciary : CLOD คือ Duty of Care, D of Loyalty, D of Obedience และ D of Disclosure
๕. การประเมินการทำงานของ บอร์ด
Eval criteria : BE = 2BP + 2BS + 2BM
BE = Board Effectiveness
BP = B Policy & B Performance
BS = B Structure & B Style
BM = B Meetings & B Members
คณะกรรมการ
แนวปฏิบัติที่ดี มาจาก GM 1993
๑ คณะกกควรประกอบด้วย กก ภายนอกเป็นส่วนใหญ่
๒ กกอิสระควรเปนผู้เลือก lead directir
๓ กก อิสระควรมีการประชุมกันเองเปนประตำ
๔ คณะกกควรเปนผู้รับผิดชอบในการสรรหากก
๕ คณะกกควรกำหนดให้มีการประเมินผลงานของประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้บริหารระดับสูงเป็นประจำ
๖ คณะกกต้องเข้าใจและเป็นผู้อนุมัติกลยุทธระยะยาวของบริษัท
๗ กกควรให้ความสำคัญกับการแต่งตั้งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ซึ่งเปนหน้าที่ที่สำคัญที่สุดของคณะกก
ประสิทธิผลของกรรมการ
- ความอิสระ
- ความรู้ความสามารถ/สมรรถนะ
- พฤติกรรม : ฟังเปน ให้ความเหนเปน ไม่ระรานคนอื่น ไม่ครอบงำคนอื่น
แนวปฏิบัติเพื่อการปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิผลของตัวกรรมการ
สอนโดย ผศ. กริช อัมโภชน์ รองอธิการบดี ม. ธุรกิจบัณฑิตย์
ไฮไลท์ ของการเรียนช่วงนี้คือบทเรียนฝึกการประชุมโดยใช้ “หมวก ๖ ใบ” ของ Edward de Bono เป็นการใช้ทีละใบ ทำให้เกิดการประชุมที่รอบคอบ และทำให้มีบรรยากาศของความร่วมมือ กรรมการทุกคนได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็น สามารถให้ความเห็นแตกต่างกันโดยไม่ก่อความขัดแย้ง และใช้เวลาประชุมอย่างมีประสิทธิภาพ บรรลุข้อสรุปได้อย่างรวดเร็ว
วันนี้คือวันสุดท้าย การบ้าน กรณีศึกษา เป็นเครื่องมือรวมกลุ่มกันเรียนรู้ มีการเลือก ศ. ดร. พีรศักดิ์ วรสุนทโรสถ เป็นประธานรุ่น ๑๑๕
ผมได้โอกาสเป็นสมาชิกทั้ง ๒ รุ่นเสียเลย หวังได้ฟังการวิเคราะห์ของนักการเงิน และนักธุรกิจที่เป็นนักศึกษาในรุ่น ที่ได้รับมอบหมายให้เป็นวิทยากรวิเคราะห์ประเด็นสำคัญให้เพื่อนๆ ในรุ่นฟัง
วิจารณ์ พานิช
๒ เม.ย. ๕๒