ทดสอบจิต

  สวัสดีค่ะ ขออภัยที่ไม่ได้ร่ำลา เดินทางท่องเที่ยวประเทศไทยหลายวัน ตั้งแต่ 11 - 16 เมษายน 2552 ไปเที่ยวชมผืนแผ่นดินเกิด ที่ใครๆบอกว่า กำลังชะตาตก ร้อนเป็นไฟ แต่แท้จริงแล้ว น่าจะเป็นจิตเราเองที่ตกตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเสียมากกว่า เพราะทุกตารางนิ้วที่มีโอกาสได้ไปมา ยังมีความร่มเย็น สดชื่นเหมือนเดิมค่ะ

  กลับมาแล้ว ได้นำของฝากแปลกๆมาให้ชมกัน เป็นสิ่งที่อุบัติขึ้นอย่างมหัศจรรย์เหนือโลก แต่สุดท้าย ก็หนีไม่พ้นกฎไตรลักษณ์ ของโลกนี้ไปได้

  ผู้เขียนนำมักกะลีผล หรือนารีผลมาฝากค่ะ

      เช้าวันที่ 12 เมษายน 2552 ผู้เขียนได้ไปไหว้พระ ที่วัดพระนอนจักรสี วรวิหาร จ.สิงห์บุรี ที่มีพระนอนใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เป็นเวลาที่เช้ามากๆ ผู้คนยังเดินทางมาไม่ถึง จึงได้กราบพระ และเดินดูสิ่งต่างๆ อย่างสบาย สงบงันดีมากๆ และได้เดินไปพบตู้กระจกใส มีขวดแก้ว ใส่วัตถุรูปร่างคล้ายคน ดองอยู่ในน้ำมันจัน

มักกะลีผล หรือนารีผล นั่นเอง

มารู้ทำความรู้จักกับเธอสักหน่อยนะคะ

 เรื่องราวที่เคยรู้มาบ้าง จะได้ประติดประต่อ สมบูรณ์ขึ้น

     มักกะลีผล เป็นพืชที่ขึ้นในป่าหิมพานต์ ป่าหิมพานต์เป็นมิติที่ซ้อนอยู่กับโลกมนุษย์กล่าวว่าตั้งอยู่ ณ ยอดเขาหิมาลัย แล้วทอดลงต่ำมาจนซ้อนกับ โลกมนุษย์หลายแผ่นดิน โดยเฉพาะที่เรียกกันว่าสุวรรณภูมิ ที่นี่มีสิ่งที่เป็นกึ่งทิพย์อาศัยอยู่มากมาย และสิ่งที่อุบัติขึ้น ก็เป็นสิ่งที่แปลกไปกว่าในมนุษย์โลกด้วย ดั่งเช่น มักกะลีผล หรือนารีผล ที่เป็นพืชแท้ๆ แต่กลับมีผลเป็นเสมือนมนุษย์ สร้างความฟุ้งซ่านให้เกิดในอารมณ์ปุถุชนได้อย่างน่าประหลาดใจ

    มักกะลีผล มีขั้วที่ติดลำต้น อยู่ที่กลาางศรีษะ เหมือนขั้วมังคุต ผลมีขนาดเท่ามนุษย์ที่เป็นหญิงสาวอายุ 16 น่าอัศจรรย์ที่นารีผลช่างมีความงดงามไร้ที่ติ ราวเทพธิดา ใบหน้างามเป็นรูปไข่ ผมสีทองกระจ่าง ดวงตาดำมีประกายระยิบระยับราวกับเจือด้วยเกร็ดทองคำ ส่วนตาขาวสีฟ้าใส จมูกโด่งรับกับริมฝีปาก ลำคอเป็นปล้อง3 ปล้อง งามระหง ไม่มีไหนปลาร้า ช่วงอกเอิบอิ่มนวลเนียน ผิวพรรณตึงเต่งผ่องผุด เหมือนสีผลมะปรางสุก นิ้วมือเรียวกลมราวลำเทียน เสมอกันทุกนิ้ว ยกเว้น นิ้วหัวแม่มือ หลังมืออวบอิ่ม ข้อมือข้อเท้ากลมกลึงไร้ปุ่มกระดูกเช่นมนุษย์ทั่วไป

ที่สำคัญ นารีผลเมื่อผลเติบโตเต็มที่ จะมีกลิ่นที่หอมอบอวลไปแสนไกล

    นารีผลเป็นพืช ไม่ได้มีความวิเศษ ที่จะตอบสนองกิเลสใดๆได้ นารีผลจึงเป็นสิ่งที่อาจเป็นคุณหรือโทษ ต่อสายตาผู้พบเห็นเท่านั้น เช่น ฤาษี ชีไพร นักพรต ผู้บำเพ็ญตะบะแก่กล้า ก็มักจะเหาะมาป่าหิมพานต์ เพื่อชมนารีผล และเฝ้าสังเกตจิตตนว่า เมื่อได้ชมภาพนารีผลที่แสนงามนี้แล้ว กิเลสที่สงบระงับไปแล้ว และตะบะที่ว่าแกร่งกล้า จะแตกหรือไม่

และก็มีนักสิทธฺ์ หรือสัตว์วิเศษเช่น คนธรรพ์ วิทยาธร เหล่านี้ ล้วนตั้งใจมาเด็ด และอุ้มเอานารีผล ไปเชยชมให้สมใจ ตามแรงปรารถนา ที่ยังไม่หมดกามราคะ จากนั้นจึงค่อยกลับมาฝึกจิตตนใหม่

   แต่นารีผล ก็เป็นเพียงพืชชนิดหนึ่ง ถึงแม้จะมีผลที่ช่างประหลาดล้ำ ตราตรึงอารมณ์ ให้ผู้พบเห็นใฝ่ฝันใหลหลง ในที่สุด ผลของนารีผล ที่สูงสง่างาม สะโอดสะองราวสาวรุ่น แรกแย้ม ครั้นเวลาผ่านไป ผลนั้นก็ค่อยเหี่ยวเฉา แห้งเหือดลงไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายเหลือรูปร่างเพียงฟุต ดั่งภาพที่นำมาให้ชมนี้เท่านั้น

เล่าเรื่องนารีผล เป็นของฝากวันสงกรานต์ ขอให้มีความสุขกันทุกท่าน สติที่มั่นคง และตั้งมั่น ทำให้ได้พบสัจจะธรรมเสมอ

สวัสดีค่ะ