การวิจัยเรื่อง การประเมินการจัดการศึกษาพิเศษเรียนร่วม ตามโครงสร้างซีท(SEAT FRAMWORK)
โรงเรียนวัดทรัพย์สโมสร ปีการศึกษา 2550 สำนักงานเขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร
ผู้วิจัย นางวัลยา สุวรรณธาตรี รองผู้อำนวยการโรงเรียนวัดทรัพย์สโมสร
บทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้ มีความมุ่งหมายเพื่อประเมินงานการจัดการศึกษาพิเศษเรียนร่วม ปีการศึกษา
2550 ของโรงเรียนวัดทรัพย์สโมสร ดังนี้ 1) การดำเนินงานจัดการศึกษาพิเศษเรียนร่วม ปีการศึกษา
2550 เกี่ยวกับกระบวนการปฏิบัติงานและผลการปฏิบัติงาน 2) ประเมินการมีส่วนร่วมของบุคลากรในสถานศึกษา และนอกสถานศึกษาในการบริหารจัดการศึกษาพิเศษเรียนร่วม ปีการศึกษา 2550 ของ
โรงเรียนวัดทรัพย์สโมสร
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ ครูผู้สอน 18 คน คณะกรรมการจัดการศึกษาพิเศษเรียนร่วม
12 คน ผู้ปกครองเด็กพิเศษ 42 คน และกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน 14 คน รวมทั้งสิ้น 86 คน การสุ่มตัวอย่างใช้วิธีการแบ่งชั้นภูมิ (Stratification) ร่วมกับวิธีแบบบังเอิญ (Accidental Sampling) ตามโควตา (Quota Sampling) จนครบจำนวน เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบประเมินการดำเนินงานจัดการพิเศษเรียนร่วมที่ปรับมาจากแบบประเมินตนเอง ในการดำเนินงานตามโครงการโรงเรียนแกนนำจัดการเรียนร่วม ปีการศึกษา
2547 ของสำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน แบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น
การวิเคราะห์ข้อมูล โดยการนำข้อมูล มาคำนวณค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน เปรียบเทียบกับเกณฑ์ที่กำหนด
ผลการศึกษาพบว่า การดำเนินการจัดการศึกษาพิเศษเรียนร่วมมีนักเรียนที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาการเรียนรู้ร้อยละ 72.22 รองลงมา คือ ความบกพร่องทางพฤติกรรมร้อยละ 11.11สำหรับกระบวนการปฏิบัติงาน โดยภาพรวมด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมและด้านเครื่องมือถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี โดยได้คะแนนในระดับ 3.00 และ 2.45 ตามลำดับ รองลงมาคือด้านการเรียนการสอนที่อยู่เกณฑ์พอใช้มีคะแนนในระดับ2.30 แต่เมื่อพิจารณาในรายละเอียดพบว่ากิจกรรมการสอนนอกห้องเรียน การรับนักเรียนพิการหรือมีความบกพร่องเข้าเรียน การจัดตารางเวลาให้บริการสอนเสริมอยู่ในเกณฑ์ดี ซึ่งสอดคล้องกับผลการปฏิบัติงานที่การปรับเปลี่ยนกระบวนการเรียนการสอน การเสริมสร้างทักษะการปฏิบัติของครูและผู้ที่เกี่ยวข้อง การมีทีมงานเฉพาะให้คำแนะนำปรึกษาช่วยเหลืออยู่ในเกณฑ์ดีที่คะแนน 2.50 2.66 และ 3.00
ตามลำดับ
การจัดการศึกษาพิเศษเรียนร่วม นับเป็นการจัดการเรียนรู้ที่ต้องยกย่องเป็นอย่างยิ่ง และเป็นการเปิดโอกาสการเรียนรู้ให้กับเด็กโดยเท่าเทียมกัน ขอชื่นชมผู้เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนรู้ให้กับเด็กที่มีลักษณะพิเศษนี้ครับผม
ขอชื่นชม เก่งมาก
เรื่องน่าสนใจมากอ่านแล้ว
อ่านแล้วเก่งมาก มีประโยชน์ต่อวงการศึกษาโดยเฉพาะการจัดการศึกษาพิเศษเรียนร่วม
อ่านแล้วเรื่องน่าสนใจมาก ชื่นชมในความตั้งใจ ดูแลเด็กเหล่านี้ เป็นกำลังใจให้นะ
อ่านแล้ว มีประโยชน์ต่อวงการศึกษาโดยเฉพาะการจัดการศึกษาพิเศษเรียนร่วม ขอให้ดูแลเด็กเหล่านี้ต่อไปนะ เป็นกำลังใจให้
การจัดการศึกษาพิเศษเรียนร่วม นับเป็นการจัดการเรียนรู้ที่ต้องยกย่องเป็นอย่างยิ่ง และเป็นการเปิดโอกาสการเรียนรู้ให้กับเด็กโดยเท่าเทียมกัน ขอชื่นชมผู้เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนรู้ให้กับเด็กที่มีลักษณะพิเศษนี้ อดทนต่อไป ผลบุญจะส่งให้ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน
ได้เป็น ผอ.ไวๆๆๆนะ
ชื่นชมในผลงาน ขอให้ผ่านนะ เป็นกำลังใจให้
เรื่องน่าสนใจ ไม่มีใครเหมือน ตั้งใจต่อไปนะ
เยี่ยมมากๆๆ ชื่นชมในความตั้งใจ ผลงานดี
เก่งสุด
โรงเรียนกทม.มีโครงการแบบนี้ทุกโรงไหมคะ อยากให้กทม.ส่งเสริมโอกาสกับน้อง ๆ เด็กพิเศามาก ๆๆ ค่ะ
น่าสนใจมากค่ะ
ดิฉันเป็นรองผู้อำนวยการโรงเรียนเรียนร่วมเหมือนกัน และกำลังจะทำผลงานทางวิชาการเกี่ยวกับเรื่องนี้ เป็นไปได้ไหมอยากได้ไฟล์งานวิจัยทั้งเล่ม ไม่ทราบว่าตอนนี้ได้เผยแพร่ผลงานหรือยัง ถ้ายังก็ไม่เป็นไร ขอบคุณค่ะ
อ่านแล้วมีประโยชน์ต่อการจัดการศึกษา ชื่นชมในความตั้งใจดีท่ีจะพัฒนาเด็กพิการเรียนร่วม ขอให้ดำเนินการต่อไปนะคะ
เพื่อเด็กพิการเรียนร่วมจะได้มีชีวิตท่ีดีขึ้น