|
|
![]() |
บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของงานฐานข้อมูล เว็บศูนย์รวม "สถาบันโยคะวิชาการ" (เข้าสู่หน้าเว็บไซด์ที่นี่ค่ะ) |
โยคะช่วยรับมือกับอาการปวดหลังปกติได้อย่างไร
ณัฏฐ์วรดี ศิริกุลภัทรศรี ศันสนีย์ นิรามิษ
(เข้าอ่านบทความของนักเขียนที่นี่)
โยคะสารัตถะ
ฉ.: ม.ค.'๕๒
อาการบาดเจ็บส่วนใหญ่ไม่ทำให้เป็นอันตรายถึงตาย
แต่จะเกี่ยวกับกล้ามเนื้อโครงสร้างของร่างกาย ได้แก่ กระดูก,
กล้ามเนื้อ, เอ็นยึดระหว่างกล้ามเนื้อกับกระดูก, ข้อต่อ และ
เอ็นยึดระหว่างกระดูกับกระดูก
จากการศึกษาพบว่าอาการปวดหลังส่วนใหญ่จากการอักเสบของเส้นประสาทที่มาจากหลังไล่ลงมาตามแนวกระดูกทำให้กล้ามเนื้อเกร็ง
การอักเสบนี้อาจเกิดจากความเครียด, กิจกรรมต่างๆ,
ปัญหาที่เกิดจากกระดูกสันหลัง หรือเป็นโรคหมอนรองกระดูกสันหลังยื่น
(Herniated Disc) สาเหตุอื่นๆ อาจเกิดจากไตติดเชื้อ, แผลเปื่อย,
อาการปวดจากระบบกระเพาะอาหารและลำไส้,
ปัญหาจากอวัยวะที่เกี่ยวกับการสืบพันธุ์ หรือ อวัยวะภายในอื่นๆ
ทำงานผิดปกติ รวมถึงโรคมะเร็งด้วย
การบาดเจ็บเหล่านี้อาจจะอยู่ในรูปของการเคล็ดขัดยอก, ตึง,
โรคหมอนรองกระดูกสันหลังยื่น,
โรคปวดร้าวที่เกิดจากสะโพกจนถึงปลายเท้า, โรคกระดูกสันหลังคด,
โรคกระดูกพรุน หรือ การบาดเจ็บที่กระดูกละข้อต่อ เช่น
โรคข้อเสื่อมและโรคปวดเมื่อยตามตัวเรื้อรังการตึงและเคล็ดขัดยอก
อาการบาดเจ็บของหลังโดยปกติทั่วไป คือ การตึงและเคล็ดขัดยอก
ซึ่งส่วนใหญ่เิกิดจากการเหยียดหลังมากเกินไป, ก้มตัวฉับพลัน,
การเปลี่ยนท่ากระทันหัน และ
การกระแทกชนกับคนอื่นซึ่งเกิดบ่อยขณะเล่นกีฬา
โรคหมอนรองกระดูกสันหลังยื่น (Herniated
Disc)
(ดูภาพขยายที่นี่)
อาการหลังบาดเจ็บอื่นๆที่ทำให้ปวดรุนแรงและต้องการการรักษาอย่างมากคือโรคหมอนรองกระดูกสันหลังยื่น
มักจะทำให้ร่างกายอ่อนแรง ซึ่งอาการบ่งชี้โรคนี้ได้แก่
กล้ามเนื้อไร้ความรู้สึกหรือรู้สึกซ่าที่ขาและเท้า,
กล้ามเนื้อกระตุกหรือตะคริว, ปวดร้าวจากสะโพกถึงปลายเท้า,
ขาใช้งานไม่ได้ และปวดหลังอย่างรุนแรง การสูบบุหรี่,
ขาดการออกกำลังกาย, ลดน้ำหนักไม่ถูกวิธี, อายุ
และการอยู่ในท่าผิดปกติทำให้คุณเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคนี้
กิจกรรมเช่นการยกของในท่าที่ไม่ถูกต้อง, บิดตัว
และการทำกิจกรรมประจำวันที่เสียหายต่อเนื่องเป็นเวลานาน
ก็จะช่วยเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดอาการบาดเจ็บที่หลังได้
โรคหมอนรองกระดูกสันหลังยื่นนี้อาจจะเกิดขึ้นอย่างฉับพลันหรือค่อยๆเพิ่มทีละอาทิตย์หรือเดือน
จะส่งผลต่อกระดูกสันหลังส่วนเอวอีกด้วย
โรคกระดูกพรุน (Osteoporosis)
(ดูภาพขยายที่นี่)
โรคกระดูกพรุนเป็นอาการป่วยของหลังที่เกิดได้โดยไม่มีอาการบ่งชี้
เป็นอาการผิดปกติที่กระดูกเปราะบางผิดปกติ,
ความหนาแน่นของกระดูกน้อยทำให้เนื้อกระดูกลดลง
หรือมีเชื้อโรคและความผิดปกติต่าง อาการของโรคนี้ได้แก่ สะโพก,
กระดูกสันหลัง, ข้อมือ หรือส่วนอื่นๆของร่างกายแตกหัก
กระดูกสันหลังโค้งงอและความสูงลดลง โรคกระดูกพรุนไม่สามารถรักษาได้
แต่ควบคุมและป้องกันได้
โรคนี้มักเกิดกับผู้สูงอายุซึ่งคนทั่วไปมักไม่รู้จนกระทั่งมีการหักของกระดูกเกิดขึ้น
ปัจจัยความเสี่ยงของโรคนี้ได้แก่ เพศ, เชื้อชาติ,
รูปแบบการดำเนินชีวิต และพันธุกรรม
โรคกระดูกพรุนมักเกิดกับผู้หญิงมากกว่าผู้ชายเพราะผู้หญิงมีเนื้อกระดูกน้อยกว่า,
มีภาวะหมดประจำเดือน และอายุยืนกว่า
ผู้หญิงที่มีกระดูกน้อยจะมีความเสี่ยงสูงกว่า
คนเอเชียและคนผิวขาวจะมีความเสี่ยงสูงกว่าคนผิวดำ
การลดน้ำหนักผิดวิธี, สูบบุหรี่, ดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป
และไม่ค่อยออกกำลังกายจะทำให้มีความเสี่ยงสูง
ผู้ที่มีปัญหากับโรคนี้หรือมีประวัติคนในครอบครัวเคยเป็นมาก่อน เช่น
กลุ่มอาการคุชชิ่ง (Cushing syndrome), โรคต่อไทรอยด์ทำงานมากเกินไป
(Hyperthyroidism), โรคต่อมพาราไทรอยด์ทำงานมากเกินไป
(Hyperparathyroidism)
และกระบวนการเผาผลาญอาหารอื่นๆและระบบกระเพาอาหารและลำไส้ทำงานผิดปกติก็มีแนวโน้มทำให้เป็นโรคกระดูกพรุนสูง
โรคกระดูกสันหลังคด (Scoliosis)
(ดูภาพขยายที่นี่)
โรคกระดูกสันหลังคดเป็นอาการหลังอีกโรคที่มีผลกับคนเป็นล้านทั่วโลก
เห็นได้จากความโค้งทางด้านข้างของกระดูกสันหลังที่ผิดปกติ
อาจเป็นข้างซ้ายหรือข้างขวาก็ได้
ซึ่งคำนี้เกิดจากภาษากรีกที่หมายถึงความโค้ง
โรคนี้ไม่ค่อยเกิดในวัยผู้ใหญ่ แต่จะเกิดตั้งแต่วัยเด็ก
ผู้ใหญ่ที่เป็นโรคกระดูกสันหลังคดมักจะเป็นมาตั้งแต่เด็กแต่ไม่สามารถหาสาเหตุหรือการรักษาได้
สาเหตุทั่วไปเกิดตั้งแต่ตอนเด็ก,
การพัฒนาไม่สมส่วนของข้อต่อกระดูกสันหลัง
หรืออาจจะเกิดจากสาเหตุทั้งคู่ที่กล่าวมา
ความโค้งของกระดูกสันหลังที่คดงอจะพบในกระดูกสันหลังส่วนเอวหรือส่วนอกหรือพบทั้งสองส่วน
อาการจะแย่ลงไปอีกหากไม่ทำการรักษา
และอาจเป็นสาเหตุให้หลังโค้งผิดรูปหรือหลังโกงได้
โดยปกติจะไม่มีอาการปวด
โรคกระดสันหลังคดสามารถป้องกันได้จากการหมั่นออกกำลังกาย
ในกรณีที่ผิดปกติรุนแรง
กระดูกสันหลังอาจจะหมุนและทำให้เห็นซี่โครงที่ยื่นออกจากด้านข้างของร่างกายเด่นชัด
ทำให้มีช่องว่างระหว่างช่องของซี่โครง ทำให้หายใจลำบาก
การรักษาของโรคกระดูกสันหลังคดอาจใช้การรัดหรือผ่าตัด
วิธีอื่นๆเช่นการกระตุ้นกล้ามเนื้อด้วยคลื่นไฟฟ้า,
การบำบัดด้วยวิธีการจับกระดูกสันหลัง และการออกกำลังกาย
ถึงแม้การออกกำลังกายจะไม่ช่วยได้ทั้งหมดแต่สามารถช่วยสุขภาพร่างกายโดยรวมให้ดีได้
โรคปวดร้าวที่เกิดจากสะโพกถึงปลายเท้า
(Sciatica)
(ดูภาพขยายที่นี่)
โรคบาดเจ็บหลังอื่นๆได้แก่ โรคปวดร้าวที่เกิดจากสะโพกจนถึงปลายเท้า,
โรคข้อเสื่อม (Osteoarthritis) และโรคปวดเมื่อยตามตัวเรื้อรัง
(Fibromyalgia)
โรคปวดร้าวที่เกิดจากสะโพกถึงปลายเท้าอาจเกิดจากโรคหมอนรองกระดูกสันหลังยื่น,
โรคข้อต่อกระดูกเชิงกรานอักเสบ (Sacroiliitis), กลุ่มอาการ Lumbar
Facet Joint Syndrome, กลุ่มอาการ Piriformis Syndrome, กลุ่มอาการ
Iliolumbar Syndrome และโรคโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบบริเวณเอว (Lumbar
Spinal Stenosis) อาการปวดร้าวตามเส้นประสาทไซแอ็ททิค (Sciatic Nerve)
โดยเริ่มจากสะโพกไปจนถึงด้านหลังขา
อาการปวดนี้อาจทำให้ไร้ความรู้สึกและซ่าหรือปวดบริเวณกระเบนเหน็บ
โดยจะปวดบริเวณต้นขาด้านหน้า, ขาช่วงล่าง
หรือเท้าซึ่งจะปวดมากกว่าส่วนหลังช่วงล่าง
โรคข้อเสื่อมและโรคปวดเมื่อยตามตัวเรื้อรังเป็นอีกรูปแบบหนึ่งของโรคข้อต่ออักเสบ
การรักษาอาการปวดหลังเหล่านี้ได้แก่ การบำบัด, ออกกำลังกาย,
เปลี่ยนรูปแบบการดำเนินชีวิต หรือบางครั้งอาจจะต้องทำการผ่าตัด
โยคะเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่ช่วยให้ระบบกล้ามเนื้อและกระดูกหลังเหยียดยืด
โยคะช่วยในการควบคุมและป้องกันเหตุการณ์ต่างๆของการบาดเจ็บหลังที่นำไปสู่การบาดเจ็บเรื้อรังหรือฉับพลันได้
การฝึกโยคะช่วยให้หาสาเหตุของปัญหาหลังจากผ่านการบาดเจ็บฉับพลันได้
การลดอาหารที่ถูกต้องและการงดบุหรี่เป็นส่วนหนึ่งของวิถีโยคะ
จะช่วยฟื้นฟูร่างกายได้สะดวกรวดเร็วขึ้น
และป้องกันโรคกระดูกพรุนและโรคหมอนรองกะดูกสันหลังยื่น
อาสนะช่วนปรับกล้ามเนื้อหลังของคุณให้เหมาะสม, ยืดหยุ่น,
บรรเทาความปวด และพัฒนาท่าทางของคุณได้
วิถีแห่งโยคะและท่าการฝึกของโยคะ
เมื่อรวมกับการรักษาทางการแพทย์จะช่วยลดอาการปวดหลังลงได้
- โยคะช่วยรับมือกับอาการปวดหลังปกติได้อย่างไร (๑) (เข้าอ่านที่นี่)
- โยคะช่วยรับมือกับอาการปวดหลังปกติได้อย่างไร (๒)
- ท่าอาสนะสำหรับผู้ที่มีหลังที่ยืดหยุ่นและแข็งแรง (๓) (เข้าอ่านที่นี่)
-

มูลนิธิหมอชาวบ้าน 2
220/101 ซอยรามคำแหง 36/1 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ 10240
โทรศัพท์ 02-732-2016 - 17, โทรสาร 02-732-2811 มือถือ 081-401-7744 ;
E-mail: [email protected] ; www.thaiyogainstitute.com


สวัสดี ปีใหม่ไทยค่ะ
อ.ขจิต
ข้อมูลที่แตงได้ ก็นำมาจาก "โยคะสารัตถะ" ค่ะ
กำลังนำงานทั้งหมดของจดหมายข่าวฯ ลงระบบ เพื่อสะดวกในการเรียกอ่านค่ะ
อาจารย์สามารถเข้าเลือกอ่านได้โดยตรงจาก
"เว็บศูนย์รวม สถาบันฯ" (เข้าที่นี่ค่ะ)
อาจารย์รักษาสุขภาพมากๆ นะคะ
ลูกหลานเป็นห่วง....ค้าาาาาาาาาา
สวัสดี ปีใหม่ไทยค่ะ
อ.ประจักษ์
อาจารย์แวะเข้ามา blog แตงมีสีสรรเลยค่ะ
เป็นเอกลักษณ์ของอาจารย์เลยนะคะเนี่ย
ระลึกถึงอาจารย์เสมอนะคะ
รักษาสุขภาพมากๆ นะคะ
อืม ตอนนี้คุณพ่อเค้าปวดกล้ามเนื้อที่ขามากเลยค่ะ ไม่ทราบว่า สาเหตุมาจากไหนค่ะ ท่านอายุ55แล้ว ถ้าที่ท่าโยคะ ที่พอช่วยได้ รบกวนช่วยส่งมาให้ด้วยนะคะ หรือข้อมูลอื่นช่วยแนะนำให้ด้วยค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณเมย์ [IP: 58.8.132.153]
ได้แนะนำท่าอาสนะ ไว้ใน บันทึกนี้ต่อเนื่องในส่วนที่ ๓ แล้วนะคะ
เข้า อ่านได้ที่
ท่า อาสนะ สำหรับผู้ที่มีหลังที่ยืดหยุ่นและแข็งแรง (๓) (เข้าอ่านที่นี่)
หรือว่าถ้าท่านปวดหลังมากๆ ควรจะปรึกษาแพทย์นะคะ
เพราะท่าโยคะอาสนะ ถ้าทำไม่ถูกวิธีอาจจะบาดเจ็บมากขึ้นค่ะ