เด็กที่ครูไม่ต้องการบางคน อาจมีคุณธรรมสูงส่งกว่าเด็กดี ๆ ที่ใคร ๆ ต่างชื่นชมก็เป็นได้

 

เด็กที่ครูไม่ต้องการ

ช่วงนี้โรงเรียนมัธยมทั่วประเทศกำลังรับสมัครนักเรียน  ระดับชั้น ม.๑ และ ม.๔ ในระหว่างวันที่ ๑๔ – ๑๘  มีนาคม  ๒๕๕๒

 

โรงเรียนผู้เขียนเป็นโรงเรียนมัธยมประจำอำเภอ   เปิดสอนตั้งแต่ ม.๑ – ม.๖    การรับสมัครนักเรียนชั้น ม.๔  จะมีเด็กเก่าที่จบ ชั้น  ม.๓  แล้วมาสมัครเรียนต่อจำนวนมาก

 

วันนี้เดินผ่านสถานที่รับสมัคร  เหลือบไปเห็นนักเรียนที่เกเรมากคนหนึ่ง   ในใจก็รู้สึกหงุดหงิด   จะมาเรียนต่อทำไมนะ   เพราะวีรกรรมที่เขาก่อไว้ยังฝังใจครูหลายเรื่อง         และเชื่อว่าเด็กคนนี้ครูทั้งโรงเรียนก็คงไม่มีใครต้องการอย่างแน่นอน

 

คิดไปคิดมาก็รู้สึกตำหนิตัวเองที่ขาดจิตเมตตา   ขณะเดียวกันก็รู้สึกสงสารเด็กนะ  ถ้าเขารู้ว่ามีแต่ครูรังเกียจเขา   เขาก็คงจะเสียใจไม่น้อยทีเดียว

 

กว่าเด็กสักคนจะเติบโต  จากทารก  จนก้าวสู่วัยรุ่น      เขาต้องผ่านเรื่องราวมากมายในชีวิต  ผ่านสิ่งแวดล้อมและการซึมซับเรื่องราวต่าง ๆ  ทั้งดีและร้าย    เบื้องหลังนิสัยที่ก้าวร้าว  พูดมาก  ขาดระเบียบวินัย  และไม่ตั้งใจเรียน     เขามีความทุกข์และแรงกดภายในอะไรบ้าง ?  มีครูสักกี่คนที่พยายามสืบค้น  หาที่มาและคอยช่วยเหลือ  ?

 

เราอดหวนคิคถึงเรื่องสั้น  “เด็กที่ครูไม่ต้องการ”  ที่เคยอ่านในวัยเยาว์ไม่ได้   จำได้ว่ามีเด็กเกเรคนหนึ่ง   ลักกระเป๋าสตางค์ของครูไป   ลักขโมยสิ่งต่าง ๆ  ของโรงเรียนเป็นประจำ  จนใคร ๆ ก็เอือมระอา   

 

  วันหนึ่งครูประจำชั้นไปที่บ้านเด็กเพราะขาดเรียนไปหลายวัน    ได้พบยายเด็กเล่าให้ฟังว่าอยู่กันลำพังสองคนยายหลาน  พ่อแม่ทอดทิ้งเด็กตั้งแต่แบเบาะ  วันนี้เด็กไม่อยู่ต้องไปรับจ้างทำงานพิเศษ     เด็กคนนี้เป็นคนกตัญญูมาก   คอยดูแลหาอาหารให้ยายกิน  เวลาไม่สบายก็คอยเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดเสมอ    แม้แต่ยาที่กินอยู่ก็ไปขอครูมาให้    ถ้าไม่มีเด็กคนนี้ยายคงตายไปนานแล้ว 

 

คุณครูมองกระป๋องยาและจำได้ว่าเป็นยาที่โรงเรียนซึ่งเด็กลักมา    แล้วคุณครูก็นึกถึงตนเองที่ไม่เคยไปเยี่ยมบุพการีหลายปีแล้ว   รู้สึกละอายใจและคิดว่าในวันหยุดนี้ต้องกลับไปเยี่ยมพ่อแม่บ้าง

 

            ในความจริงของชีวิต   คงไม่มีใครที่เลวบริสุทธิ์  หรือดีจนไม่มีที่ติ    เด็กที่ครูไม่ต้องการบางคน   อาจมีคุณธรรมสูงส่งกว่าเด็กดี ๆ ที่ใคร ๆ  ต่างชื่นชมก็เป็นได้  

                          “เด็กเด็กเหมือนผ้าขาว        ผู้ใหญ่เราเปรียบเช่นสี

                   แต่งแต้มให้พอดี                        ผ้าขาวนี้สีงดงาม”

             ..........................................................................................

                                                                             วราภรณ์   ธรรมทิพย์สกุล

                                                                                  ๑๗  มีนาคม  ๒๕๕๒