Archanwell
รศ.ดร. พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร

กรณีศึกษานางสาวคำเอ้ย นายใส่ (ตอนที่ ๑) : เธอมีเลขประจำตัวบุคคล ๑๓ หลักขึ้นต้นด้วยเลข ๐ แล้วยัง ? เธอได้มาซึ่งบัตรบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนแล้วยัง ?


คำเอ้ยเป็นแรงงานต่างด้าวเทียมเช่นกัน เพราะมิใช่ตัวแรงงานต่างด้าวเอง เป็นเพียงผู้ติดตามแรงงานต่างด้าว กล่าวคือเป็นบุตรของแรงงานจากพม่าที่มาขึ้นทะเบียนแรงงานกับกระทรวงแรงงานไทย แต่ก็ปฏิเสธว่า คำเอ้ยไม่มีสถานะเป็นแรงงานมิได้ เพราะคำเอ้ยถูกบันทึกในทะเบียนทะเบียนประวัติประเภท แรงงานต่างด้าวจากพม่า แม้ในชีวิตจริง เธอยังเป็นนักเรียน มิใช่คนทำงาน นอกจากนั้น เมื่อฟังว่าคำเอ้ยเป็นเยาวชนในสถาบันการศึกษาไทย กล่าวคือ โรงเรียนบ้านท่าตอน อันทำให้คำเอ้ยซึ่งยังดูเหมือนไร้สัญชาติโดยข้อเท็จจริง หรือเสมือนไร้สัญชาติ คำเอ้ยจึงตกเป็นบุคคลเป้าหมายของยุทธศาสตร์เพื่อการจัดการสถานะและสิทธิของบุคคลตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๘ มกราคม พ.ศ.๒๕๔๘ อันทำให้คำเอ้ยมีสิทธิที่จะได้รับการบันทึกชื่อในทะเบียนราษฎรไทยในสถานะ “บุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน” และเปลี่ยนเลขประจำตัวบุคคล ๑๓ หลักที่ขึ้นต้นด้วยเลข ๐๐ เป็น ๐ ดังนั้น เราจึงจะต้องทราบว่า คำเอ้ยได้รับการปรับเลขประจำตัวบุคคลตามกฎหมายทะเบียนราษฎรไทยแล้วหรือยัง ??

…………………………….

ข้อเท็จจริงของคำเอ้ย

…………………………….

  • เธอเกิดเมื่อพ.ศ. ๒๕๓๗  (ปรากฏตาม ท.ร.๓๘/๑) ปัจจุบันอายุ ๑๕ ปี
  • สถานที่เกิด ก็คือ บ้านลม ตำบลบ้านลม อำเภอเชียงตุง จังหวัดเชียงตุง ประเทศพม่า
  • เธอติดตามนางนวลมารดาเข้ามาในประเทศไทยทางอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เมื่อ พ.ศ.๒๕๔๕ ซึ่งคำเอ้ยมีอายุเพียง ๘ ปี ในช่วงเวลาที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย
  • เมื่อมารดาได้แสดงตนเพื่อขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวกับกระทรวงแรงงานไทย คำเอ้ยก็ได้ร้องขอขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวนี้ในสถานะของผู้ติดตามแรงงาน เธอจึงมีเอกสารรับรองรายการทะเบียนประวัติของคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ (ท.ร.๓๘/๑) เช่นเดียวกับมารดา โดยเลขประจำตัวบุคคล ๑๓ หลักที่เธอได้รับ ก็คือ  เลขประจำตัว ๑๓ หลักขึ้นต้นด้วย ๐๐
  • ปัจจุบัน คำเอ้ยเรียนหนังสืออยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ โรงเรียนบ้านท่าตอน

…………………………….

ข้อเท็จจริงของบิดาของคำเอ้ย

…………………………….

  • บิดาชื่อนายยี่ นายใส่
  • ปัจจุบัน นายยี่เสียชีวิตแล้ว

…………………………….

ข้อเท็จจริงของมารดาของคำเอ้ย

…………………………….

  • มารดา ชื่อนางนวล นาใส่
  • เธอเกิดเมือ  พ.ศ.๒๕๑๗ ที่เชียงตุง  ประเทศพม่า
  • เข้ามาในไทย จากอำเภอแม่สาย  เมือพ.ศ.๒๕๔๕ โดยเข้ามาอยู่บ้านเลขที่  ๓๘๕   บ้านท่าตอน  อำเภอแม่อาย  จังหวัดเชียงใหม่ 
  • นวลมาอยู่ที่แม่สายได้ ๒ ปีก็ย้ายมาอยู่บ้านท่าตอน  อำเภอแม่อาย  จังหวัดเชียงใหม่   
  • ต่อจากนั้นได้ไปทำงานที่ฟาร์มวัวที่บ้าน ปงตำ  อำเถอไชยปราการ
  • เธอร้องขอขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวใน พ.ศ.๒๕๔๗ จึงได้รับการบันทึกชื่อในทะเบียนประวัติตามกฎหมายไทยว่าด้วยการทะเบียนราษฎรประเภทแรงงานต่างด้าว (ท.ร.๓๘/๑)  เมื่อ พ.ศ.๒๕๔๘  นวลได้รับการบันทึกในแบบรับรองการทะเบียนประวัติของคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษซึ่งอำเภอไชยปราการ
  • อำเภอไชยปราการออกบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยตามกฎหมายไทยว่าด้วยการทะเบียนราษฎรให้แก่นวล โดยเลขประจำตัวบุคคล ก็คือ เลขประจำตัว ๑๓ หลักด้วยเลข ๐๐
  • แบบรับรองรายการทะเบียนประวัติของคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ (ท.ร.๓๘/๑) ที่อำเภอไชยปราการออกให้แก่นวลระบุว่า เธอมีสัญชาติพม่า และอาศัยอยู่ที่บ้านเลขที่ ๑๑  หมู่  ๒ ตำบลปงตำ  อำเภอไชยปราการ  จังหวัดเชียงใหม่ 
  • ต้องตรวจสอบว่า นวลมีใบอนุญาตทำงานไหม ??
  • นวลเล่าว่า มีมีบัตรประชาชนพม่า แต่ไม่ได้นำเข้ามาในไทย

…………………………….

จุดเกาะเกี่ยวระหว่างคำเอ้ยกับประเทศไทย

…………………………….

  • เมื่อคำเอ้ยอาศัยอยู่จริงในประเทศไทยในปัจจุบัน คำเอ้ยจึงมีจุดเกาะเกี่ยวกับประเทศไทยโดยหลักดินแดนภายหลังการเกิด

…………………………….

จุดเกาะเกี่ยวระหว่างคำเอ้ยกับประเทศพม่า

…………………………….

  • เมื่อคำเอ้ยเกิดในประเทศพม่า  คำเอ้ยจึงมีจุดเกาะเกี่ยวโดยการเกิดโดยหลักดินแดนกับประเทศพม่า
  • แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อฟังว่า มารดามีสถานะเป็นคนสัญชาติพม่า ย่อมเป็นคนในทะเบียนราษฎรของรัฐพม่า คำเอ้ยจึงมีจุดเกาะเกี่ยวกับรัฐพม่าโดยการเกิดโดยหลักสืบสายโลหิตจากมารดา
  • ในปัจจุบัน คำเอ้ยไม่มีจุดเกาะเกี่ยวกับประเทศพม่าโดยหลักดินแดนเพราะไม่ได้อาศัยอยู่จริงในประเทศพม่า

…………………………….

สถานะบุคคลของคำเอ้ยตามกฎหมายพม่าว่าด้วยสัญชาติพม่า

…………………………….

  • เราอาจชี้ได้ชัดเจนว่า คำเอ้ยอาจมีสิทธิในสัญชาติพม่าโดยการเกิดโดยหลักสืบสายโลหิต เพราะเมื่อมารดามีสถานะเป็นคนสัญชาติพม่า และเป็นคนในทะเบียนราษฎรของรัฐพม่า คำเอ้ยจึงมีจุดเกาะเกี่ยวกับรัฐพม่าโดยการเกิดโดยหลักสืบสายโลหิตจากมารดา
  • เมื่อคำเอ้ยเกิดในประเทศพม่า  เราก็ต้องชี้ว่า คำเอ้ยมีสัญชาติพม่าโดยหลักดินแดน
  • เรายังไม่ทราบว่า บุพการีของคำเอ้ยได้เพิ่มชื่อของคำเอ้ยในทะเบียนราษฎรของรัฐพม่า ข้อเท็จจริงนี้ จึงเป็นเรื่องที่เราต้องสืบค้นต่อไป

…………………………….

สถานะบุคคลของคำเอ้ยตามกฎหมายไทยว่าด้วยสัญชาติไทย

…………………………….

  • เราชี้ได้ชัดเจนว่า คำเอ้ยไม่มีสัญชาติไทยโดยการเกิดอย่างแน่นอน เพราะคำเอ้ยมิได้เกิดในประเทศไทยและบุพการีก็ไม่มีสัญชาติไทยหรือเป็นคนต่างด้าวที่มีสิทธิอาศัยถาวรในไทย 
  • แต่ภายหลังการเกิด คำเอ้ยก็อาจร้องขอสิทธิในสัญชาติไทยภายหลังการเกิด ซึ่งอาจจะเป็นสัญชาติไทยโดยการสมรส หากมีคู่สมรสเป็นคนสัญชาติไทย หรืออาจจะเป็นสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติ หากคำเอ้ยแสดงให้ประจักษ์ถึงความกลมกลืนระหว่างคำเอ้ยและประเทศไทย

…………………………….

สถานะบุคคลตามกฎหมายไทยว่าด้วยคนเข้าเมือง

…………………………….

  • เราไม่ทราบว่า มารดาของคำเอ้ยมีสิทธิอาศัยชั่วคราว เนื่องจากเราไม่ทราบว่า นวลได้ร้องขอทำใบอนุญาตทำงานหรือไม่ ?
  • หากเราฟังข้อเท็จจริงได้ว่า นวลมีใบอนุญาตทำงานตามกฎหมายไทยว่าด้วยการทำงานของคนต่างด้าว เราก็ต้องชี้ว่า นวลย่อมมีสิทธิอาศัยชั่วคราว และมีสถานะเป็นแรงงานต่างด้าวที่ขึ้นทะเบียนแรงงานอย่างถูกต้องตามมติคณะรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดระบบแรงงานต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฎหมาย แต่อย่างไรก็ตาม ความเป็นคนต่างด้าวที่มีสิทธิอาศัยชั่วคราวของมารดาไม่อาจขยายถึงสิทธิอาศัยตามกฎหมายคนเข้าเมืองของคำเอ้ย ซึ่งมีสถานะเป็น “ผู้ติดตามแรงงาน” 
  • แต่แม้จะฟังข้อเท็จจริงว่า นวลไม่มีใบอนุญาตทำงานตามกฎหมายไทยว่าด้วยการทำงานของคนต่างด้าว เราก็ต้องชี้ว่า นวลย่อมไม่มีสิทธิอาศัยชั่วคราว และไม่มีสถานะเป็นแรงงานต่างด้าวที่ขึ้นทะเบียนแรงงานอย่างถูกต้องตามมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว ในสถานการณ์นี้ ทั้งนวลและคำเอ้ยก็มีสถานะเป็นคนต่างด้าวที่ผิดกฎหมายคนเข้าเมืองโดยสิ้นเชิง
  • ขอให้สังเกตในประการแรกว่า สถานะของทั้งนวลและคำเอ้ยใน ท.ร.๓๘/๑ มีลักษณะเป็น  “สถานะตามกฎหมายทะเบียนราษฎร” เท่านั้น  มิใช่สถานะตามกฎหมายคนเข้าเมือง 
  • ที่อยู่ของสถานะบุคคลของคำเอ้ยและบุพการี ก็คือ ทะเบียนประวัติ มิใช่ทะเบียนบ้าน
  • ขอให้สังเกตในประการที่สองว่า  เมื่อคำเอ้ยได้รับการสำรวจเป็น “บุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎร” ประเภท “บุคคลในสถานศึกษาไทย” ภายใต้ยุทธศาสตร์เพื่อการจัดการสถานะและสิทธิของบุคคลตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๘ มกราคม พ.ศ.๒๕๔๘
  • สถานะบุคคลนี้ของคำเอ้ยก็เป็นเพียง “สถานะตามกฎหมายทะเบียนราษฎร”  มิใช่สถานะตามกฎหมายคนเข้าเมืองเช่นกัน เพราะเรายังไม่เห็นมติคณะรัฐมนตรีที่ให้สิทธิเข้าเมืองหรืออาศัยของบุคคลในสถานศึกษาไทย ซึ่งควรจะมี แต่ก็ยังไม่มีออกมาสักที

…………………………….

ประเด็นการพิสูจน์สัญชาติพม่า

…………………………….

  • จะต้องตระหนักว่า ในอนาคต บุพการีของคำเอ้ยจะได้รับการเปลี่ยนจาก “คนต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฎหมาย” เป็น “คนต่างด้าวที่เข้าเมืองไทยอย่างถูกกฎหมาย” หากกระบวนการพิสูจน์สัญชาติพม่าได้เป็นไปตามบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสหภาพพม่าว่าด้วยความร่วมมือในการจ้างแรงงาน ณ จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ ๒๑ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๔๖
  • จึงคาดว่า กระบวนการพิสูจน์สัญชาตินี้ย่อมส่งผลต่อคำเอ้ยอีกด้วย ซึ่งการพิสูจน์สัญชาติพม่านี้ก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาต่อนวล เพราะนวลได้รับการยอมรับจากรัฐบาลพม่าแล้ว จนออกบัตรประชาชนพม่าให้ถือไว้ ดังนั้น เอกสารแสดงสัมพันธภาพระหว่างนวลและคำเอ้ยย่อมจะทำให้การพิสูจน์สัญชาติพม่าของคำเอ้ยสำเร็จลงได้

…………………………….

เหตุผลที่ครอบครัวของคำเอ้ยละทิ้งประเทศพม่าเพื่ออพยพเข้ามาในประเทศไทย

…………………………….

  • นวลมารดาของคำเอ้ยกล่าวว่า “ถามความทุกข์ความสุขต่างกันอย่างไร ระหว่างไทยกับพม่า   นั้น การอยู่ประเทศไทยมีความสุขมากถ้าเราขยันทำงาน เงินก็เป็นของเรา   อยู่ประเทศพม่าขยันทำงานแทบตายก็ไม่พอเลี้ยงครอบครัว

....................................

โปรดอ่านตอนต่อไปใน

กรณีศึกษานางสาวคำเอ้ย นายใส่ (ตอนที่ ๒)

: เธอไร้สัญชาติโดยข้อเท็จจริงมิใช่หรือ ? ความเป็นคนสัญชาติพม่าเอื้อสุขได้จริงหรือ ?

http://gotoknow.org/blog/archanwell-and-maeai-study/255474

โดย รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร

งานเขียนเพื่อโครงการ “คลินิกกฎหมายชาวบ้าน (ด้านสถานะและสิทธิบุคคล) อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้ความร่วมมือระหว่างคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัย พายัพ และ Unicef

เมื่อวันที่ ๑๔ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๒

 

 

หมายเลขบันทึก: 255419เขียนเมื่อ 14 เมษายน 2009 03:31 น. ()แก้ไขเมื่อ 23 มิถุนายน 2012 19:49 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกันจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (1)

อาจารย์แก้ไขเลข 13 หลัก ด้วยค่า :-)

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี