ชีวิตที่พอเพียง : ๗๓๑. เที่ยวพัทยา จอมเทียน ระยอง และจันทบุรี


          ยิ่งนับวันผมก็ยิ่งต้องหาทางพักผ่อนควบคู่ไปกับการทำงาน   ถือเป็นการเรียนรู้และสนุกไปอีกแบบ   ยิ่งต้องหาทางเอื้อเฟื้อหรือเห็นใจภรรยาคู่สุขคู่สม (ไม่ใช่คู่ทุกข์คู่ยาก   เพราะถ้าผมไม่ได้ภรรยาคนนี้ ชีวิตคงไม่ดีถึงขนาดนี้)   ยิ่งเป็นความท้าทาย
          วันที่ ๓ – ๕ เมษายน ๒๕๕๒ มีการประชุม RGJ Congress X   ณ สถานที่ประจำ คือโรงแรมจอมเทียน ปาล์มบีช รีสอร์ท  เมืองพัทยา  จ. ชลบุรี   เป็นการประชุมประจำปี ซึ่งจะจัดวันศุกร์ – อาทิตย์ สัปดาห์แรกของเดือนเมษายนทุกปี    และเขาก็เชิญผมทุกปีในฐานะผู้ก่อตั้งทุนปริญญาเอกกาญจนาภิเษกนี้   โดยผมก็ไปได้บ้างไม่ได้บ้าง   อย่างปีที่แล้วได้ไปร่วมและเดินทางต่อไปเที่ยวจันทบุรีและตราด ดังได้เล่าไว้แล้ว
          ปีนี้ยิ่งต้องไป เพราะ สกว. มาจับผมเป็นประธานคณะกรรมการ คปก. แทน ศ. ดร. สุจินต์ จินายน ซึ่งต้องกลับไปเป็นอธิการบดี มน. อีกครั้งหนึ่ง    ผมจึงชวนสาวน้อยคู่ใจไปด้วย (ตามเคย)    และวางแผนเดินทางต่อ ไปเที่ยวและนอนพักผ่อนที่จันทบุรีจังหวัดเดียว    ผมติดใจหาดเจ้าหลาวและโรงแรมเจ้าหลาวทอแสงบีช    รวมทั้งสถานที่เที่ยวอีกหลายแห่งในจังหวัดจันทบุรี     
          ชีวิต ๔ วัน ระหว่าง ๓ – ๖ เม.ย. ๕๒ ของผมจึงมี ๒ งาน และ ๑ เที่ยว   สองงานคือประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นธนาคารไทยพาณิชย์  กับประชุมวิชาการประจำปี คปก.   หนึ่งเที่ยว คือเที่ยวจังหวัดจันทบุรี   โดยผมอยากไปกินบรรยากาศธรรมชาติและเที่ยวสถานที่ต่างๆ    ภรรยาอยากไปกินอาหารร้านฟาร์มปูนิ่มที่เธอติดใจมาก
         เที่ยงครึ่งของวันศุกร์ที่ ๓ เม.ย. ๕๒ ผมออกจาก SCB Park Plaza ขับรถไปขึ้นทางด่วนไปพัทยา    ผมนิยมใช้เส้นพระราม ๙  ไปออก มอเตอร์เวย์ หรือถนนหมายเลข ๗   สู่พัทยา ผ่านพัทยาเหนือ พัทยากลาง และพัทยาใต้    เลี้ยวขวาที่ไฟแดงเข้าถนนเทพประสิทธิ์    สู่ชายหาดจอมเทียน    ถึงโรงแรมจอมเทียน ปาล์ม บีช  ก่อน ๑๕.๓๐ น. เล็กน้อย  

 

๔ เม.ย. ๕๒       
        เช้าวันที่ ๔ เม.ย. ๕๒ ผมออกจากโรงแรมจอมเทียน ปาล์มบีช เลี้ยวขวา ไปวิ่งออกกำลังที่หาดดงตาลของชายหาดจอมเทียน    ด้วยความรู้สึกชื่นใจในความก้าวหน้าของสังคมไทยส่วนเล็กๆ ส่วนหนึ่ง    ที่เมืองพัทยาร่วมกับผู้ประกอบการให้บริการเก้าอี้ผ้าใบ เครื่องดื่มและอาหารว่างที่ชายหาด ร่วมกันดูแลความสะอาด ความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสถานที่อย่างน่าชื่นชม
        เขาขนทรายมาถมชายหาด และทำความสะอาดทรายทุกเช้ามืด    รวมทั้งคราดทรายให้เรียบ ให้ความรู้สึกสดชื่นเมื่อได้เห็น   มีการจัดเก้าอี้ผ้าใบเรียงเป็นแถว มองดูเป็นระเบียบ น่าดู และน่าไปใช้บริการ
        ผมรู้สึกดีมาก ที่ได้เห็นความก้าวหน้าของสังคมไทยส่วนนี้    ที่มีวัฒนธรรมความสะอาด ความเป็นระเบียบ ขยันขันแข็งดูแลความสะอาดทุกเช้ามืด   ใช้สถานที่ที่สะอาด บรรยากาศริมทะเลเป็นจุดขาย    เป็น nature tourism ไม่ใช่ sex tourism
        ที่จริงชื่อหาดดงตาลคงจะเป็นชื่อเก่า    เวลานี้ทางเมืองพัทยาย้ายเอาต้นมะพร้าวมาปลูก   เมื่อวิ่งเลยดงมะพร้าวไป เป็นดงสน   ต้นตาลมีอยู่ทางด้านในของถนนเลียบชายหาด   ผมวิ่งไปจนถึงที่โล่ง มีคนเล่นวอลเล่ย์บอลล์ชายหาด ก็วิ่งกลับ    ลู่วิ่งปูคอนกรีตตัวหนอนอย่างดีและสะอาด    เห็นเจ้าหน้าที่ของเมืองพัทยามาเก็บขยะอย่างประณีต    ผมชื่นชมที่เขาตัดถนนเลียบชายหาด    และจัดที่ชายหาดให้คนเล็กคนน้อยทำมาหากินกับการให้บริการเก้าอี้ผ้าใบและเครื่องดื่ม    ผมไม่อยากให้โรงแรม รีสอร์ท หรือบ้านพักส่วนตัวเข้ายึดครองชายหาดเป็นชายหาดส่วนตัว
         ตกเย็นผมชวนสาวน้อยไปนั่งรถเที่ยวชมบรรยากาศชายหาดจอมเทียน    ซึ่งสะอาดและคึกคักพอสมควร    แล้วไปกินข้าวต้มที่ร้านประจำ คือร้านเล้งกี่   อยู่ที่ถนนพัทยากลางเกือบถึงทางเลี้ยวสู่ถนนชายหาด   เราสั่งกับข้าว ๓ อย่างคือ เป็ดย่าง  ไส้หมูพะโล้  และผักบุ้งไฟแดง   และข้าวต้ม ๓ ชาม    อร่อยประทับใจมาก   มา ๒ คราวที่แล้วเราไปกินข้าวต้มร้านผักบุ้งไฟแดง อยู่ถนนเดียวกัน แต่มาจากถนนสุขุมวิทถึงก่อนและอยู่ทางขวามือ   ดีตรงมีที่จอดรถ   อาหารอร่อยใช้ได้ในครั้งแรก    พอมาครั้งที่ ๒ ก็พบว่าไม่อร่อย และไส้หมูพะโล้เหนียวและมีกลิ่น    หมออมราเธอจำได้ แต่ผมลืมไปแล้ว
        เดินออกมาจากร้านเล้งกี่เลี้ยวขวากลับมาขึ้นรถที่จอดก่อนถึงร้าน    หมออมราเตะตาร้านขนมชื่อร้านนมสดแท้ เป็นรถเข็นหน้าร้านที่เขาปิดแล้ว    จึงซื้อแปะก๊วยมะพร้าวอ่อนกลับมากินที่โรงแรมคนละถุง ราคาถุงละ ๓๐ บาท อร่อยมาก น้ำมะพร้าวหอมชื่นใจ    วันนี้ดวงลิ้นดี สั่งและซื้ออาหารอร่อยไปหมด 

 

๕ เม.ย. ๕๒
          ผมออกไปวิ่งออกกำลังตอนเช้ามืดอย่างเคย แต่ไปคนละทางกับเมื่อวาน   คืออกจากโรงแรมเลี้ยวซ้าย วิ่งไปตามทางเดินเลียบถนนริมหาดจอมเทียน    พบว่าสถานที่ไม่สะอาดเรียบร้อยอย่างเมื่อวาน   ทรายยังไม่ค่อยมีการทำความสะอาด  น้อยร้านที่คราดทรายแล้ว    มีใบไม้เกลื่อนกลาด    ที่จอดรถริมถนนมีรถกระบะบ้าง รถตู้บ้าง จอดอยู่    บางคันมาเป็นครอบครัว ปูเสื่อกินอาหารกับริมรถบ้าง ที่พื้นทรายริมหาดบ้าง    มีครอบครัวหนึ่งถึงกับเอาครกมาปรุงอาหารด้วย    บางคนลงไปเล่นน้ำ
         วิ่งผ่านบริเวณแข่งฟุตบอลล์ชายหาด ลงไปทางใต้จนถึงวิลลานาวิน ผมก็วิ่งกลับ   ใช้เวลาทั้งสิ้น ๓๐ นาที
         เห็นบางกลุ่มที่ตั้งวงกินอาหารมีขวดเหล้าตั้งอยู่ด้วย    บางกลุ่มมีถึง ๒ ขวด    ไม่ทราบว่าเตรียมไว้ดื่มทีหลังหรือดื่มกันมาตั้งแต่เช้ามืด    ผมสงสัยว่าการยกขวดเหล้ามาตั้งกลางวงบอกอะไรบ้าง    มีความหมายเชิงโก้หรูหรือไม่ ทำนองโฆษณา “ไอ้ฤทธิ์กินแบล็ก”    ผมรู้สึกว่าฉลากเหล้าสีออกดำๆ
          ผมวางแผนออกจากโรงแรมจอมเทียน ปาล์มบีช ทันทีที่การประชุมจบ    โดยไปขออาหารเที่ยงใส่กล่อง ๒ ชุดจาก ศ. ดร. วิชัย ริ้วตระกูล    ได้รับความเอื้อเฟื้อมา ๓ ชุด รวมทั้งมีผลไม้กล่องใหญ่สำหรับแต่ละชุดด้วย    เราขับรถไปทางถนนสุขุมวิท หรือถนนหมายเลข ๓    เกาะเส้นทางไปสัตหีบ/ระยอง    โดยมีสาวน้อยป้อนอาหารระหว่างขับรถ    ระหว่างทางมีฝนตกเล็กน้อย    เราไม่ใช้ทางลัดผ่านวัดชีจันทร์อย่างปีที่แล้ว   เพราะเส้นทางนั้นคดเคี้ยว  
         ผ่านระยอง เราเลี้ยวเข้าไปที่ท่าเรือบ้านเพ    ไปดูบรรยากาศนักท่องเที่ยวนั่งเรือไปเที่ยวเกาะเสม็ด    แล้วขับรถไปตามถนนเลียบชายหาด (๓๑๔๕) ผ่านหาดสวนสนที่ร่มรื่นและมีคนมาเล่นน้ำและพักผ่อน   เราจอดรถลงไปสัมผัสบรรยากาศ    พบว่าลมดีและสดชื่น  
        หมออมราคิดถึงญาติผู้ใหญ่ที่ไม่ได้พบกันมานานเกือบ ๔๐ ปี   คือท่านสุนทรภู่    เราจึงขับรถไปไหว้อนุสาวรีย์สุนทรภู่   พบว่าสถานที่ได้รับการปรับปรุงกว้างขวางโอ่โถงดีมาก   แต่แดดออกเปรี้ยง เราจึงไม่ได้เดินเที่ยว    โชคดีที่เราแวะร้านขายมะพร้าวเผาของคุณป้า ซึ่งอยู่หน้าอนุสาวรีย์นั่นเอง    เป็นมะพร้าวเผาแท้และอ่อนกำลังดี    น้ำหอมมาก และเนื้ออ่อนและหอมอร่อยมาก    เป็นอานิสงส์ของการที่เราชอบอุดหนุนชาวบ้าน ราคาผลละ ๑๐ บาทเท่านั้น   คุณป้าเป็นเจ้าของสวนและเผาเอง
         จากอนุสาวรีย์สุนทรภู่เราขับรถไปทางถนน ๓๑๖๑ ไปอำเภอแกลง เข้าถนนสุขุมวิท (หมายเลข ๓) 
        ก่อนถึงอำเภอท่าใหม่ มีป้ายบอกทางเลี้ยวขวาไปหาดคุ้งวิมาน หาดเจ้าหลาว แหลมเสด็จ    ไปหาดเจ้าหลาวระยะทาง ๓๘ ก.ม.   ขับไปได้ไม่นานผมก็จำได้ว่าเป็นถนนที่เราเคยใช้ตอนขากลับกรุงเทพของปีที่แล้ว    ป้ายบอกทางชัดเจนดีมาก จนพาเราไปถึงโรงแรมเจ้าหลาวทอแสงบีช    เราได้ห้องที่ชั้น ๔ ของตึกใหม่ในราคา long weekend คือ ๒,๕๐๐ บาท   ถ้า weekend ปกติ ๒,๒๐๐   และ week days ๑,๘๐๐    เข้าใจว่าห้องที่เราได้เป็นห้องสุดท้าย   เพราะเขามีแขกเต็ม   หน้าโรงแรมมีรถทัวร์คันใหญ่ ๔ คันจากโคราชจอดอยู่   เราต้องไต่บันไดขึ้นไปชั้น ๔  เพราะไม่มีลิฟท์
         พอ ๕ โมงเย็นแดดอ่อนลง  มีคนเล่นน้ำและเดินเล่นกันที่ชายหาดจำนวนมาก    เราก็ไปเดินเล่นและถ่ายรูปบ้าง    บรรยากาศต่างจากปีที่แล้วอย่างฟ้ากับดิน    คือปีที่แล้วเงียบ ให้ความเป็นส่วนตัวดีมาก   ปีนี้แขกล้น (เข้าใจว่ากลุ่มทัวร์จากโคราชจะพักแบบเหมา เห็นแต่ละห้องมีคนพักจำนวนมาก)     ที่ชายหาดมีคนมาก ที่บริเวณโรงแรมก็คนเยอะ หาที่นั่งเล่นไม่ได้   แถมยังมีการจัดเลี้ยงในค่ำนี้ด้วย
         หาดเจ้าหลาวสวยจริงๆ ทรายเม็ดละเอียด   หาดทรายกว้างมาก   เราเดินเล่นได้ไม่นานก็มีเค้าว่าฝนอาจตก   และอับลม หาที่นั่งที่บริเวณโรงแรมก็ไม่ได้   เราจึงปีนกลับมารับลมเย็นที่ห้อง    และกินอาหารที่ได้รับอนุเคราะห์จาก ศ. ดร. วิชัย ริ้วตระกูลที่บอกให้ทางโรงแรมจัดให้    เป็นอันว่าอาหารชุดนี้กินได้ถึงเย็นจริงๆ    ไม่ต้องซื้อเพิ่มอีกเลย 
         พอตกค่ำดนตรีของงานเลี้ยงก็บรรเลง   แรกๆ เราพูดกันว่าโชคดีที่เสียงไม่ดังมาทางห้องเรา    แล้วดนตรีก็เพิ่มความมันขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับเพิ่มความดัง    เราจึงแก้เผ็ดด้วยการนอนหลับเสียเลย ตั้งแต่หัวค่ำ

 

๖ เม.ย. ๕๒ 
         เราตื่นตี ๔ ตามความเคยชิน    ผมเปิดหน้าต่างรับเสียงคลื่น น้ำทะเลกำลังขึ้นพอดี    เราจึงได้ฟังดนตรีธรรมชาติที่สดชื่น แตกต่างจากดนตรีเทคโนโลยีเมื่อคืนโดยสิ้นเชิง    นี่ก็เป็นข้อดีของการที่ห้องพักอยู่ถึงชั้น ๔ (บนสุด) 
         ผม AAR กับตัวเองว่า การที่บรรยากาศการมาพักที่ เจ้าหลาวทอแสงรีสอร์ท ปีนี้กับปีที่แล้วต่างกันมาก   เป็นเพราะปีนี้เรามาช่วง long weekend    ซึ่งมีข้อเสียสำหรับเราคือ คนพลุกพล่านขาดความสงบ    และราคาห้องพักก็แพงขึ้นมาก    ผมตั้งใจไว้ว่า ต่อไปจะไม่มาเที่ยวช่วงเทศกาลหรือ long weekend    เราคุยกันว่า ปีหน้าจะชวนลูกๆ มาด้วย โดยมาเที่ยวก่อน RGJ Congress XI คือเที่ยว ๓๐ มี.ค. – ๑ เม.ย. ๕๓ แล้วผมอยู่ประชุมต่อ    ความหวังเช่นนี้สมหวังบ้างพลาดหวังบ้าง    มีความเสี่ยงที่ AGM ของ SCB ว่าเขาจะกำหนดวันไหน    ถ้ากำหนด ๒ เม.ย. ๕๓ ความหวังของผมก็พังทะลาย     
         พอฟ้าสางคนก็ออกไปเล่นน้ำและเดินเล่นชายหาด    เราก็ออกไปเดินเล่น ออกกำลังกาย และถ่ายรูปดารา (สาวน้อย)   บางคนก่อเจดีย์ทราย    ลักษณะนักท่องเที่ยวเป็นคนอีสานเป็นส่วนใหญ่    บางกลุ่มเป็นพนักงานบริษัท    มีฝรั่งบ้างไม่ถึง ๑๐ คน    คะเนคนมาพัก รีสอร์ท หาดเจ้าหลาวคงจะหลายพันคน    หมออมราสนใจที่พักเจ้าอื่น   ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เปิด และโลโซกว่าเจ้าหลาวทอแสง   ซึ่งแปลว่าพลุกพล่านกว่า   แต่เลยเจ้าหลาวทอแสงที่อยู่ติดกันชื่อบ้านตุ่ม รีสอร์ท ราคาแพงกว่าเจ้าหลาวทอแสง
         อาหารเช้าที่เจ้าหลาวทอแสงก็ต่างจากปีที่แล้วมาก   ปีนี้คนพลุกพล่านสุดๆ คล้ายๆ แย่งกันกิน    ซึ่งก็คือบรรยากาศทัวร์นั่นเอง  
         สาวน้อยเป็นผู้วางแผนการเที่ยวของเช้าวันนี้   เรากะไป ๒ ที่ คือน้ำตกพลิ้วกับอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ    ออกเดินทางจากโรงแรม ๙ น. ตรง    ขับรถเลียบชายฝั่งหาดเจ้าหลาวไปทางตะวันออกเฉียงใต้    มีที่พักเป็น รีสอร์ท ตลอดระยะทางของหาดเจ้าหลาว    สะท้อนชื่อเสียงของชายหาดที่สวยงาม  
         เราข้ามสะพาน ๒ สะพาน  คือสะพานข้ามปากน้ำแขมหนู    กับสะพานแหลมสิงห์ บริเวณเหล่านี้เราเคยผ่านเมื่อปีที่แล้ว    เราขับเข้าสู่ถนน ๓๑๔๙ ไปบรรจบกับถนนสุขุมวิท    แล้วเลี้ยวเข้าอุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว    ถนนเข้าสู่อุทยานกว้างใหญ่สวยงาม    มีที่ให้จอดรถแล้วเดินเข้าไปเกือบครึ่ง ก.ม. สู่น้ำตกหรือจุดชมวิว    ในช่วงแรกมีร้านค้าอยู่ทางซ้าย   พอเข้าเขตอุทยานก็ต้องซื้อบัตรผ่าน    แต่เราได้สิทธิผู้สูงอายุ (เกิน ๖๐) ไม่เสียเงิน   
        เมื่อเข้าไปในอุทยานก็สัมผัสบรรยากาศธรรมชาติ และความเอาใจใส่อนุรักษ์สถานที่    ผมชื่นใจมากกับความเคร่งครัดต่อกฎเกณฑ์กติกาในการเข้าชมอุทยาน    พอจะเข้าชั้นในจะมีป้ายห้ามเอาอาหารเข้าไปกิน และห้ามสูบบุหรี่    และไม่ใช่แค่มีป้ายห้าม แต่มีเจ้าหน้าที่ตรวจตราด้วย    มีนักเรียนมาช่วยทำหน้าที่อาสาสมัครด้วย    การแสดงความเอาจริงเอาจังเช่นนี้จะช่วยสร้างวัฒนธรรมที่ดีงามในการเข้าชมและดื่มด่ำธรรมชาติ    ผมขอปรบมือให้แก่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ด้วยความชื่นชม
        ดาราของน้ำตกพลิ้วคือปลาพลวง ที่อยู่ในแอ่งน้ำจำนวนมากมาย    นักท่องเที่ยวนิยมซื้อถั่วฝักยาวไปเลี้ยงปลา    แต่สำหรับผม ดาราของน้ำตกพลิ้วคือความเป็นป่าที่สมบูรณ์    เสียดายที่เรามีเวลาน้อย ไม่มีโอกาสเดินป่าศึกษาธรรมชาติตามเส้นทางที่เขาจัดให้ และมีเจ้าหน้าที่คอยแนะนำเป็นระยะๆ    ผมตั้งใจจะไปเดินป่า หวังว่าปีหน้าจะได้ไป   เจ้าหน้าที่ของอุทยานและคู่มือท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว บอกว่ามีบ้านพักให้เช่า ที่ผมสนใจคือหลังเล็กที่สุด พักได้ ๖ คน ราคา ๑,๘๐๐ บาท    คู่มือท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้วนี้เล่มเล็กเหมาะมือ พิมพ์สวยงาม และมีข้อมูลดีมาก   กลับมาอ่านที่บ้านยิ่งทำให้ผมอยากไปพักและเดินป่าในช่วงเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์    จึงบันทึกวิธีติดต่อไว้ www.dnp.go.th , ๐๒ ๕๖๒ ๐๗๖๐ (กรม),๐๓๙ ๔๓๔๕๒๘   
        ออกจากน้ำตกเลย ๑๑ น. แล้ว    ที่ช้าเพราะผมมัวโอ้เอ้ถ่ายรูปธรรมชาติ    สาวน้อยเปิดแผนที่นำทางไปถนน ๓๓๔๘ หาร้านคุณแดงเพื่อกินอาหารเที่ยง และหาซื้อทุเรียนทอดที่บ้านหนองบัว    มีการหลงและต้องแวะถามเป็นระยะๆ    ในที่สุดเราก็ไปถึงร้านคุณแดง (๐๓๙ ๔๕๐๖๘๗) ซึ่งขึ้นป้ายใหญ่ริมทางว่า “ร้านอาหารคุณแดง ริมคลอง”    ร้านนี้แผนที่นายรอบรู้แนะนำให้กินหมูชะมวง   ซึ่งอร่อยสมคำแนะนำ   แต่ทุเรียนทอดเจ้ามีชื่อ ทำขายอยู่ที่บ้านไม่ขึ้นป้าย ต้องใช้วิธีถามคนแถวศาลเจ้าหนองบัว   เราผิดหวังเพราะขายหมดแล้ว
        เราถามทางกลับกรุงเทพ เพราะถนนมันเป็นใยแมงมุม   ระหว่างทางสาวน้อยแวะซื้อของฝากริมถนนสุขุมวิท    ได้ทุเรียนทอดมา ๒ ห่อ    เราแกะกินแก้ง่วง พบว่าอร่อยมาก    เราเห็นพ้องกันว่า ค่อยไปอุทยานเขาคิชฌกูฏในการเดินทางมาจันทบุรีเที่ยวหน้า
        เราเลี้ยวเข้าถนน ๓๔๔ ที่ อ. แกลง    มาออกมอเตอร์เวย์ ที่ชลบุรี    ถึงบ้านเวลา ๑๖.๓๐ น.   เราประทับใจความน่าเที่ยวของเมืองไทย    ถนนดี บริการท่องเที่ยวดี  มีที่เที่ยวดีๆ มากมาย

 

วิจารณ์ พานิช
๖ เม.ย. ๕๒

หาดเจ้าหลาวอันงดงาม ทรายสีออกแดง

 

ยามเย็นใต้ต้นเตยทะเล

 

ผลเตยทะเลที่สวยงาม

 

สะพานแหลมสิงห์

 

มาตรการดูแลธรรมชาติที่น้ำตกพลิ้ว

 

น้ำตกพลิ้วในท่ามกลางป่าสมบูรณ์

 

กล้วยไม้ป่าจากพม่าวางขายที่ทางเข้าน้ำตกพลิ้ว

 

ทางเดินสู่จุดชมวิวน้ำตกพลิ้วอันร่มรื่น

 

 

บรรยากาศป่า

ชายผ้าสีดาที่งามที่สุดผมเคยเห็น

 

หมายเลขบันทึก: 255056เขียนเมื่อ 11 เมษายน 2009 14:20 น. ()แก้ไขเมื่อ 25 มีนาคม 2014 09:18 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (7)

มากราบสวัสดี และทักทายท่านอาจารย์ในวันใกล้สงกรานต์

นับว่าท่านอาจารย์เป็นแบบอย่างของผู้คนทุกสาขาอาชีพ ชีวิตที่ควรเดินตามรอยค่ะ

  • มากราบสวัสดีปีใหม่ไทยค่ะ
  • ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง อาจารย์และครอบครัว
  • มีความสุขมากๆตลอดปีและตลอดไป
  • ขอให้พวกเราช่วยกันร่วมจิตอธิษฐานประเทศไทยคลาดแคล้ว
  • เรื่องร้ายๆด้วยนะคะ 

     

  • อ่านบันทึก อ.แล้ว ทำให้อยากไปจันทบุรีค่ะ

    กำลังจะไปสอนที่ ม.รำไพพรรณีค่ะ

    ต้องหาโอกาสหนีเที่ยวค่ะ

    หนูขออนุญาตกราบสวัสดีปีใหม่ไทย ขอให้อาจารย์และคุณหมออมรา มีสุขภาพแข็งแรง มีแต่ความสุขยิ่งๆขึ้นไปค่ะ

    หนูนับว่ามีบุญที่ได้ทำงานบางส่วนให้อาจารย์ เพราะทำให้ทราบแนวคิดเชิงบวกในการใช้ชีวิตและการทำงาน ทำให้ชีวิตมีความสุขขึ้นมากเลยค่ะ หนูจึงนับได้ว่าตนเองเป็นคนที่โชคดีคนหนึ่งค่ะ ขอขอบพระคุณอาจารย์อย่างยิ่งค่ะ

    ด้วยความเคารพรักยิ่ง

    ลูกหว้า

    อ่านบันทึกนี้แล้วรู้สึกมีความสุขจังเลยค่ะ รู้สึกเหมือนเป็นแมลงตัวเล็กๆบินตามอาจารย์ไปตามรายทาง เห็นภาพละเอียดละออแม้แต่ตอนวิ่งยามเช้า เมื่อปีที่แล้วก็มีโอกาสได้ไปอุทยานแห่งชาติเขาค้อ ดีใจกับวิธีการจัดการที่ให้มีนักเรียนอาสาสมัครและมีการสร้างวัฒนธรรมการเข้าชมที่มีระเบียบ เคร่งครัด ให้เกียรติสถานที่ แบบที่อาจารย์บรรยายมากๆเลยนะคะ กราบขอบพระคุณอาจารย์มากๆค่ะที่นำมาเขียนเล่าให้ได้ชื่นใจ

    ดิฉันไม่เคยอ่านข้อความใดที่บรรยายถึงการเดินทางไปเที่ยวที่สนุก และน่าติดตามเช่นนี้มาก่อนเลยค่ะ เพราะกำลังจะพาลูก ๆ ไป oasis ที่จันทบุรี กำลังหารร. และที่เที่ยวที่น่าสนใจ ขอบพระคุณในคำบรรยายที่ทำให้เห็นภาพนี้นะค่ะ

    แม่ลูก 3

    พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
    ขอแนะนำ ClassStart
    ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
    ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี