มิตรภาพ ความหวัง ความรุนแรง
ในบรรดาหนังอันน้อยนิดที่เคยดู จากมหาศาลล้านเรื่องที่มีบนโลกนั้น
บันทึกนี้ขอมอบให้กับหนังที่ดูแล้ว ดูอีกและไม่เคยจบจากหัวใจ :)
หนึ่งใน Top 5 หมวดหนังแรงสร้างบันดาลใจของผมนั้น ขอเขียนถึงเรื่องนี้ก่อนนะครับ
The Shawshank Redemption
ชื่อไทย มิตรภาพ ความหวัง ความรุนแรง
ปีที่ออกฉาย 23 September 1994
ผู้กำกับ Frank Darabont (เฮียแกควบตำแหน่งเขียนบทด้วยนะ)
สร้างมาจาก นวนิยาย ของ Stephen King เรื่อง " Rita Hayworth and the Shawshank Redemption"
แนว / เรต ดราม่า / เรต R ความยาว 2.22 ชั่วโมง
น่าสนใจตรงที่ - เข้าชิงรางวัลออสการ์ 7 สาขา รวมถึงสาขารางวัลภาพยนต์ยอดเยี่ยม ปีเดียวกับที่ Forrest Gump ได้ไปครอง
- นักวิจารณ์เชียร์มาก แต่ชวดไม่ได้สักรางวัล (น่าสนใจตรงนี้ ^_^)
- ทำรายได้ในอเมริกา ตั้งแต่วันแรกจนถึงลาโรงได้เพียง 28,341,469 เหรียญเท่านั้น (รายรับเปิดตัว 727,327 เหรียญ T_T)
- แต่ยอดเช่า VDO นั้นสูงเป็นประวัติการณ์ ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นผู้ชายและดูกันมากกว่า 2 รอบ \^_^/
..............................................................................................................
เรื่องย่อ
แอนดี้ ดูเฟรน (ทิม รอบบิ้นส์) นายธนาคารหนุ่มผู้ที่ต้องโทษติดคุกตลอดชีวิต 2 ครั้ง สำหรับคดีฆ่าแฟนสาวและโปรกอล์ฟชู้รัก
แอนดี้ถูกส่งมาที่เรือนจำ Shawshank เมื่อปี 1949 เป็นปีเดียวกับที่ เรด (มอร์แกน ฟรีแมน) กำลังเซ็งกับชีวิต ที่ยื่นขอทัณฑ์บนไม่ผ่านในปีที่ 20 ของเค้าที่นี่
เรื่องตลกประจำเรือนจำ Shawshank คือ นักโทษทุกคนนั้นไม่ได้ผิดจริง แต่ที่ต้องมาอยู่ที่นี่กันก็เพราะ "ทนายมันห่วย"
เรด นักโทษหนุ่มใหญ่วัยเลยกลางคน เป็นคนเดียวในชอว์แชงค์ที่ผิดจริง เค้าเป็นเหมือนซุปเปอร์มาร์เก็ตเล็กๆของ Shawshank ที่สามารถลักลอบหาของเข้ามาได้แทบทุกอย่างตามที่เพื่อนนักโทษอยากซื้อหา ทั้งบุรี่ หมากฝรั่ง หรือแม้กระทั่ง ดาราสาว Rita Hayworth !!!
เรด ชอบแอนดี้ตรงที่เป็นคนมีความคิดแปลกๆ เงียบๆ การเดิน การพูดการจาก็ไม่เหมือนคนที่อยู่ในคุก ไร้ความกังวล ชิลๆ เหมือนว่าแอนดี้กำลังใส่เสื้อโค้ทล่องหน ที่ปกป้องตัวเองจากคุกแห่งนี้
การเข้ามาของแอนดี้นั้นได้นำคำว่าความหวังและอิสระภาพในใจมาให้กลุ่มเพื่อนๆได้รู้จัก พาเพื่อนๆโบยบินไปนอกเรือนจำที่โหดร้ายนี้ และเปลี่ยนดาดฟ้าคุกให้กลายเป็นหลังคาบ้านเราของเอง
เรดและแอนดี้นั้นสนิทกันมาก ทั้งสองไว้ใจที่จะบอกเล่าเรื่องราวส่วนตัวให้กันและกันได้รู้ จนถึงวันหนึ่งที่เรดรู้สึกว่าแอนดี้เพ้อเจ้อที่คิดว่าวันนึงจะได้ออกจากคุกแห่งนี้ แอนดี้ไม่เคยเลิกเชื่อว่า ความหวังนั้นเป็นสิ่งที่ดีที่สุด และสิ่งดีๆนั้นไม่เคยตาย ตรงข้ามกับเรดที่เชื่อว่า ความหวังเป็นสิ่งที่อันตราย มันจะทำให้คนที่นี่เป็นบ้าได้ และแนะนำให้แอนดี้เลิกคิดได้แล้ว แต่แอนดี้ได้เพียงยิ้มตอบ
พัศดีนอร์ตันจอมโฉด ผู้คุมแฮดลี่ย์สุดโหด และความรุนแรงต่างๆที่รุมเร้านั้น ไม่สามารถทำลายแอนดี้ได้ โชคดีที่เค้าเป็นคนมีความรู้มาก จึงมีโอกาสได้ทำงานกับพัศดี และได้เห็นด้านต่างๆที่ไม่ดีของนอร์ตัน จนความอดทน และเวลานั้นเดินทางมาถึง...
ในปีที่ 19 ที่ Shawshank แอนดี้จึงคิดได้ว่าเค้าทนอยู่ที่นี่มานานพอแล้ว...
...............................................................................................................
ประโยคที่ผมชอบ
เป็นคำพูดที่เรดรู้สึกต่อแอนดี้ในวันที่แอนดี้ไม่ได้อยู่กับเพื่อนแล้วใน Shawshank...
พวกเรารู้จักเขาดีที่สุด พูดถึงเค้าอยู่เสมอ ผมสาบานได้ว่าวีรกรรมของเขาจะยังคงอยู่
บางครั้งผมก็รู้สึกเศร้า เมื่อนึกถึงว่าแอนดี้ไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว ผมต้องเตือนตัวเองว่า
นกบางตัวนั้น ไม่ได้เกิดมาเพื่ออยู่ในกรง
ขนของพวกมันสดใสเกินไป และเมื่อพวกมันบินจากไป
ส่วนลึกในใจคุณรู้ว่ามันเป็นบาป หากจะเก็บมันไว้เพื่อชื่นชมเพียงลำพัง
เนื่องจากไอ้ที่ที่คุณอยู่ตอนนี้น่ะมันแห้งแล้ง
ว่างเปล่ากว่าที่ๆพวกมันจะไปมากนัก
...............................................................................................................
สิ่งหนึ่งที่ผมได้จากหนังเรื่องนี้และประโยคข้างบนคือ
บางเรื่อง...ตัวอย่างเรื่องความรัก
ผมคิดว่าการครอบครองนั้นเป็นบาป ถ้าหากว่าอีกฝ่ายไม่มีความสุขที่จะอยู่กับเรา การดึงรั้งเอาไว้ไม่เคยทำให้ผู้ครอบครองมีความสุขที่แท้จริง เพราะต้องกังวลเสมอว่า ของที่รักจะหลุดลอยไปเมื่อใด
เราอาจจะต้องหันมาดูบ้านของเราว่าน่าอยู่สำหรับเค้าหรือไม่
หากที่ที่เค้าคนนั้นจะไปมันอุดมสมบูรณ์ สุขสงบกว่าบ้านใหญ่ๆแต่ขาดอิสระภาพของเรา
ก็จงปล่อยให้เค้าไปเถิด
และจงเดินไปส่งเค้าด้วยความยินดี...ที่ได้รู้จัก...และรักกัน :)


สวัสดี ครับ คุณ
เป็นหนังที่ให้ข้อคิดมากมาย...ดูหลายครั้ง
ชอบเนื้อหา...การเดินเรื่อง....แม้จะอึดอัดแต่ก็แตกประเด็นการคิดไดมากมาย และผมก็ชอบประโยคนี้ ครับ
ความหวังนั้นเป็นสิ่งที่ดีที่สุด และสิ่งดีๆนั้นไม่เคยตาย
เป็นหนังในดวงใจ ซื้อ DvD เก็บไว้ด้วย และดูมาหลายรอบแล้ว
เสียดายที่ไม่ได้รางวัลอะไรมาเลย (เพราะไปแพ้ ฟอร์เรสกัมพ์) กรรมการใจร้ายจังนิ ..
แต่กลับเป็นหนังที่คนดูมาประทับใจ ย้อนหลัง และซื้อเก็บไว้
สวัสดีครับพี่แสงศรีแสงแห่งความดี
ดีใจมากนะครับที่ทราบว่ามีคนชอบเรื่องนี้เหมือนกัน
จริงครับพี่ เราได้ความคิดมากมายจากหนังเรื่องนี้มาปรับใช้กับชีวิตเรา
ตอนที่ดูครั้งแรกนั้นนะ รู้สึกทึ่งในนักแสดงทุกคนเลยครับ แสดงกันได้ดีทั้งนั้นเลย เป็นหนังที่ดูเรื่อยๆ และชวนติดตามตลอด แล้วมาให้รางวัลคนดูตอน 20 นาทีสุดท้ายนี่แหละครับ
ผมชื่นใจในมิตรภาพระหว่างเรด กับ แอนดี้ชะมัด ให้ตายเถอะ
หวังว่าหนังเรื่องนี้จะหาทุกคนเจอนะครับ
ขอบคุณมากๆครับผม :)
อ้อ...ลืมบอกไปครับ
หนังอีก 4 เรื่องที่เหลือนั้น มี Toy Story เป็น 1 ในดวงใจด้วยนะครับพี่แสงศรี เดี๋ยวผมจะเขียนถึงอีกวันสองวันนี่แหละ กรุณาติดตามอ่านนะคร๊าบ
พี่เล่นเอา Woody ของผมมาเป็นรูปประจำตัวอย่างนี้ เกือบซ้ำกันแล้วซะมั้ยล่ะ เพราะตอนแรกผมลังเลระหว่าง โนบิตะ กับ นายอำเภอวู๊ดดี้ ว่าจะเอาอันไหนดี 555
สวัสดีครับคุณtiya .....
ดีใจหนที่ 2 ที่เจอเพื่อนคอหนังแนวนี้นะครับ :)
ต้องซื้อไว้จริงๆครับหนังเรื่องนี้ เพราะเราไม่มีทางรู้ว่าจะต้องการดูเมื่อไหร่ มีไว้ติดห้องเป็นวิตามินประจำบ้านเลยดีกว่า 555
เราดูกันหลายรอบจริงๆครับสำหรับคนที่ชอบหนังเรื่องนี้ จะบอกยังไงดี...เรียกว่ามีพลังละกัน ทุกๆอย่างลงตัวไปหมด ที่พลาดรางวัลนั้นใหญ่นั้นอาจจะเสียดายอยู่ แต่คนดูอย่างเราก็ตั้งรางวัลกนังที่ดูบ่อยที่สุดให้แล้วนี่ครับ อิอิ
ผมยังรู้สึกว่าบางช่วงของ Forrest Gump นั้นยังน่าหาวอยู่ 555 (หรือว่าผมดูตอนง่วงหว่า??) แต่เรื่องนี้ทำได้ดีตรงการดำเนินเรื่องครับ
ผมจะเขียนถึง Forrest Gump ด้วยนะครับ เพราะเป็น 1 ใน 5 หนังในดวงใจเช่นกัน :)
ขอบพระคุณมากๆครับผม
เรื่องนี้จำได้ว่าดูนานมาแล้วค่ะ เสียดายจำไม่ค่อยได้ เดี๋ยวจะไปตามหาที่ร้านDVD มาดูอีกครั้งค่ะ
สวัสดีอีกครั้งครับคุณทรายชล กับการตกหล่นครั้งที่ 2 ฮือๆๆ
ดีจังเลยครับ หามาดูอีกรอบนะครับ หาเช่าไม่ได้ก็ซื้อเก็บไว้เลยครับ 555 เหมาะที่จะเก็บไว้ให้ลูกหลานเราดู อิอิ
ขอบคุณมากครับผม :)
ไม่เคยดูสักเรื่อง อิอิ
เห็นไหมคะ พอลล่าดูหนังน้อยนิดกว่าคุณเดย์อีกค่ะ เอ..แต่งเมื่อไหร่นะคะ
สวัสดีครับคุณพอลล่า
ไม่เป็นไรเดย์ย้ายงานมาเป็นคนฉายหนังให้คุณพอลล่าดูแล้วนี่ไง :)
อิอิ แต่งเดือนพฤษจิกายน โน๊นนนนนน ครับ
ยังอีกไกล หรืออีกใกล้หว่า อิอิ ยังคิด ครีเอทการ์ด และของชำร่วยไม่ออกเลยคร๊าบ ช่วยที 555
คิดถึงนะครับ :)
อิอิ น้องสาว พอลล่าแต่งก่อน นะ เดือน พค.นี้ ของชำร่วยเป็นแก้วเซรามิค มาให้พอลล่าเขียนชื่อ บ่าว สาว คิดดูนะ ว่า...ศิลป์แค่ไหน อิอิ
รับงานเพิ่มมั้ยครับคุณพอลล่า เขียนให้งานเดย์ด้วยเด้อ อิอิ
ตกลงใช่มั้ยครับ...ขอบคุณล่วงหน้านะครับ แป่วๆๆๆๆ 555
รอดูของน้องสาวพอลล่าก่อนไหม อิอิ แล้วให้โอกาสตัดสินใจอีกครั้งค่ะ แป่วววว
เออ...จริงแฮะ ไปชวนก่อนเห็นฝีมือได้ยังไงว๊า 555
ขอยกเลิกนัดก่อนนะคร๊าบคุณพอลล่า ขอดูก่อนดีกว่า แล้วค่อยตัดสินใจ แป่วววว :)
ชอบหนังเรื่องนี้มากค่ะ ดูแล้ว ได้ข้อคิดกับชีวิตหลายประการทั้งในแง่ความพยายาม ทั้งในแง่ ความยุติธรรม และที่โดดเด่นก็คงเป็นมิตรภาพของคน 2 สีผิว 2 วัย ซาบซึ้งตรึงใจดูหลายรอบเหมือนกันเลยค่ะ
สวัสดีครับคุณวันเพ็ญ
Wanpen
ดีใจจังเลยครับที่ได้ทราบว่ามีคนรักหนังเรื่องนี้อีกคน ^_^
ข้อคิดที่คุณวันเพ็ญให้ความเห็นมานั้น ปรากฎอยู่ตลอดทั้งเรื่องเลยว่ามั้ยครับ ผมชอบตอนไหนที่สุดรู้มั้ยครับ???... ผมชอบตอนที่เรดตามหาหินก้อนนั้น ที่อยู่ใต้ต้นโอ้ก แล้วนั่งลงอ่านข้อความที่แอนดี้เขียนถึงเพื่อน...ซึ้งนะครับ อิอิ
ดูหลายรอบเช่นกันครับผม ^_^
เป็นพนังในดวงใจหลายคนเลยครับ
ตอนนี้ในเวบ IMDb ได้ที่หนึ่งเลยครับ
สวัสดีครับคุณผู้ไม่ประสงค์ออกนาม
จริงเหรอครับ!!! อันดับหนึ่งเลย...ว๊าววว!!! ในไทยเราเป็นหนังฮิตเงียบครับตามความรู้สึกผม
แต่ถ้าใครได้ดูแล้วรับรองว่าตราตรึง ^^
ขอบพระคุณมากนะครับที่มาแบ่งข้อมูลดีดี ;)