ประชุมครูผู้ประสานงานและครูที่ปรึกษานักเรียนเอเอฟเอสนานาชาติ

การประชุมครูผู้ประสานงานและครูที่ปรึกษา
นักเรียนเอเอฟเอสนานาชาติ รุ่นที่ 1 ประจำปี2552-2553
โครงการ 1 ปี (เมษายน  2552 -กุมภาพันธ์2553) และโครงการ 1 ภาคเรียน ( เมษายน-ตุลาคม2552)

วันที่  5-6  เมษายน 2552

ณ โรงแรมแกรนด์  เมอร์เคียว  ฟอร์จูน  กรุงเทพฯ 

ฝ่ายอุปถัมภ์บุคลากร( Hosting) ได้จัดประชุมครูผู้ประสานงานและครูที่ปรึกษานักเรียนเอเอฟเอสนานาชาติ รุ่นที่1 ประจำปี2552-2553ทั้งโครงการ1  ปีและ1ภาคเรียน ขึ้น    โดยเริ่มลงทะเบียนรับเอกสารตั้งแต่เวลา8:30   พิธีเปิดเริ่มเวลา9:00 .คุณศิริลักษณ์ บูรพาวิจิตร  ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายอุปถัมภ์บุคลากร  สำนักงานเอเอฟเอสประเทศไทย  ได้กล่าวรายงานการประชุมต่อประธานฯ คือคุณสุรวัฒน์  ชมพูพงษ์  กรรมการที่ปรึกษามูลนิธิเอเอฟเอสประเทศไทย  หลังจากกล่าวเปิดการประชุม  คุณสุรวัฒน์ได้บรรยายพิเศษเรื่อง  การดูแลนักเรียนต่างชาติให้มีความสุข เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าคุณสุรวัฒน์  นอกจากจะรับเป็นอาจารย์พิเศษของมหาวิทยาลัยกรุงเทพฯแล้วท่านยังเป็นวิทยากรคิวทองที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ  ได้รับเชิญไปบรรยายให้กับสถาบันต่างๆ   ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานของกระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม  กระทรวงสาธารณสุข ฯลฯ หากจะเล่าประวัติและผลงานของท่านเขียนสัก    50 ตอน ก็ไม่จบ มีโอกาสได้พบปะท่านปีละ 4-5ครั้ง  ล้วนเกี่ยวข้องกับงานของเอเอฟเอสประเทศไทย   ดูเหมือนว่าท่านไม่เคย SayNoกับเอเอฟเอส  ท่านบรรยายได้อย่างน่าสนใจและสนุกสนานครบถ้วนทั้งเนื้อหาสาระและข้อคิดดีๆ    โดยนำประสบการณ์มาเชื่อมโยงไปสู่ Concept ของเรื่องได้อย่างกลมกลืน   รู้สึกสุขใจทุกครั้งที่ได้รับฟังการบรรยายจากท่าน   เวลาเกือบชั่วโมงครึ่งผ่านไปรวดเร็วเหลือเกิน  เมื่อหันกลับไปดูสีหน้าของผู้เข้าร่วมประชุมยังปรากฏร่องรอยของรอยยิ้มฉาบทั่วใบหน้าของทุกคน 

              

             

         

          หลังรับประทานอาหารกลางวัน  ดำเนินการประชุมต่อโดยคุณศิริลักษณ์    ได้นำเสนอPresentation เรื่องบทบาทหน้าที่ของครูที่ปรึกษาและแนวทางปฏิบัติและข้อมูลที่ควรทราบสำหรับครูที่ปรึกษาในการรับอุปถัมภ์ด้วยสไตล์นักวิชาการแนวทฤษฎี   แต่สำหรับครูชเนตตี  นิโครธานนท์ ( พี่แต้) จากโรงเรียนวัดราชโอรส  มาในรูปแบบแนวปฏิบัติที่ลุยๆ ถึงพริกถึงขิง มีการนำประสบการณ์ในการ Host นักเรียนต่างชาติมากว่า 30ปี มาเล่าสู่กันฟัง…( มากมายขนาดนี้เล่ากี่ปีถึงจะจบน๊า)   และแบ่งกลุ่มแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ตามภาคคือภาคเหนือและภาคกลางอยู่ด้วยกัน    ส่วนภาคใต้และภาคอีสานรวมกลุ่มกัน    โดยเน้น 4หัวข้อคือ

1.    พฤติกรรมต่างๆของนักเรียนเอเอฟเอสแลกเปลี่ยนแต่ละประเทศ

2.    การดูแลเอาใจใส่นักเรียนเอเอฟเอสระหว่างที่พักอยู่กับครอบครัวอุปถัมภ์

3.    การปรับตัวเข้าหากันระหว่างครอบครัวอุปถุมภ์กับนักเรียนเอเอฟเอส

4.    การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่อาจเกิดขึ้นได้กับนักเรียนและครอบครัวอุปถัมภ์และกิจกรรมระหว่างอยู่กับครอบครัวอุปถัมภ์

  และยังเชิญนักเรียนแลกเปลี่ยนชาวเยอรมันมาเล่าเรื่องประสบการณ์ช่วงที่พักอยู่ในแถบภาคเหนือของไทยเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ปัจจุบันมาช่วยงานที่สำนักงานเอเอฟเอสประเทศไทย      เมื่อพักรับประทานอาหารว่างเรียบร้อยแล้ว     ให้อาสาสมัครคิด
การแสดงและเตรียมการเพื่อร่วมงาน
Welcome Partyในเวลา 18:30.

            

        คณะอาสาสมัครและทีมงานของฝ่ายอุปถัมภ์บุคลากรถือกุหลาบก้านยาวยืนเรียงเป็นแถวต้อนรับนักเรียนแลกเปลี่ยนชาวต่างชาติจำนวน 17 คนจากประเทศ Argentina 7คน  Australia 1  คนGermany 3คน Japan 2คน
New Zealand 1คนAmerica 2คน  และCosta Rica 1 คน คุณสุรวัฒน์ ได้ให้เกียรติเป็นประธานฯกล่าวต้อนรับและให้นักเรียนชาวต่างชาติแนะนำตนเองและบอกชื่อโรงเรียนรวมทั้งจังหวัดที่จะไปอยู่เป็นภาษาไทย  เมื่อเอ่ยชื่อโรงเรียนใด 
ครูผู้ประสานงานและครูที่ปรึกษาจะเดินออกมารับพร้อมคล้องมาลัยดอกไม้ให้         ที่สนุกคือการได้ฟังภาษาไทยสำเนียง
ต่างชาติ   ชาวต่างชาติหลายเชื้อชาติมักบ่นว่าภาษาไทยยาก
แต่ไม่น่าเชื่อว่าบางคนอยู่เพียง 3เดือน       สามารถพูดได้
คล่องปรื๋อออ    
ที่โรงเรียนกำแพงเพชรพิทยาคมมีครูชาวต่างชาติอยู่หลายเชื้อชาติด้วยกัน  ภาษาที่ใช้สื่อสารกันก็คือภาษาอังกฤษ  สำเนียงที่ฟังยากที่สุดน่าจะเป็นสำเนียงของชาวญี่ปุ่น   มีเรื่องเล่ากันว่าในบรรดาประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่   ชาวไทยมีสำเนียงที่ใกล้เคียงเจ้าของภาษามากที่สุด
              เมื่อพาลูกๆ / น้องๆชาวต่างชาติมานั่งที่โต๊ะด้วยกันแล้วก็พาไปตักอาหารพร้อมให้คำแนะนำด้วยว่าอาหารประเภทนี้ไม่เผ็ด ประเภทนั้นเผ็ดนิดหน่อย ชาวต่างชาติบางคนนิยมกินอาหารมังสะวิรัติ  บางเหตุผลก็เพราะไม่อยากทำลายชีวิตสัตว์   พิธีกรรอให้ทานอาหารจนอิ่มก็เชิญอาสาสมัครภาคเหนือและภาคกลางไปแสดง ..ขอบอกว่างานนี้ต้องเตี๊ยมกันแบบขอร้องแกมบังคับด้วยเหตุผลที่ฟังขึ้นและน่าเห็นใจ      คือหากเผลอปล่อยให้ภาคอีสานแสดงก่อนรับรองภาคเหนือและภาคกลางจืดสนิท   ความอ่อนหวานจากสะล้อซอซึงหรือจะไปสู้เสียงปี่เสียงแคนจากดินแดนอีสานบ้านเฮาได้จะได ..ไม่ว่าชนชาติใดหากได้ยินเสียงดนตรีจากแดนอีสานเขียวกระหึ่มขึ้นมาคราวใด….ย่อมอดใจที่จะร่วมวงไพบูลย์ด้วยไม่ได้ดอก  
ต่อจากนั้นก็เชิญแต่ละชาติมาแสดงศิลปะและวัฒนธรรม  และคั่นรายการรำเซิ้งของผู้บ่าวและผู้สาว  ม่วนหลายเด้ออออ...

คุณพี่สุวณีย์ ( สาว Rose) และทีมงานฯได้เตรียมพิธีรดน้ำขอพรผู้ใหญ่เนื่องในประเพณีปีใหม่ไทยหรือประเพณีสงกรานต์ ให้คณะอาสาสมัครและชาวต่างชาติได้ร่วมกิจกรรมกันอย่างสนุกสนานและต่อด้วยพิธีผูกข้อมือรับขวัญนักเรียนต่างชาติ   
จบท้ายกิจกรรมด้วยการฉลองวันเกิดให้กับแขกรับเชิญที่มาร่วมงานกับคุณสุรวัฒน์    เป็นงานฉลองวันเกิดที่สุขสันต์จริง ๆ เพราะได้รับพรหลากหลายภาษาด้วยกัน   ผู้เขียนเองยังอยากจะขอย้ายวันเกิดมาเป็นวันนี้บ้างจัง
..! อาสาสมัครต่างนัดหมายเวลาที่จะพานักเรียนชาวต่างชาติของตนกลับถิ่นในวันพรุ่งนี้    ก่อนแยกย้ายกันไปพักผ่อนตามอัธยาศัย       รับลูกเขามาดูแลแล้วนี่ต้องทำให้ดีที่สุด    จ้าได้เลยยยจ้า!