จิตใจวันนี้ช่างหดหู่ ท้อแท้ และเหนื่อยมากนะ
เหนื่อยมากที่ต้องอดทน ต้องสู้ในเส้นทางที่เต็มไปด้วยขวากหนามแห่งอารมณ์

แม้งานในหน้าที่ของพระจะดูเหมือนสบาย คือ ไม่ต้องแบกหามอะไรมากมาย แต่พระนั้นมีหน้าที่สู้อยู่กับอารมณ์ สู้และอยู่กับใจที่หวั่นไหวอยู่ตลอดเวลา

งานที่ดูสบาย ๆ นี้ จึงเป็นงานที่คนทั้งหลายไม่อยากเข้ามาทำ
ทั้ง ๆ ที่การบรรพชาเข้ามาอยู่ในพระพุทธศาสนาก็ไม่ได้ทำให้เราเหนื่อยกายมากมายอะไรนักหนา
งานที่ทำนั้นก็ไม่ถึงกับต้องแบก ต้องหามของหนัก ๆ อยู่ตลอดเวลา
แต่ทว่าการแบกใจ การรับอารมณ์ที่หนัก ๆ อยู่ตลอดเวลานั้นเป็นงานที่หนักว่าหินหรือว่าวัตถุใด ๆ

ดังนั้น อาการ “จิตหดหู่” ท้อแท้ เหนื่อยหรือสิ้นหวังจึงเป็นอาการปกติที่เกิดขึ้นได้กับ “นักสู้” ที่มีหน้าที่ “สู้อารมณ์”

บางครั้ง บางวัน หรือในหลาย ๆ ครั้ง หลาย ๆ วัน เราจึงเหนื่อยมาก ท้อมาก และหดหู่มาก

ท้อจนแทบอยากจะหนีออกไปให้พ้นจากกำแพงที่กั้นเราจากสังคมภายนอกนี้
เหนื่อยนะ หิวนะ ไม่ไหวแล้ว ไม่ไหวแล้ว ทำไมเราต้องมาทน มาทุกข์อย่างนี้ด้วย
ทั้ง ๆ ที่เมื่อก่อนเราสบาย คนอื่นเขาก็สบาย เขาได้กินข้าว ได้พักผ่อน เรากลับต้องมาทำงาน ทำงาน ทำงาน อย่างหนัก แถมยังต้องอดอาหาร ไม่สามารถจะทานอะไรในเวลาวิกาลได้

เราจะทนสู้ต่อไปทำไมหนอ...?
เมื่อคิด จิตก็เริ่มหดหู่
เมื่อเหนื่อย จิตก็เริ่มท้อ
ทั้ง ๆ ที่ประตูก็ไม่ได้ลงกลอน ทำไมเราถึงไม่หนีออกไปให้พ้น ๆ ทำไมเราต้องเหนื่อย ทำไมเราต้องสู้
เราทำเราต้องทำงานเพื่อคนอื่น ต้องรับใช้เขาหรือญาติโยมทั้งหลายด้วยนะ
บางครั้งเราก็ท้อใจและเหนื่อยมากนะที่ต้องมาเป็น “ขี้ข้าโยม”

โยมเขาจะทำอะไรเราก็ต้องอดหลับอดนอนทำให้เขา ง็อก ง็อก ง็อก
เหนื่อยก็เหนื่อย ง่วงก็ง่วง ทำไม่ดีก็โดนเทศน์อีก ทำช้าก็โดนบ่น เราจะทนไปและทำไปทำไมนะ...?
เฮ้อ... เหนื่อย เหนื่อยจริง ๆ

ยิ่งคิดยิ่งเหนื่อย ยิ่งท้อ ยิ่งทุกข์
แต่นั่นสิเน๊อะ... มนุษย์ทั้งหลายเขารดน้ำต้นไม้ที่โคน แต่ต้นไม้นั้นก็ย่อมให้ผลที่ปลาย
วันนี้เราต้องเหนื่อยเพราะการต่อน้ำ ตักน้ำ เพื่อนำมารดน้ำต้นไม้หรือชีวิตของเรานี้ มันก็ต้องเหนื่อย ต้องท้อ ต้องทุกข์เป็นธรรมดา

เราจะพยายามอดทน เข้มแข็ง และสู้ไปให้ได้นานที่สุด เพราะฝึกฝน ปฏิบัติตน เพื่อต่อสู้กับอารมณ์ที่จรเข้ามา
มนุษย์ที่ประเสริฐ คือ มนุษย์ที่ฝึกฝน ปฏิบัติตนแล้ว
วันนี้เรามาฝึกฝน เปลี่ยนแปลงตนจากเศษเหล็กที่ไร้ค่าให้เป็นมีดสักด้ามหนึ่งที่ “มีค่า”
ถึงแม้จะต้องถูกเผา ถูกหลอม ถูกทุบ ถูกตี เราก็ต้องอดทน ต่อสู้เพื่อเพิ่มมูลค่า (Value Added) ให้กับตัวเอง
จากเศษเหล็กชิ้นเดิม ไม่นานก็จะเพิ่มเติมมูลค่าให้เป็นเหล็กที่มีมูลค่า มีราคาได้
เราจะสู้เพื่อวันนั้น วันที่เหล็กชิ้นนี้มีราคา มีคุณค่าต่อตนเองและสังคม...