พระโสดาบัน ฆราวาสก็เป็นได้

วันนี้หยิบข้อธรรมมาฝากครับ...(จาก website กลุ่มเสขิยธรรม ครับ) ...พระโสดาบันสามารถบรรลุได้ขณะเป็นฆราวาสนะครับ แล้วแต่บุญ วาสนา บารมี และ การปฏิบัติของแต่ละคนครับว่าเข้าสู่หนทางที่ถูกต้องหรือยัง

...................................................................................................................................

โสดาบัน แปลว่า "ท่านผู้บรรลุกระแสพระนิพพาน" คือ มีหวังได้นิพพานในที่สุด เพราะได้เข้าถึงกระแส"พระนิพพาน"แล้ว จัดเป็นพระอริยบุคคลขั้นแรกในพระพุทธศาสนา

พระอริยบุคคลแต่ละขั้น ก็จัดว่าได้บรรลุนิพพานในขั้นนั้นๆ แต่ในขั้นต้นๆนั้น เป็นการดับกิเลสเฉพาะบางส่วนเท่านั้น ส่วนขั้นพระอรหันต์ เป็นการดับกิเลสโดยสิ้นเชิง เพราะคำว่า"นิพพาน" หมายถึงการดับกิเลส.

พระโสดาบัน ดับกิเลส หรือละสังโยชน์ได้ ๓ อย่าง คือ..

๑. สักกายทิฏฐิ - ความเห็นว่าเป็นตัวตน

๒. วิจิกิจฉา - ความลังเลสงสัยในพระรัตนตรัย

๓. สีลัพพตปรามาส - ความถือมั่นในศีลพรตอย่างงมงาย

นอกจากนี้ กิเลสที่มีความสำคัญรองลงมา คือ ความริษยา ความตระหนี่ ความลำเอียง ความยกตนข่มท่าน ความอกตัญญู ความมีมายา และความโอ้อวด ก็ถูกทำลายไปหมดสิ้นด้วย และเป็นผู้มีศีล ๕ ประจำใจ รวมทั้งเป็นผู้มีศรัทธา อย่างมั่นคงในพระรัตนตรัย.

 

จิตของพระโสดาบัน..

ไม่มีความยึดมั่นในตัวตน        ไม่มีความสงสัยในพระรัตนตรัย

ไม่มีความเชื่อผิดๆในศีลพรต   ไม่มีความตระหนี่

ไม่มีความริษยา                      ไม่มีราคะชนิดที่รุนแรง

ไม่มีความโกรธชนิดที่นำไปสู่อบาย      ไม่มีความถือตัวอย่างหลงผิด

ไม่มีความลบหลู่ ความยกตน ความโอ้อวด

ไม่มีความเป็นคนเจ้าเล่ห์        ไม่มีอคติ ๔ (ความลำเอียง)

มีศีล ๕ ประจำใจ                    ปิดประตูอบายได้

 

จิตของพระสกทาคามี

กามราคะเบาบาง   มีความโกรธเบาบาง  ไม่มีการพูดส่อเสียด หรือด่าแช่งที่รุนแรง

 

จิตของพระอนาคามี

ไม่มีกามราคะ     ไม่มีความโกรธ

 

จิตของพระอรหันต์

ไม่มีความยินดีในรูปฌาณ          ไม่มีความยินดีในอรูปฌาน

ไม่มีความฟุ้งซ่าน   ไม่มีความถือตัว    ไม่มีอวิชชา

......................................................................................................................................