ระบบโรงพยาบาล

 การพัฒนาวงจรระบบของโรงพยาบาลนารองมีมีการนำระบบHosxp เพื่อพัฒนาระบบงานปรับปรุงกระบวนการได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น เช่นในการนัดผู้ป่วย มีการลงข้อมูลในระบบHosxp ซึ่งทำให้ความคลาดเคลื่อนและสามารถตรวจสอบจำนวน/วันเวลา/ตารางแพทย์ได้สะดวกขึ้น ลดความผิดพลาดในเรื่องข้อมูลผู้ป่วยและ   สามารถควบคุมระบบนัด/ติดตามผู้ป่วยได้ง่ายขึ้น

      การพัฒนาการเชื่อมโยงฐานข้อมูลในโปรมแกรม Hosxp ผ่านคระกรรมการพัฒนาโปรมแกรมของโรงพยาบาล โดยขยายระบบงานเกี่ยวกับหอผู้ป่วยให้คลอบคลุมมากขึ้น โดยพัฒนาในรูปคณะกรรมการสารสนเทศในโรงพยาบาลและคณะกรรมการพัฒนาโปรมแกรมและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านระบบ

สรุปการพัฒนาระบบโดยให้หลักของ SDLC.

ขั้นตอนการพัฒนามี 7 ขั้นตอนมีดั้งนี้

      1.การค้นหาและเลือกสรรโครงการ (Project Identification and Selection)

    เริ่มจากการที่ผู้บริหารขององค์กรหรือบุคลากรมีความต้องการที่จะพัฒนาระบบงาน จึงได้มีการแต่งตั้งกลุ่มบุคคลเพื่อค้นหาโครงการที่เห็นสมควรว่าควรได้รับการพัฒนา จากกิจกรรมการค้นหาโครงการนี้ ส่งผลให้เกิดโครงการพัฒนาขึ้นมาหลายโครงการ ผู้บริหารและนักวิเคราะห์ระบบจะต้องทำการจำแนกกลุ่มของโครงการให้เป็นหมวดหมู่อย่างมีหลักเกณฑ์ เช่น จำแนกตามความสำคัญหรือ จำแนกตามผลตอบแทนที่จะได้รับ กิจกรรมสุดท้ายของขั้นตอนนี้จะทำการเลือกโครงการที่เหมาะสมที่สุด และตรงกับวัตถุประสงค์ (Objective) ขององค์กรในสถานการณ์ปัจจุบันมากที่สุด

สรุป การทำงานในขั้นตอนการค้นหาและการเลือกสรรโครงการ (Project Identification/Selection)

กิจกรรม

ตัวอย่างแผนภาพ เครื่องมือและเทคนิคที่ใช้

1. ค้นหาโครงการพัฒนาระบบที่เห็น สมควรได้รับการพัฒนา
2. จำแนกและจัดลำดับโครงการ
3. เลือกโครงการที่เหมาะสมที่สุด

ตารางเมตริกซ์ (Matrix Table)

2.การเริ่มต้นและวางแผนโครงการ (Project Initiating and Planning)

              เมื่อพิจารณาเลือกโครงการพัฒนาระบบได้แล้ว ขั้นตอนนี้จะรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อเริ่มต้นจัดทำโครงการที่ได้รับอนุมัติโดยเริ่มจากการจัดตั้งทีมงาน เพื่อเตรียมการดำเนินงาน จากนั้นทีมงานดังกล่าวร่วมกันค้นหา สร้างแนวทาง และเลือกทางเลือกที่ดีที่สุดในการนำระบบใหม่มาใช้งาน เมื่อได้ทางเลือกที่ดีและเหมาะสมที่สุดแล้ว ทีมงานจึงเริ่มวางแผนดำเนินงานโครงการ โดยศึกษาความเป็นไปได้ กำหนดระยะเวลาดำเนินกิจงานแต่ละขั้นตอนและกิจกรรม เพื่อนำเสนอต่อผู้บริหารพิจารณาอนุมัติให้ดำเนินการในขั้นตอนต่อไป

 

 3.การวิเคราะห์ระบบ (System Analysis)
              ศึกษาขั้นตอนการดำเนินงานของระบบเดิมเพื่อหาปัญหาที่เกิดขึ้น รวบรวมความต้องการในระบบใหม่จากผู้ใช้ระบบแล้วนำความต้องการเหล่านั้นมาศึกษาและวิเคราะห์เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ด้วยการใช้แบบจำลองต่าง ๆ ช่วยในการวิเคราะห์

               เริ่มจากทำการศึกษาถึงขั้นตอนการดำเนินงานของระบบเดิมหรือระบบปัจจุบันว่าเป็นไปอย่างไรบ้าง ปัญหาที่เกิดขึ้นคืออะไร หลังจากนั้นจึงรวบรวมความต้องการในระบบใหม่จากผู้ใช้ระบบ โดยอาจจะมีการใช้เทคนิคในการเก็บรวบรวมข้อมูล เช่น การออกแบบสอบถาม การสัมภาษณ์

สรุป การทำงานในขั้นตอนการวิเคราะห์ระบบ (System Analysis)

กิจกรรม

ตัวอย่างแผนภาพ เครื่องมือและเทคนิคที่ใช้

1. ศึกษาขั้นตอนการทำงานของระบบเดิม
2. กำหนดความต้องการในระบบใหม่จากผู้ใช้ระบบ
3. จำลองแบบขั้นตอนการทำงาน
4. อธิบายขั้นตอนการทำงานของระบบ
5. จำลองแบบข้อมูล

- เทคนิคการรวบรวมสารสนเทศและข้อเท็จจริง (Fact-Finding and Information Gathering)
- แผนภาพกระแสข้อมูล (Data Flow Diagram)
- แผนภาพแสดงความสัมพันธ์ของข้อมูล (E-R Diagram)
- พจนานุกรมข้อมูล (Data Dictionary)
- ตัวต้นแบบ (Prototyping)
- ผังงานระบบ (System Flowcharts)
- เครื่องมือช่วยในการวิเคราะห์และออกแบบระบบ (CASE Tools)

 4.การออกแบบระบบเชิงตรรกะ (Logical Design)

           เป็นขั้นตอนในการออกแบบลักษณะการทำงานของระบบ โดยการออกแบบในเชิงตรรกะนี้ยังไม่ได้มีการระบุถึงคุณลักษณะของอุปกรณ์ที่จะนำมาใช้ เพียงแต่กำหนดถึงลักษณะของรูปแบบรายงานที่เกิดจากการทำงานของระบบ ลักษณะของการนำข้อมูลเข้าสู่ระบบและผลลัพธ์ที่ได้จากระบบ  ขั้นตอนการออกแบบเชิงตรรกะจะสัมพันธ์และเชื่อมโยงกับขั้นตอนการวิเคราะห์ระบบเป็นอย่างมาก เนื่องจากอาจจะมีการนำแผนภาพที่แสดงถึงความต้องการของผู้ใช้ระบบที่ได้จาก ขั้นตอนการวิเคราะห์ระบบมากทำการแปลงเพื่อให้ได้ข้อมูลเฉพาะของการออกแบบ (System Design Specification) ที่สามารถนำไปเขียนโปรแกรมได้สะดวกขึ้น เช่น การออกแบบส่วนนำเข้าข้อมูล และผลลัพธ์นั้นต้องอาศัยข้อมูลที่เป็น Data Flow ที่ปรากฏอยู่บนแผนภาพกระแสข้อมูลในขั้นตอนการวิเคราะห์ระบบ

 

  5.ขั้นตอนการออกแบบระบบเชิงกายภาพ (Physical Design)

เป็นขั้นตอนที่ระบุถึงลักษณะการทำงานของระบบทางกายภาพหรือทางเทคนิค โดยระบุถึงคุณลักษณะของอุปกรณ์ที่จะนำมาใช้ เทคโนโลยี โปรแกรมภาษาที่จะนำมาเขียนโปรแกรม ฐาน ข้อมูล ระบบปฏิบัติการ และระบบเครือข่ายที่เหมาะสมกับระบบ สิ่งที่ได้จากขั้นตอนการออกแบบทางกายภาพนี้จะเป็นข้อมูลเฉพาะของการออกแบบ (System Design Specification) เพื่อส่งมอบให้กับโปรแกรมเมอร์เพื่อใช้เขียนโปรแกรมตามลักษณะการทำงานของระบบที่ได้ออกแบบและกำหนดไว้

              ทั้งนี้ในการออกแบบที่นอกเหนือจากที่กล่าวมานี้ ขึ้นอยู่กับระบบขององค์กรว่าจะต้องมีการเพิ่มเติมรายละเอียดส่วนใดบ้าง แต่ควรจะมีการออกแบบระบบความปลอดภัยในการใช้ระบบด้วย โดยการกำหนดสิทธิในการใช้งานข้อมูลที่อยู่ในระบบของผู้ใช้ตามลำดับความสำคัญ เพื่อป้องกันการนำข้อมูลไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง นอกจากนี้นักวิเคราะห์ระบบอาจจะมีการตรวจสอบความถึงพอใจในรูปแบบและลักษณะการทำงานที่ออกแบบไว้ โดยอาจจะมีการสร้างตัวต้นแบบ (Prototype) เพื่อให้ผู้ใช้ได้ทดลองใช้งาน

 

สรุป การทำงานในขั้นตอนการออกแบบทางกายภาพ (Physical Design)

กิจกรรม

ตัวอย่างแผนภาพ เครื่องมือและเทคนิคที่ใช้

1. ออกแบบฐานข้อมูลระดับกายภาพ
2. ออกแบบ Application

- แผนภาพกระแสข้อมูล (Data Flow Diagram)
- แผนภาพแสดงความสัมพันธ์ของข้อมูล (E-R Diagram)
- พจนานุกรมข้อมูล (Data Dictionary)
- ตัวต้นแบบ (Prototyping)
- เครื่องมือช่วยในการวิเคราะห์และออกแบบระบบ (CASE Tools)

 

 6.การพัฒนาและติดตั้งระบบ (System Implementation)

         เป็นขั้นตอนในการนำข้อมูลเฉพาะของการออกแบบมาทำการเขียนโปรแกรมเพื่อให้เป็นไปตามคุณลักษณะ และรูปแบบต่าง ๆ ที่ได้กำหนดไว้ หลังจากเขียนโปรแกรมเรียบร้อยแล้ว นักวิเคราะห์จะต้องทำการทดสอบโปรแกรม ตรวจสอบหาข้อผิดพลาดของโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นมา และสุดท้ายคือการติดตั้งระบบไม่ว่าจะเป็นระบบใหม่หรือเป็นการพัฒนาระบบเดิมที่มีอยู่แล้ว โดยทำการติดตั้งตัวโปรแกรม ติดตั้งอุปกรณ์พร้อมทั้งจัดทำคู่มือและจัดเตรียมหลักสูตรอบรมให้แก่ผู้ใช้งานที่เกี่ยวข้อง  พร้อมทั้งจัดทำคู่มือประกอบการใช้โปรแกรม จัดหลักสูตรฝึกอบรมผู้ใช้ระบบและคอยช่วยเหลือในระหว่างการทำงาน

 

สรุป การทำงานในขั้นตอนการพัฒนาและติดตั้งระบบ (System Implementation)

กิจกรรม

ตัวอย่างแผนภาพ เครื่องมือและเทคนิคที่ใช้

1. เขียนโปรแกรม (Coding)
2. ทดสอบโปรแกรม (Testing)
3. ติดตั้งระบบ (Installation)
4. จัดทำเอกสาร (Documentation)
5. ฝึกอบรม (Training)
6. บริการให้ความช่วยเหลือหลังการ ติดตั้ง (Support)

- โปรแกรมช่วยสอน (Computer Aid Instruction : CAI)
- ระบบคอมพิวเตอร์เพื่อการฝึกอบรม (Computer-Based Training : CBT)
- ระบบการฝึกอบรมผ่านเว็บ (Web-Based Training : WBT)
- โปรแกรมแก้ไขข้อผิดพลาด (Debugging Program)

 7.ขั้นตอนการซ่อมบำรุงระบบ (System Maintenance)

เป็นขั้นตอนสุดท้ายของวงจรพัฒนาระบบ (SDLC) หลังจากระบบใหม่ได้เริ่มดำเนินการ ผู้ใช้ระบบอาจจะพบกับปัญหาที่เกิดขึ้นเนื่องจากความไม่คุ้นเคยกับระบบใหม่ และค้นพบวิธีการ แก้ไขปัญหานั้นเพื่อให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้เอง ดังนั้น นักวิเคราะห์ระบบและโปรแกรมเมอร์จะต้องคอยแก้ไขและเปลี่ยนแปลงระบบที่ทำการพัฒนาขึ้นจนกว่าจะเป็นที่พอใจของผู้ใช้ระบบมากที่สุด ปัญหาที่ผู้ใช้ระบบค้นพบระหว่างการดำเนินงานนั้นเป็นผลดีในการทำให้ระบบใหม่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากผู้ใช้ระบบเป็นผู้ที่เข้าใจในการทำงานทางธุรกิจเป็นอย่างดี

 

สรุป การทำงานในขั้นตอนการบำรุงรักษาระบบ (System Maintenance)

กิจกรรม

ตัวอย่างแผนภาพ เครื่องมือและเทคนิคที่ใช้

1. เก็บรวบรวมคำร้องขอให้ปรับปรุงระบบ
2. วิเคราะห์ข้อมูลคำรองขอเพื่อการปรับปรุง
3. ออกแบบการทำงานที่ต้องการปรับปรุง
4. ปรับปรุงระบบ

- แบบฟอร์มแจ้งข้อผิดพลาดของระบบ

สรุป การทำงานในขั้นตอนการเริ่มต้นและวางแผนโครงการ (Project Initiating and Planning)

กิจกรรม

ตัวอย่างแผนภาพ เครื่องมือและเทคนิคที่ใช้

1. ออกแบบฟอร์มข้อมูลและรายงาน (Form/Report)
2. ออกแบบ User Interface
3. ออกแบบฐานข้อมูลในระดับตรรกะ

- แผนภาพกระแสข้อมูล (Data Flow Diagram)
- แผนภาพแสดงความสัมพันธ์ของข้อมูล (E-R Diagram)
- พจนานุกรมข้อมูล (Data Dictionary)
- ตัวต้นแบบ (Prototyping)
- เครื่องมือช่วยในการวิเคราะห์และออกแบบระบบ (CASE Tools)

สรุป การทำงานในขั้นตอนการเริ่มต้นและวางแผนโครงการ (Project Initiating and Planning)

กิจกรรม

ตัวอย่างแผนภาพ เครื่องมือและเทคนิคที่ใช้

1. เริ่มต้นโครงการ
2.เสนอแนวทางเลือกในการนำระบบใหม่มาใช้งาน
3. วางแผนโครงการ

- เทคนิคการรวบรวมสารสนเทศและข้อเท็จจริง (Fact-Finding and Information Gathering)
- เทคนิคการวิเคราะห์ต้นทุน