ชื่อเรื่อง แบบฝึกเสริมทักษะกระบวนการ
ทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน สำหรับนักเรียน
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
ผู้ศึกษา นายกรกฎ พลตรี
บทคัดย่อ
การพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีความมุ่งหมาย เพื่อพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 เพื่อศึกษาดัชนีประสิทธิผลของแบบฝึกเสริมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้น
พื้นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และเพื่อศึกษาความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อการใช้แบบฝึกเสริมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านม่วงลายราษฎร์ผดุงศิลป์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสกลนคร เขต 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2550 จำนวน 34 คน
เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ แบบฝึกเสริมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 8 ชุด ได้แก่
ชุดที่ 1 ทักษะการสังเกต
ชุดที่ 2 ทักษะการวัด
ชุดที่ 3 ทักษะการคำนวณ
ชุดที่ 4 ทักษะการจำแนกประเภท
ชุดที่ 5 ทักษะการหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปสกับสเปสและสเปสกับเวลา
ชุดที่ 6 ทักษะการจัดกระทำและสื่อความหมายข้อมูล
ชุดที่ 7 ทักษะการลงความคิดเห็นจากข้อมูล
ชุดที่ 8 ทักษะการพยากรณ์
แบบทดสอบวัดทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน จำนวน 40 ข้อและแบบสอบถามความคิดเห็นที่มีต่อแบบฝึกเสริมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน จำนวน 10 ข้อ
การวิเคราะห์ข้อมูล หาประสิทธิภาพของแบบฝึกเสริมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน ตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 หาค่าดัชนีประสิทธิผลของแบบฝึกเสริมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และหาค่าเฉลี่ยรายข้อของแบบสอบถามความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อการใช้แบบฝึกเสริมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน
ผลการศึกษาพบว่า
1. แบบฝึกเสริมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
มีประสิทธิภาพ 80.59/85.07 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่ตั้งไว้
2. ดัชนีประสิทธิผล ( E.I.) มีค่าเท่ากับ 0.6177 ซึ่งแสดงว่านักเรียนมีความรู้เพิ่มขึ้น 0.617 หรือคิดเป็น
ร้อยละ 61.77
3. ความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อการใช้แบบฝึกเสริมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน ส่วนใหญ่อยู่ในระดับมากที่สุด
บทนำ
ความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี เป็นปัจจัยหนึ่งในการส่งผลให้เกิดกระแสโลกาภิวัตน์ (Globalization) ที่มีอิทธิพลทำให้โลกปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในลักษณะนี้ทำให้คนเราต้องพัฒนาความคิด รู้จักคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ ความมีเหตุผล ตลอดจนนำทักษะที่สำคัญในวิทยาศาสตร์ไปใช้เป็นเครื่องมือในการค้นคว้าหาความรู้ และนำไปใช้ในการแก้ไขปัญหาได้อย่างเป็นระบบ วิทยาศาสตร์เป็นวัฒนธรรมของโลกสมัยใหม่ซึ่งเป็นสังคมแห่งความรู้ (Knowledge - Based Society) ทุกคนจึงจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาให้รู้ วิทยาศาสตร์ (Scientific Literacy for All) เพื่อที่จะมีความรู้ความเข้าใจโลกธรรมชาติและเทคโนโลยีที่มนุษย์สร้างสรรค์ขึ้น และนำความรู้ไปใช้อย่างมีเหตุผล สร้างสรรค์ มีคุณธรรม พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 22 ระบุว่า “ การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด” กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติ และเต็มตามศักยภาพ
การเรียนรู้วิทยาศาสตร์เป็นการพัฒนาผู้เรียนให้ได้รับทั้งความรู้ กระบวนการ และเจตคติ ผู้เรียนทุกคนควรได้รับการกระตุ้นส่งเสริมให้สนใจและกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้วิทยาศาสตร์ มีความสงสัย เกิดคำถามในสิ่งต่างๆที่เกี่ยวกับโลกธรรมชาติรอบตัว มีความมุ่งมั่นและมีความสุขที่จะศึกษาค้นคว้า สืบเสาะหาความรู้เพื่อรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ผล นำไปสู่คำตอบของคำถาม สามารถตัดสินใจด้วยการใช้ข้อมูลอย่างมีเหตุผล สามารถสื่อสารคำถามคำตอบ ข้อมูลและสิ่งที่ ค้นพบจากการเรียนรู้ให้ผู้อื่นได้ การเรียนรู้วิทยาศาสตร์เป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิต เป้าหมายของการจัดการเรียนการสอนสาระการเรียนรู้กลุ่มวิทยาศาสตร์ตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐานสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้กำหนดไว้ดังต่อไปนี้
1. เพื่อให้เข้าใจหลักการ ทฤษฎีที่เป็นพื้นฐานในวิทยาศาสตร์
2. เพื่อให้เข้าใจขอบเขต ธรรมชาติและข้อจำกัดของวิทยาศาสตร์
3. เพื่อให้มีทักษะที่สำคัญในการศึกษาค้นคว้าและคิดค้นทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
4. เพื่อพัฒนากระบวนการคิดและจินตนาการ ความสามารถในการแก้ปัญหาและ
การจัดการ ทักษะในการสื่อสาร และความสามารถในการตัดสินใจ
5. เพื่อให้ตระหนักถึงความสัมพันธ์ระหว่างวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี มวลมนุษย์และสภาพแวดล้อม
ในเชิงที่มีอิทธิพลและผลกระทบซึ่งกันและกัน
6. เพื่อนำความรู้ความเข้าใจในเรื่องวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและ
การดำรงชีวิต
7. เพื่อให้เป็นคนมีจิตวิทยาศาสตร์ มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมในการใช้
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์
จากเป้าหมายของการจัดการเรียนการสอนข้างต้น โดยเฉพาะในข้อ 3 เพื่อให้มีทักษะที่สำคัญในการศึกษาค้นคว้าและคิดค้นทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจะเห็นได้ว่าวิทยาศาสตร์มิได้มุ่งเน้นแต่เนื้อหาวิชาวิทยาศาสตร์เท่านั้น แต่รวมไปถึงทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ด้วยจากเหตุผลดังกล่าวข้างต้นและประสบการณ์ในการสอนของผู้รายงานในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 การจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ครูผู้สอนต้องจัดกิจกรรมให้ผู้เรียนเกิดทักษะการปฏิบัติ โดยเฉพาะทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เพราะทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการแสวงหาความรู้ ซึ่งการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะเป็นเทคนิคหนึ่งที่จะช่วยให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง จนสรุปเป็นองค์ความรู้ใหม่ได้ ดังนั้นผู้รายงานจึงพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ขึ้นใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อ ให้นักเรียนได้พัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน เพื่อนำไปสู่การพัฒนาการเรียนรู้ การคิด การแก้ปัญหา กระบวนการทำงานตลอดจนทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียน และเชื่อว่าการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์นี้มีศักยภาพเพียงพอที่จะทำให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
วิทยาศาสตร์ เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่คาดหวังไว้
ความมุ่งหมายของการศึกษา
1. เพื่อพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80
2. เพื่อศึกษาดัชนีประสิทธิผลของแบบฝึกเสริมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน สำหรับนักเรียน
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
3. เพื่อศึกษาความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อการใช้แบบฝึกเสริมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
ความสำคัญของการศึกษา
1. ได้แบบฝึกเสริมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
ที่มีประสิทธิภาพ
2. เป็นแนวทางสำหรับครูผู้สอนและผู้ที่สนใจในการพัฒนาการเรียนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ โดยใช้
แบบฝึกเสริมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน ในระดับชั้นอื่น ๆ
ขอบเขตของการศึกษา
1. ประชากร ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านม่วงลายราษฎร์ผดุงศิลป์ สังกัดสำนักงาน
เขตพื้นที่การศึกษาสกลนคร เขต 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2550 จำนวน 34 คน
2.
กลุ่มตัวอย่าง
ในการศึกษาครั้งนี้ทำการศึกษากับกลุ่มประชากร
3.
ด้านเนื้อหา
เนื้อหาที่นำมาใช้ในการพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน
สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่
1 ชุดนี้ไม่อิงเนื้อหาในบทเรียนวิชาวิทยาศาสตร์
แต่สอดคล้องกับพฤติกรรมที่บ่งชี้
ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐานของสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
แบ่งออกเป็น 8 ชุด ดังนี้
3.1 ทักษะการสังเกต
3.2 ทักษะการจำแนกประเภท
3.3 ทักษะการวัด
3.4 ทักษะการคำนวณ
3.5 ทักษะการหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปกับสเปสและสเปสกับเวลา
3.6 ทักษะการจัดกระทำและสื่อความหมายข้อมูล
3.7 ทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล
3.8 ทักษะการพยากรณ์
สรุปผล
1. แบบฝึกเสริมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
มีประสิทธิภาพ 80.59/85.07 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่ตั้งไว้
2. ดัชนีประสิทธิผล ( E.I.) มีค่าเท่ากับ 0.6177 ซึ่งแสดงว่านักเรียนมีความรู้เพิ่มขึ้น 0.617 หรือคิดเป็น
ร้อยละ 61.77
3. ความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อการใช้แบบฝึกเสริมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน
ส่วนใหญ่อยู่ในระดับมากที่สุด
สรุปได้ว่า แบบฝึกเสริมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
ช่วยให้ผู้เรียนเกิดทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน เฉลี่ยร้อยละ80.59 สามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้เรียนหลังจากฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน เฉลี่ยร้อยละ85.07 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ คือ 80/80 ซึ่งสอดคล้องกับสมมตฐานที่ตั้งไว้ ค่าดัชนีประสิทธิผลของแบบฝึกเสริมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีค่าเท่ากับ 0.6177 แสดงว่า นักเรียนมีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน เพิ่มขึ้น ร้อยละ 61.77 และนักเรียนส่วนใหญ่มีความคิดเห็นต่อการใช้แบบฝึกเสริมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน อยู่ในระดับมากที่สุด
ข้อเสนอแนะ
ควรมีการศึกษาค้นคว้า หรือวิจัยเพื่อพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐานในทุกระดับชั้น เพื่อฝึกให้นักเรียนเกิดความชำนาญและความคงทนในการใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน ซึ่งจะส่งผลให้นักเรียนกลายเป็นคนที่มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ เป็นคนมีเหตุผลในการทำงานและสามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข