ความจำมีความสำคัญมาก ๆ สำหรับความเป็นอยู่ของความรู้ การใช้ความคิด การดำเนินชีวิต และการทำงานทั้งปวง
หากความจำไม่ดี ความรู้ก็รั่วไหลออกไปได้ง่าย ซึ่งเป็นภาระอย่างยิ่งสำหรับทุก ๆ ท่าน ใช่ไหมครับ ?
เวลาจะคิดอะไร ถ้าความจำไม่ดี ความรู้ก็รั่วไหล ทำให้พร่องข้อมูลในฐานความรู้ ทำให้เกิดการคิดติดขัดทางคุณภาพการคิด ซึ่งเป็นอุปสรรค์ ต่อการใช้ความคิดอีกด้วย
เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว การดำเนินชีวิตก็ดี และการงานใด ๆ ก็ดี ย่อมขาดประสิทธิผล และขาดประสิทธิภาพ หากไม่มีคุณภาพด้านความจำที่ดีพอ ... !!!
อันที่จริง คนเรานั้นมักอยู่ได้ด้วยความจำ ซึ่งแบ่งออกตามลักษณะของความจำอยู่ 2 ประเภท กล่าวคือ
1. พวกที่จำโดยการท่องจำ ซึ่งเป็นวิธีที่คนส่วนใหญ่ทำอยู่ การจำในประเภทนี้เป็นภาระต่อผู้จำมาก เนื่องจากต้องใช้เวลามากเพื่อการจำ อึกทั้งยังเป็นการจำที่ไม่ถาวร รั่วไหลได้ง่าย และต้องใช้ความระมัดระวังมาก ๆ ด้วย
2. พวกที่จำโดยนำข้อมูลที่ต้องการจำนั้น ผ่านช่องทางลัดเข้าสู่จิตใต้สำนึกโดยครงซึ่งจำได้สะดวกกว่า จำได้มากกว่า จำได้คล่องตัว จำได้ถาวรยั่งยืนมากกว่า และเมื่อบันทึกความจำในใต้สำนึกแล้ว เรายังสามารถเรียกใช้ความจำที่บันทึกไว้แล้ว ในใต้สำนึกนั้น แบบย้อนไปย้อนมาได้อย่างอิสระ ไม่ต้องกังวลใด ๆ เพราะว่าไม่เกิดความสับสนใด ๆ ทั้งสิ้น ถือว่าเป็นเรื่องมหัศจรรย์จริง ๆ ภายในเวลาอันสั้น ๆ ครับ
อย่างไรก็ดี ยังมีผู้คนอีกจำนวนมากที่ไม่รู้วิธีนี้มาตั้งแต่เกิด ผู้เขียนก็เป็นบุคคลหนึ่งที่จัดใกลุ่มหลังนี้ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องตั้งหน้าตั้งตาแสวงหามา คิดขึ้นมาและนำมาพัฒนาต่อยอดขึ้นมาเรื่อย ๆ ถือได้ว่าเป็นพวกต้องใช้ “พรแสวงเป็นสำคัญครับ”
ท่านผู้อ่านที่สนใจครับ เรื่องนี้ยังมีต่อ โปรดรออ่านตอนต่อไปได้ที่นี่ครับ .....
http://gotoknow.org/blog/brainswitch/275230